ตอนที่ 212
บทที่ 212 ปรนนิบัติเอาอกเอาใจน้องเมียยากเสียจริง
October 28, 2026
บทที่ 212 ปรนนิบัติเอาอกเอาใจน้องเมียยากเสียจริง
หลินหยางถูกสามสาวห้อมล้อมตัวเอาไว้ จนร่างกายเบียดเสียดเข้าหากันอย่างไม่ได้ตั้งใจบ้างตั้งใจให้เบียดบ้าง
ทั้งสี่คนไม่มีกระจิดกะใจสนใจเรื่องอาบน้ำอีกแล้ว หลินหยางถูกสามสาวนั่นบีบบังคับต้อนเขาให้จนมุม
“พวกคุณ.... จะทำอะไรเนี่ย?” หลินหยางพูดอย่างหมดท่า
“ทำอะไรนะเหรอ? กินคุณไง! สาวๆ จัดการพร้อมกันหรือว่าทำทีละคน?’ ไป๋เซียนเฉ่าพูดอย่างหน้าด้าน
ทว่าหลินหยางถึงกับพูดตอกกลับอย่างหัวร้อน “ไม่ได้ ฉันเป็นผู้ชายทั้งแท่งแถมเป็นสามีที่ยิ่งใหญ่อีก แล้วจะมาโดนพวกเธอสามคนใช้กำลังบีบบังคับต้อนให้จนมุมไว้ได้แบบนี้ได้อย่างไรกัน? จัดมาพร้อมกันเลยแล้วกัน!”
อีกนิดสามสาวถึงกับหลุดหัวเราะออกมา พลางใช้เรือนร่างที่เปียกชุ่มแนบชิดกับเขา หลินหยางเองก็ใช้พละกำลังดึงพวกเธอมากอดเอาไว้ ความอบอุ่นในช่วงเวลานี้มันพาความรู้สึกอิจฉาและไม่พอใจออกไปอย่างสิ้นเชิง
เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว งั้นก็ต้องดื่มด่ำกับความสุขไปพร้อมๆ กัน!
สาวสามปลดเปลื้องเสื้อผ้ายับยู่ยี่ออกจากตัวจนตัวเปล่าเล่าเปลือย ภาพตรงหน้ามันทำให้หลินหยางจ้องมองตาไม่กะพริบ มันช่างสวยงามชวนหลงใหลเสียจริง!
พวกเธอย่อมรู้ดีว่าต่อจากนี้จะเกิดเรื่องสนุกอะไรขึ้น ทุกคนต่างคาดหวังและรอคอยอยู่ในใจ
หลินหยางถูกสามสาวกอดรัดไว้แน่น จนต้องพูดแกมว้าวุ่นใจ “พวกเธอใช้แรงต้อนฉันให้จนมุมไว้อย่างนี้ฉันก็ไม่ไหวนะ!”
“ไม่ไหวยังไง? ไม่ใช่ว่าคุณเก่งเหรอ? ปกติชอบทรมานคนที่สุด วันนี้จะดูความสามารถของคุณหน่อยสิ!” ไป๋เซียนเฉ่าพูดจาถากถาง
นี่ถือว่าเป็นการบีบบังคับมาถึงขั้นนี้แล้ว หลินหยางจะทนต่อไปอย่างไรไหว ถึงกับอุ้มขาทั้งสองข้างของไป๋เซียนเฉ่าจากนั้นก็โยนลงไปในอ่างอาบน้ำ จากนั้นตนเองก็กระโจนลงอ่างตามไปทันที
ไป๋เซียนเฉ่าตกใจจนส่งเสียงร้อง พร้อมทั้งขัดขืนอยู่เล็กน้อยจนสัมผัสได้ว่ากระบอกปืนอันย่อมเริ่มแนบประชิดด่าน จนเธอถึงกับรีบตะโกนเสียงหลง “สาวๆ รีบช่วยฉันที!”
