ตอนที่ 211
บทที่ 211 กลืนกิน
October 28, 2026
บทที่ 211 กลืนกิน
ยามเมื่อเปิดประตูเข้ามา ฉีเยนเอ๋อร์ก็รู้ทันทีว่าตนเองนั้นทำผิดมหันต์ บริเวณท้องน้องของเด็กสาวอ้อนแอ้นคนนั้นมีแต่เข็มเงินปักเต็มไปทั่ว หลินหยางกำลังกดนวดเส้นให้เธออยู่ ภาพๆ นี้ ตนเองก็เคยผ่าน ณ จุดนี้มาแล้ว ทั้งหมดนี่คือกำลังรักษาอาการป่วยให้กับเด็กสาวคนนี้อยู่นี่!
“ทำไมคุณไม่เคาะประตู!” หลินหยางพูดถามหาเรื่องเล็กน้อย
อานเสี่ยวซิงรีบหันหลังให้อย่างรีบร้อน ส่วนฉีเยนเอ๋อร์ที่อารมณ์กำลังเดือดพล่านพลันลดลงไปเยอะ พร้อมทั้งพูดอย่างกล่าวโทษแทน “ก็นึกว่าคุณกำลังทำเรื่องสนุกๆ อยู่ในห้องอยู่นี่ คุณทำงานของคุณต่อไปเถอะ!”
เมื่อเห็นว่าฉีเยนเอ๋อร์หันศีรษะพร้อมทั้งเดินหนีไปแล้ว หลินหยางได้แต่ส่ายหน้าไปมา “วันนี้พอแค่นี้ก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะดึงออก ผ่านไปสองวันค่อยมาฝังเข็มใหม่!”
อานเสี่ยวซิงพยักหน้าเล็กน้อย ใบหน้าแดงแจ๋เป็นลูกแอปเปิลสุกลูกใหญ่ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
จากนั้นหลินหยางก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินกลับไปที่ห้องทำงานงานของตนเอง แท้จริงแล้วฉีเยนเอ๋อร์กำลังยืนรออยู่บริเวณหน้าประตูห้อง
“เป็นอะไรไป? ถึงได้ใช้สายตานั้นจ้องมองมาที่ฉันได้นะ!” หลินหยางยิ้มให้
“มองคุณไงว่าใช้วิธีไหนในการหลอกล่อสาวน้อยคนอื่น!” ฉีเยนเอ๋อร์ยิ้มตอบ
หลินหยางไม่ได้พูดต่อปากต่อกรกับเรื่องนี้ต่อ เขาถือเอกสารเป็นกองเดินเข้าไปด้านใน ฉีเยนเอ๋อร์ก็เดินตามเข้ามาพร้อมทั้งใช้หลังฝ่ามือผลักประตูให้ปิดตาม
เมื่อเธอเข้ามาด้านในห้องก็กอดรัดหลินหยางเอาไว้ พร้อมทั้งพูดอย่างออดอ้อน “สองวันนี้คุณไปไหนมา ฉันนั่งทำงานอยู่ในห้องทำงานจนเบื่อเต็มทนแล้ว!”
“คุณหนูไฮโซอย่างคุณมาเที่ยวเล่นก็พอแล้ว พวกเรายังต้องขยันทำงานกันอยู่นะ! สองวันก่อนไปช่วยชีวิตคนมา!” หลินหยางกล่าว
“ช่วยคน? ช่วยผู้หญิงเหรอ?” ในที่สุดฉีเยนเอ๋อร์ก็เดาได้
หลินหยางไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ “ช่วยเหมือนกับการที่ช่วยคุณนั่นแหละ!”
“ไม่เหมือน! เมื่อครู่คุณช่วยรักษาอาการป่วยให้กับผู้ช่วยคนนั้น อย่าได้ช่วยเหมือนตอนที่ช่วยฉันตอนนั้นแล้วกัน!” ฉีเยนเอ๋อร์เอนตัวตอนกล่าวออกมา
“หมอก็เป็นก็เป็นห่วงคนไข้เหมือนกับพ่อแม่ มันไม่เหมือนกันตรงไหน!” หลินหยางกล่าว
ฉีเยนเอ๋อร์ไม่ได้ตอบโต้กลับ ได้แต่ทำเสียงกระฟัดกระเฟียดใส่พร้อมทั้งใช้คางเกยไหล่ของหลินหยางเอาไว้ การได้แอบอิงเขาทำให้รู้สึกร่างกายผ่อนคลายไปทั้งตัว
ความอบอุ่นที่ถ่ายทอดผ่านร่างกายที่แนบชิดกันอยู่ หลินหยางจะทนต่อไปได้อย่างไรไหว โดยเฉพาะฉีเยนเอ๋อร์ยิ่งแต่งตัวล่อแหลม จนเสื้อสเวตเตอร์คอกว้างลึก จนทำให้ลูกบอลอันอวบอิ่มโผล่นูนทะลักออกมาจนชวนให้น่าหลงใหล จนหลินหยางอยากจะกัดสักคำ
“สวยไหม?” ฉีเยนเอ๋อร์ถามอย่างมีความสุข
“สวย!”
