ตอนที่ 204
บทที่204 เข้าร่วมหุ้น
October 28, 2026
บทที่204 เข้าร่วมหุ้น
หลินหยางตกตะลึงคำพูดของไป๋เซียนเฉ่าที่เหมือนเธอรู้อะไรบางอย่าง!
เธอสังเกตเห็นตั้งแต่แรกแล้ว เธอจ้องเขม็งไปที่หลินหยางแต่มุมปากของเธอยังประดับด้วยรอยยิ้ม
หลินหยางเกาท้ายทอย แล้วยิ้มแหยก่อนจะพูดว่า “ผมแข็งแรงดี จะหมดแรงได้ยังไงกัน!”
“ นั่นก็ไม่แน่หรอกค่ะ วันนี้คุณใช้แรงออกกำลังกายไปมาก ถ้าทำคุณเหนื่อยคนที่จะเป็นห่วงคุณคงไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียว” ไป๋เซียนเฉ่าพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
หลินหยางยิ้มและพูดว่า “ผมไม่เหนื่อยครับ ผมไม่เหนื่อย กลับบ้านไปผมยังวิดพื้นได้หลายร้อยครั้งเลย”
ไป๋เซียนเฉ่าตะคอก: “คุณดูแลเจ้าน้องชายของคุณให้ดีๆ ถ้าคุณยังสร้างปัญหาอีก คุณจะจัดการไหวหรือไง แม่จิ้งจอกสาวนั้นก็ร้ายจริงๆ ที่หลอกเอาคุณไปกินตอนฉันหลับ?”
“ไม่ใช่นะครับ ... ในตอนแรกเธอเป็นลมจริงๆ แต่ ... “ หลินหยางยิ้มแหยแล้วพูดต่อ
“ แต่เธอจ้องจะกินผู้ชายเจ้าชู้อย่างคุณใช่ไหม!” ไป๋เซียนเฉ่าจ้องหน้าเขา
หลินหยางพูดไม่ออก นับตั้งแต่ฝึกฝนพลังมังกรและหงส์เขามักจะไม่สามารถควบคุมความต้องการของตัวเองได้ และด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่กล้าที่จะบอกกับ ไป๋เซียนเฉ่า
“เป็นความผิดของฉันเอง ฉันไม่ควรบอกกับเธอว่าฉันจะจากไปในช่วงปลายปี แต่คุณอย่าได้ใจไป ฉันอาจจะเริ่มเบื่อคุณ แล้วหนีกลับบ้านก่อนตรุษจีน และทิ้งคุณไปเลยก็ได้” ไป๋เซียนเฉ่าจับใบหน้าของหลินหยางแล้วพูด
หลินหยางดึงเธอเข้ามากอดไว้ ก่อนจะสูดดมกลิ่นหอมของเธอแล้วพูดว่า “ขอบคุณสำหรับความอดทนของคุณ และถึงแม้คุณจะไม่ยกโทษให้ผม ผมก็จะตามคุณไปทุกที่ แม้ว่าคุณจะอยากทิ้งผมไปจริงๆ ผมก็จะตามคุณไปที่บ้าน แล้วพาคุณกลับมาให้ได้”
เพราคำพูดประโยคนี้ ทำให้ ไป๋เซียนเฉ่า รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาก เธอกระพริบตาแล้วพูด “คุณต้องทำตามที่คุณพูดด้วย ห้ามผิดสัญญาเด็ดขาด”
หลินหยางพยักหน้าแล้วพูด “พูดจริงทำจริงแน่นอนครับ จริงด้วย ... ฉีเยนเอ๋อร์อยากทำเหมือนคุณ เธออยากทำธุรกิจที่เป็นของเธอเองผมมองถึงอิทธิพลของตระกูลฉีในโลกธุรกิจ เลยจะให้เธอร่วมหุ้นกับบริษัทเรา คุณคิดว่ายังไงครับ”
ไป๋เซียนเฉ่านิ่งคิดก่อนจะพยักหน้าให้แล้วพูดว่า “ฮึ ถือว่าคุณยังมีจิตสำนึกอยู่บ้าง ถึงได้คิดเพื่อบริษัทบ้าง คราวนี้ฉันจะถือว่าคุณขายหน้าตาเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมก็แล้วกัน”
“ อะไรคือขายหน้าตาเพื่อประโยชน์ส่วนรวมกัน เห็นผมเป็นคนแบบนั้นหรือไง” หลินหยางพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“โอเค ถือว่าฉันเข้าใจคุณผิดไป แต่จิ้งจอกน้อยตัวนี้ อย่ามองว่าเธออ่อนโยนและฉลาดมา ที่จริงแล้วเจ้าเล่ห์มาก! คุณจะเข้าเธอไม่ได้รู้ไหม?” ไป๋เซียนเฉ่าพูด
หลินหยางพยักหน้าแล้วพูดว่า “ไม่มีปัญหา!”