“ไม่ต้องรีบ พวกคุณสองคนอาบน้ำไปก่อน ใครให้คุณเป็นคนยั่วยุก่อนล่ะ งั้นคุณก็ถือว่าเป็นด่านแรกก็แล้วกัน!” ฉีเยนเอ๋อร์ยิ้มให้อย่างยินดี
ไม่คิดเลยว่ากองทัพที่สานสัมพันธ์อันแนบแน่นเมื่อครู่ ตอนนี้ได้ล่มสลายไปคนละทิศคนละทางแล้ว หญิงสาวสองคนดันมายืนมองความสนุกสนานเรื่องนี้อยู่ข้างๆ แทน ไปเซียนเฉ่าไม่มีทางหนีพ้นแถมยังเหมือนหมึกสายที่เกาะเกี่ยวพันร่างกายกำยำของหลินหยางเอาไว้แน่น พร้อมทั้งพูดอย่างยั่วยวน “คนเลว วันนี้ฉันจะดูดพลังคุณให้หมดตัว จนทำให้สองสาวอย่างพวกเธอต้องร้อนใจเลยแหละ!”
ทว่าการตัดสินใจนี้ก็เหมือนว่าคิดไปเอง ตอนที่หลินหยางกำลังกระทุ้งไปด้านหน้านี้ ไป๋เซียนเฉ่าก็เริ่มทนไม่ไหว หลินหยางเร่งรีบงับเม้มเมล็ดองุ่นเล็กๆ ตระหง่านชูชันกลางหน้าอกเธอเอาไว้ จนน้ำกระเพื่อมไปมาเป็นจังหวะ
ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ช่วงจังหวะที่ไป๋เซียนเฉ่ากำลังถูกกระบอกปืนกระทุ้งจนทรมานพร้อมทั้งกรีดร้องครวญครางอยู่นั้น แท้จริงแล้วการกระทำของหลินหยางนั้นถือว่าอ่อนโยนมากแล้ว ทว่าด้วยสิ่งแวดล้อมที่เป็นอยู่ในตอนนี้นั้นทำให้ไป๋เซียนเฉ่าไม่อาจควบคุมอารมณ์ความรู้สึกของตนเองเอาไว้ได้
จางเยว่กับฉีเยนเอ๋อร์ยืนตาค้าง อาจจะเป็นเพราะว่าด้วยฤทธิ์ของสุราจนทำให้เกิดอาการตื่นตัวเช่นนั้น ทั้งสามคนไม่ได้รู้สึกอิจฉากันสักนิด จางเยว่เม้มริมฝีปากจากนั้นก็ทาบตัวลง ประกบชิดบนตัวของหลินหยาง พร้อมทั้งใช้กระต่ายอวบอิ่มเต่งตึงทั้งสองข้างตนเองถูไถร่างกายของเขาไปพร้อมกัน
ร่างกายของหลินหยางยิ่งอ่อนไหวมากขึ้นกว่าเดิม จนการกระทำยิ่งหนักหน่วงจนบ้าคลั่ง ไป๋เซียนเฉ่าเริ่มพูดเพ้อพร้อมทั้งหายใจหนักหน่วง “ฉันไม่ไหวแล้ว!”
“คุณไม่ไหว งั้นก็เปลี่ยนมาที่ฉันสิ!” จางเยว่พูดอย่างไม่กระดากปากอยู่ด้านหลัง
หลินหยางก็ไม่ยอมพัก พลางหันปลายกระบอกมา จากนั้นก็กดจางเยว่ลงบนขอบอ่างอาบน้ำ จางเยว่ที่เตรียมพร้อมอยู่ก่อนหน้าแล้ว เลยอ้าขาทั้งสองข้างออกจากกันเพื่อรองรับมันทันที
ฉีเยนเอ๋อร์ก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้ พร้อมปรี่ทั้งรีบประกบทันที แถมยังบ่นเพ้อพึมพำบริเวณใบหูของหลินหยางอย่างหยอกล้อ “คนเลว คุณรีบๆ ทำให้ไว คนอื่นก็อยากเอาเหมือนกัน!”