ฉีเยนเอ๋อร์กระหวัดคว้าคอของเขาเอาไว้ บริเวณช่วงล่างก็เบียดติดกับร่างกายของเขา จนสัมผัสกับสิ่งบางอย่างที่กำลังแข็งและชูชันขึ้นมา พลางยื่นมือออกไปคว้าเอาไว้ จนเธอยิ้มอย่างเขินอาย “คุณดูสิ สิ่งที่ซื่อสัตย์ที่สุดมันคือตรงนี้!”
“มันไม่ใช่ซื่อสัตย์ มันก็แต่ไม่เชื่อฟังเท่านั้นเอง ไม่มีหลักการอะไรสักนิด!” หลินหยางพูดบ่นตนเอง
“แต่ฉันชอบที่มันไม่มีหลักการแบบนี้ หรือว่า ....อยากแล้วใช่ไหม!” ลมหายใจร้อนผ่าวของฉีเยนเอ๋อร์พ่นรดบริเวณใบหูของเขา มันก่อกวนปั่นป่วนหัวใจเสียจริง
หลินหยางกระแอมออกมา “ตอนนี้เป็นเวลาทำงานอยู่นะ!”
“เหรอ? งั้นเลิกงานล่ะ” ฉีเยนเอ๋อร์พูดอย่างออดอ้อน
ผู้หญิงคนนี้ยังคงมัวแต่ซุกซนบริเวณช่วงล่างของหลินหยาง เขารีบถอยตัวออกพร้อมทั้งกล่าวว่า “เลิกงาน เลิกงานแล้วเราค่อยมาว่ากันนะ!”
อีตาจอมเจ้าเล่ห์อย่างหมอนี่ ฉีเยนเอ๋อร์อดไม่ไหวจนต้องขบบริเวณลำคอของเขาไปครั้งหนึ่ง
หลินหยางมองเธอที่อาการโมโหกระฟัดกระเฟียดเต็มทนจนต้องยิ้มแล้วกล่าวออกมา “อย่างอแงเลยนะ เพิ่มจะจัดเก็บการทดลองเสร็จ ถ้าทำสำเร็จแล้วก็สามารถเปิดตัวสินค้าผลิตภัณฑ์ตัวใหม่!”
“ทำไมต้องยุ่งขนาดนี้ด้วย คุณก็ไม่ได้ขาดแคลนเงินสักนิด!” ฉีเยนเอ๋อร์พูดอย่างไม่พอใจ
“ไม่ ไม่ใช่เรื่องเงินทอง! ทำเรื่องพวกนี้ต้องหาเรื่องอะไรทำสักหน่อย คุณว่าถูกมั้ย” หลินหยางพูดอย่างจริงจัง
นี่คงเป็นครั้งแรกที่หลินหยางพูดสิ่งที่อยู่ในใจของตนเองออกมา นี่เป็นจิตวิญญาณความรับผิดชอบของหมออันแรงกล้าคนหนึ่ง เรื่องเงินทองตอนนี้เขาเองก็ไม่ได้ขาดแคลน เขาต้องการพัฒนาเทคนิคทางการแพทย์ของตนเอง เพื่อมอบชีวิตชีวาใหม่ๆ ให้กับวงการแพทย์แผนจีนที่ใกล้เหือดแห้งไปทุกที
“คุณต้องการมีชื่อเสียงงั้นเหรอ?” ฉีเยนเอ๋อร์เอ่ยปากถาม
“ฉันไม่ต้องการ ขอแค่มีไป๋เซียนเฉ่าออกหน้ารับแทนให้ก็พอแล้ว นี่เป็นตัวผลิตภัณฑ์ของเซียนเฉ่าเก๋อเลยนะ!” หลินหยางหัวเราะ
ผู้ชายที่ไม่ค่อยสนใจชื่อเสียงสักเท่าไหร่ แถมยังค่อนข้างถ่อมตนอย่างจริงๆ ไม่งั้นอาศัยชื่อเสียงอันโด่งดังในการประชุมในครั้งนี้ของเขา จนสามารถประกาศชื่อเสียงของตนเองให้ดังไปทั่วในการพูดสุนทรพจน์ในครั้งนี้ เพราะว่าหลินหยางเองก็ทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ในผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ จนทำให้ฉีเยนเอ๋อร์ยิ่งชื่นชมมากขึ้นกว่าเดิม ผู้ชายเช่นนี้ถือว่าเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์อย่างเต็มเปี่ยม!