ในขณะนี้ ฉีเยนเอ๋อร์กำลังหน้าแดงเดินเข้ามาในบ้าน เธอทักทายฉีหวนแล้วเดินเข้าไปในห้องส่วนตัวของเธอทันที ฉีเยนเอ๋อร์ ไม่ได้ออกมาอีกเลย จนถึงอาหารค่ำ ฉีหวน เคาะประตูด้วยความกังวลและเอ่ยถาม “เยนเอ๋อร์เป็นอะไรรึเปล่า สบายดีไหม”
“คุณปู่คะ หนูสบายดีค่ะ หนูแค่รู้สึกเหนื่อยนิดหน่อยค่ะ” ฉีเยนเอ๋อร์พูดด้วยสีหน้าลำบากใจ
ผลของการออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงเมื่อช่วงกลางวัน และเธอยังเป็นมือใหม่ด้วย อาการเจ็บและบวมทำให้เธอไม่มีแรงที่จะเดินลงจากเตียง
“ ถ้าอย่างนั้นปู่จะให้คนยกเข้ามาให้ หลานอยากกินอะไร!” ฉีหวนถอนหายใจ
ฉีหวน เรียกพี่เลี้ยงเก่าของฉีเยนเอ๋อร์และสั่งการ “ยกอาหารเย็นไปให้ เยนเอ๋อร์ นอกจากนี้ ... เธอคอยสังเกตด้วย เยนเอ๋อร์ … มีอะไรที่กำลังกังวลอยู่หรือเปล่า”
“คุณผู้ชายคะ คุณผู้ชายอยากจะถามคุณหนูใช่ไหมคะว่ามีแฟนหรือเปล่า”ป้าจางเข้าใจความคิดของเจ้านายดี
ฉีหวนส่ายหน้ายิ้มเศร้า ก่อนจะพูด “หลายวันมานี้ท่าทางของเธอดูเหม่อลอย จะให้ฉันวางใจได้ยังไงกัน”
“จากที่ดิฉันเห็นคุณหนูเดินเข้ามาเมื่อตะกี้ ดิฉันคิดว่ามีโอกาสเจ็ดถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ที่จะเป็นอย่างที่คุณผู้ชายคิดค่ะ” ป้าจางก้มหน้าพูด
ฉีหวนมีท่าทางตกใจไม่น้อย ก่อนจะหัวเราะออกมาแล้วพูด “หลานสาวคนนี้ ฉันจับเธอขังไว้ในกรงนานเกินไป แต่กลับได้พบกับพ่อหนุ่มคนนั้น นี่มันคือพรหมลิขิต ช่างเถอะ ให้พวกเขาจัดการกันเอาเองก็แล้วกัน”
ป้าจางยกอาหารเย็นเข้ามาในห้องนอนของฉีเยนเอ๋อร์ ที่ตอนนี้กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่
“คุณหนูคะ ถึงเวลากินข้าวเย็นได้แล้วค่ะ มีข้าวเหนียวคลุกโป๊ยเซียนกับของหวานที่คุณหนูชอบด้วยนะคะ” ป้าจางพูดขึ้นมา ฉีเยนเอ๋อร์มองไปที่ถาดอาหาร ก่อนจะส่ายหน้าแล้วพูด “หนูไม่หิวค่ะ ป้าจางบอกหนูมาซะดีๆ ว่าคุณปู่สั่งให้มาหลอกถามอะไรหนูคะ”
ปู่หลานสองคนนี้อ่านความคิดของอีกฝ่ายออกอย่างง่ายดายจริงๆ ป้าจางพูดยิ้มๆ “คุณผู้ชายฉลาดมากแค่ไหน คุณหนูก็ฉลาดกว่าค่ะ อย่าเพิ่งถามเลยนะคะ ถ้าคุณหนูอยากรู้คำตอบ คุณหนูก็กินข้าวให้เสร็จก่อน แล้วป้าจะบอก”
ฉีเยนเอ๋อร์เบ้ปาก ก่อนจะขยับถาดอาหารเข้ามาแล้วตักเข้าปาก ก่อนจะพูด “ป้าจาง รีบบอกสิคะ”
“ก็ได้ค่ะ ก็ได้ คุณผู้ชายท่านอยากทราบว่าคุณหนูมีแฟนหรือยัง ป้าเห็นท่าทางของคุณหนู คุณหนูน่าจะแอบชอบคุณชายรูปหล่อคนใดคนหนึ่งอยู่แน่ๆ จริงไหมคะ” ป้าจางถามลองเชิง
ฉีเยนเอ๋อร์พูดขึ้นอย่างงอลๆ “ไม่ทำอย่างนี้กันสิคะ คุณปู่นี่ล่ะก็ หนูโตแล้วนะคะ”
“คุณหนูคะ ตั้งแต่ที่คุณหนูหายป่วย คุณผู้ชายก็ดีใจมาก ท่านยังคิดถึงอดีตที่ผ่านมา คุณหนูสามารถไปคุยกับท่านได้ค่ะ ท่านเป็นคนฉลาด จะต้องให้อิสระคุณหนูแน่นอน”ป้าจางพูด
พอได้ยินแบบนี้ ฉีเยนเอ๋อร์ก็ยิ่งรู้สึกซาบซึ้ง ไม่นานเธอก็ตักข้าวกินจนหมดชาม
วันต่อมา ฉีเยนเอ๋อร์ ก็เดินเข้าไปคุยกับ ฉีหวนอยู่นาน ก่อนที่บ่ายของวันนั้นเธอจะยิ้มหน้าบานขับรถตรงไปที่เซียนเฉ่าเก๋อ
ไป๋เซียนเฉ่ากับหลินหยางกำลังคุยกันเรื่องการผลิตสินค้าอยู่ ฉีเยนเอ๋อร์พุ่งตัวเข้ามาเหมือนลม
“หืม คุณฉีเยนเอ๋อร์อาการดีขึ้นแล้วเหรอคะ แขนขาไม่ปวดเมื่อยแล้วเหรอ”ไป๋เซียนเฉ่ายังมีอาการหึงหวงเล็กน้อย