ไป๋เซียนเฉ่าพักผ่อนเพียงครู่เดียวก็สามารถเรียกเรี่ยวแรงกลับมาได้อีกครั้ง พร้อมทั้งใช้ขาเรียวยาวยกขึ้นแล้วเกี่ยวกระหวัดด้านหลังของหลินหยาง จากนั้นก็ยิ้มให้ตอนกล่าวออกมา “ท่านี้ไม่เลวเลย สู้ๆ นะ!”
บรรดาสาวๆ กำลังก่อกวนจนทำให้จิตใจของจางเยว่เริ่มกระวนกระวายขึ้นมา ใบหน้าเล็กๆ เริ่มย่นเข้าหากันจนพูดออกมา “หลินหยาง คุณค่อยๆ ทำนะ พวกเขาจะไปร้อนใจจนบ้าตายไป!”
เรื่องพรรค์นี้มันค่อยๆ ทำได้ด้วยเหรอ? ร่างกายที่กระทบเข้าหากันจนน้ำกระเพื่อมกระฉอกไปทั่ว หลินหยางใช้การกระทำอันแท้จริงบอกกับพวกเธอ คืนนี้เขาถึงเป็นปรมาจารย์ที่แท้จริง
เสียงกระทุ้งกระแทกเข้าหากันไปมายิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ จุดสุดยอดของพลังมังกรและหงส์ค่อยๆ ปรากฏให้เห็น ช่างไม่เหมือนก่อนเลย เจินชี่ของหลินหยางนั้นเปรอะเปื้อนไปทั่วบริเวณโดยรอบ ฉีเยนเอ๋อร์เริ่มทนไม่ไหวอีกแล้ว จนต้องใช้นิ้วมือสอดใส่ลงบริเวณช่วงล่างนั้นอย่างไม่รู้ตัว พร้อมทั้งแทรกสัมผัสกับถ้ำอันเปียกชุ่มของตนเองทันที
“ไอ้คนเลว คุณนี่ทำให้ฉันต้องร้อนรนจนจะเป็นบ้าอยู่แล้ว!” ฉีเยนเอ๋อร์หน้าแดงแจ๋ตอนพูด
จางเยว่เดิมทีใช้ขาทั้งสองข้างเกี่ยวกระหวัดหลินหยางเอาไว้นั้น จนทำให้ช่องว่างระหว่างกันยิ่งแคบลงไปมาก ทว่ากระแสความเร่าร้อนนั้นได้กลืนกินเธอหมดแล้ว หลังจากที่กระตุกแล้วก็ผ่อนโรยแรงลงมาทันที
ฉีเยนเอ๋อร์นั่งอยู่บนขอบอ่าง พร้อมยื่นมือเรียวงามดั่งหยกกระดิกนิ้วเข้าหาตัว หลินหยางเข้าใจความหมายพร้อมทั้งลุกขึ้นยืนทันที
ไป๋เซียนเฉ่าเคยคุยฉีเยนเอ๋อร์เรื่องลับๆ กันอยู่บ้าง แน่นอนว่าต้องพูดเรื่องศึกสงครามที่ดุเดือดระหว่างเธอกับหลินหยาง ฉีเยนเอ๋อร์เคยตกใจถึงความกล้าหาญชาญชัยในเรื่องอย่างว่าพรรค์นี้ของคุณหนูไฮโซด้วย วันนี้เลยใช้เวลาในช่วงนี้แต่มันทำให้เธออยากลองวิธีการแบบนี้ จากนั้นก็กำกระบอกปืนย่อมๆ ไว้แน่น ซึ่งบนนั้นมีแต่ความลื่นไหลอยู่แล้ว
การได้เผชิญหน้ากับของเล่นชิ้นใหญ่แข็งเป็นปล้องเช่นนี้ ถึงแม้ว่าในใจจะตื่นเต้นอยู่บ้างก็ตาม แต่ฉีเยนเอ๋อร์ก็ก้มศีรษะลงพร้อมทั้งอ้าปากอมมันไว้ทันที