เมื่อเห็นนัยน์ตาของฉีเยนเอ๋อร์ที่ทอดสายตาประกายระยิบระยับจนเตลิดไปไกล จนหลินหยางถึงกับยิ้มตอบ “เป็นอะไรไป?”
“ฉัน....หลงรักคุณจัง!” ฉีเยนเอ๋อร์กดริมฝีปากจูบหลินหยางอย่างแรง
ทั้งสองคนเกี่ยวกระหวัดรัดกันอยู่นาน ร่างกายของฉีเยนเอ๋อร์ร้อนผ่าวจนอยากจะพ่นมันออกมา หลายครั้งนักที่ใช้สายตาเชื้อเชิญหลินหยางอย่างกล่าวโทษ ทว่าอีตาหมอนี่เอาแต่นิ่งเงียบไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมาเลย
ฉีเยนเอ๋อร์เริ่มเบื่อหน่ายแล้ว จนขบเม้มลำคอของเขา จนเป็นรอยซีฟันเล็กๆ เป็นวง
“นี่คุณกำลังจะทำไรเนี่ย?” หลินหยางพูดอย่างเจ็บปวด
“คนเลว คุณมาคลำตรงนี้!” ฉีเยนเอ๋อร์แหวกกระโปรงสั้นของตนเองออกจากกัน
จนเห็นกางเกงในผ้าสีขาวโผล่ออกมา ร่องรอยเรียวยาวมันเปิดเผยความในใจที่ร้อนผ่าวของฉีเยนเอ๋อร์ในเวลานี้ หลินหยางเริ่มอดทนไม่ไหว มือของก็เลื่อนไปสัมผัสตรงนั้นอย่างไม่รู้ตัว
มันทั้งแฉะ ทั้งลื่นๆ ฉีเยนเอ๋อร์หลับตาพร้อมทั้งเกร็งและหนีบขาทั้งสองข้างเอาไว้แน่น มือของหลินยางทำได้แค่ขยับขึ้นและลงวนไปมา โดยเริ่มจากการบี้บดบริเวณร่องน้ำลึก
ฉีเยนเอ๋อร์เริ่มขนลุกชันไปทั่วทั้งตัว ร่างกายเหมือนกำลังถูกไฟช็อต
มือของหลินหยางเริ่มลงแรงอยากหนักหน่วง การจู่โจมอย่างระทึกใจเช่นนี้ฉีเยนเอ๋อร์จะทนไหวได้อย่างไร แค่เพียงชั่วเวลา เธอก็รู้สึกว่ามีกระแสร้อนที่ใกล้จะพวยพุ่งออกมาเต็มที
“เร็ว ... รีบเอาออก!” ฉีเยนเอ๋อร์ร้องเสียงหลง
ทว่าไม่ทันการณ์เสียแล้ว มือของหลินหยางเปียกแฉะไปหมด ร่างกายของฉีเยนเอ๋อร์หมดเรี่ยวหมดแรง อาการที่ขี้เอาเมื่อครู่นี้มันช่างน่าขายหน้าเสียจริง เวลานี้เธออายจนไม่กล้ามองหน้าหลินหยางด้วยซ้ำ
“สารเลว คุณนี่มันช่างทรมานฉันได้ยังไงเนี่ย!” นานกว่าที่ฉีเยนเอ๋อร์จะพูดออกมาได้สักประโยค
หลินหยางเอามือออกมา พร้อมทั้งกลั้นยิ้มเอาไว้ “ก็คุณรัดซะแน่นขนาดนั้น ฉันไม่มีช่องว่างให้ขยับเลยสักนิด!”
ฉีเยนเอ๋อร์เริ่มตอบโต้กลับ พร้อมทั้งถอดเสื้อโค้ตออกอย่างไม่ลังเล จนทำให้เจ้ากระต่ายสีขาวตัวน้อยตัวนุ่มนิ่มเด้งดึ๋งจนกระโจนออกมาทันที รูปร่างของมันอวบอิ่มกว่าของอานเสี่ยวซิงตั้งเยอะ จนสามารถดึงดูดสายตาของหลินหยางได้อย่างทันทีทันใด
“คุณก็ถอดด้วยสิ!” ฉีเยนเอ๋อร์พูดแกมออกคำสั่ง