หลินหยางหลับตาลง ราวกับกำลังดื่มด่ำกับความรู้สึกนั้นอย่างพริ้มเพรา ฉีเยนเอ๋อร์พยายามปรนเปรอจิตวิญญาณให้เขาได้ตื่นเต้นตามได้อย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าจะลิ้มลองรสชาติอย่างเล็กน้อยเท่านั้น ทว่าหลินหยางก็เสียวอย่างเต็มที่ รอจนให้ฉีเยนเอ๋อร์ได้จัดการท่าทางให้ดีแล้วหลินหยางก็เอาพญามังกรเสียบเข้ามาด้านในทันที
ถือว่าหลินหยางเป็นผู้ชายที่มีความรู้สึกเก่งกาจในเรื่องการทำแฮตทริกสำเร็จ สิ่งที่เก่งกว่าในครั้งนี้ก็คือเขาได้ใช้พละกำลังอันทรงพลังทั้งหมดของตนเองในการอุ้มฉีเยนเอ๋อร์ขึ้นมาอยู่ในท่าลิงอุ้มแตง จนถูกทรมานอยู่กลางอากาศ
ไป๋เซียนเฉ่าเคยผ่านประสบการณ์นี้มาแล้ว เธอย่อมรับรู้ถึงรสชาติอันวิเศษเลิศล้ำแบบนี้ จนเกิดความรู้สึกจักจี้,จั๊กจี้หัวใจขึ้นมาอีกครั้ง
การอาบน้ำในท่วงท่านี้ช่างยาวนานมาก ยามที่หลินหยางส่งเสียงร้องครวญครางอันหนักหน่วงออกมาถือว่าสิ้นสุดภารกิจ
ค่ำคืนยังคงยาวนานนัก สงครามของพวกเขาทั้งสี่คนก็เปลี่ยนสถานที่มาอยู่บนเตียงใหญ่แทน
เช้าวันรุ่งขึ้น หลินหยางนอนดึกมาก แถมยังหนึ่งต่อสามต่อสู้กับคนอีกสามคนช่างไม่ใช่คนธรรมดาเสียจริง หลังจากที่ตื่นแล้วนั้น เกิดอาการฟ้าเหลืองบ้านหมุนตาพร่ามัว เขากลับรู้ทันทีว่าทั้งสามสาวได้หนีออกไปตั้งแต่ไก่โห่แล้ว แถมยังทิ้งข้อความไว้ให้ด้วยว่าไปเที่ยวด้วยกัน คงไม่ได้เจอหน้ากับหลินหยางอยู่หลายวัน!
หลังจากบิดขี้เกียจอยู่สักพัก หลินหยางก็ลุกขึ้นจากเตียง วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ เขาตั้งใจจะไปทำงานต่อเพื่อเข้าไปจัดเก็บเอกสารที่ได้ทำการทดลองเมื่อวานให้เรียบร้อย
จากนั้นก็มีเรื่องที่ประดังประเดมากวนใจจนทำไม่เสร็จสักที เพราะว่าดันมีโทรศัพท์โทรเข้ามาหา
“ลองทายสิว่าฉันคือใคร!” เสียงอ่อนโยนของผู้หญิงเป็นคนถามขึ้น
“จางยี่ นี่เธอจงใจจะแกล้งทำเสียงหลอกใส่ฉันทำไม?” ประสาทหูของหลินหยางเก่งมากทีเดียว
จางยี่ทั้งดีใจและประหลาดใจจนต้องพูดออกมา “พี่เขย ขนาดฉันแกล้งทำเสียงแหบแห้งใส่ คุณยังฟังออกอีกเหรอ!”
“คุณเอาเครื่องเปลี่ยนเสียงมาดัดเสียง ฉันก็ฟังเสียงแกออก โทรหาฉันมีเรื่องไร?” หลินหยางถามกลับ
“พี่สาวหนีไปเที่ยวแล้ว ฉันอยากจะไปเดินเที่ยวในเมืองเจียงหลิงกับคุณได้ไหม?” น้ำเสียงของจางยี่แสดงความคาดหวังออกมาอย่างเต็มเปี่ยม
หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ หลินหยางก็ยอมตอบตกลง แถมไม่คิดเลยว่าไม่ถึงห้านาที จางยี่ก็มาที่เซียนเฉ่าเก๋อซะแล้ว