ตอนที่ 214
บทที่ 214 ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก
October 28, 2026
บทที่ 214 ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก
ทั้งสองคนต่างสวมใส่เสื้อผ้ากันเรียบร้อยแล้ว ทว่าร่างกายยังคงอิงแอบแนบชิดตัวติดกัน และแยกไม่ออก
“พอแล้ว ท้องฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว!” หลินหยางพูดเตือนสติ
“ไม่สน จะขังคุณไว้ชั่วชีวิตถึงจะดี!” หลิวหลิงหลิงพูดและยิ้มอย่างออดอ้อน
หลินหยางได้แต่ส่ายหน้าไปมาพร้อมทั้งพูดและยิ้มให้อย่างขมขื่น “ต่อไปต้องมีโอกาสให้คุณสอบปากคำแน่! ถึงเวลาควรกลับแล้ว ใช่สิ ฉันมากับเด็กสาว เป็นน้องสาวลูกพี่ลูกน้องของจางเยว่เลยนะ?”
“เธอก็ไม่ได้ก่อเรื่องนี่ การลงบันทึกให้ปากคำของคุณก็ออกมาแล้ว ว่าคุณเป็นนักโทษคดีร้ายแรง!” หลิวหลิงหลิงยิ้มตอบ
เวลาผ่านไปรวดเร็วมาก จนในที่สุดหลิวหลิงหลิงก็ได้จัดการเรื่อง “นักโทษคดีร้ายแรง” ของเธอนั้นได้อยู่หมัด ก่อนจากลากันยังกระซิบทำเสียงข่มขู่ใส่ “ถ้ากล้าทำผิดอีก ก็จะไม่ปล่อยตัวคุณไปอีกแล้ว!”
หลินหยางเดินออกมาจากสถานีตำรวจอย่างกุลีกุจอสดชื่น ในใจรู้สึกพอใจเต็มเปี่ยม ยังเดินได้ไม่กี่ก้าวพลันมีเสียงคนเรียกเขาเอาไว้
“ไอ้พี่เขยทุเรศ นี่คุณไปติดคุกขี้ไก่มาหรือว่าไปหอคณิกากันมาแน่!” ที่แท้ก็เป็นจางยี่คนเดิม
หลินหยางถึงกลับตอบกลับอย่างเก้อเขิน “คุยเพลินไปหน่อย แล้วทำไมคุณยังไม่ไปอีกล่ะ?”
“ฉันนี่นะนั่งรอคุณตั้งแต่บ่ายยันฟ้ามืดมาตลอด แหมแล้วคุณดันพูดว่าคุยเพลินเหรอ? คุณดูกระดุมของคุณสิมันจะกระเด็นออกมาอยู่แล้ว” จางยี่พูดดักทางหลินหยาง
หลินหยางก้มหน้ามองลงมา กระดุมมันดันหลุดจากรังดุมจริงๆ ต่อจากนั้นเลยไม่รู้ว่าจะอธิบายกับเธออย่างไรดีแล้ว
“เรื่องนี้.... นี่จะเป็นเพราะว่าตอนที่กำลังชกต่อยกันแล้วมันหลุดล่ะมั้ง!” หลินหยางสร้างเรื่องแถไปเรื่อย
“ไม่ใช่แล้ว คุณกระโดดไปหาเขาแทบไม่ได้สะกิดคุณแม้แต่นิด! หลิวหลิงหลิงคนนี้ใช่เพื่อนที่สนิทมากคนเก่าของคุณไหม?” จางยี่จ้องหน้าหลินหยางแล้วถาม
หลินหยางได้ยิ้มแห้งๆ ให้ แต่ไม่ยอมอธิบายต่อ เพราะอย่างไรจางเยว่ก็รู้อยู่แล้ว แถมยังเป็นแม่สื่อแม่ชักให้พวกเขาอีกด้วย!
ทว่าการแสดงออกของหลินหยางนั้นยิ่งทำให้จางยี่โมโหเดือด จนพูดอย่างเดือดดาล “พี่เขย ไม่คิดเลยว่าคุณจะเป็นคนประเภทนี้ แต๊ะอั๋งฉันก็พอแล้ว แถมยังไปเกี่ยวพันกับเพื่อนร่วมงานของพี่สาวฉันอีก!”
“ข้าวสามารถกินข้าวแบบไหนก็ได้ แต่ว่าคำพูดไม่อาจพูดมั่วๆ ฉันไปแต๊ะอั๋งคุณตอนไหนกัน!” หลินหยางพูดอย่างชัดเจน
“เชอะ ฉันจะไปฟ้องพี่สาวฉัน บอกว่าคุณรังแกฉัน ฉันจะโทรศัพท์หาพี่สาวฉันเดี๋ยวนี้เลย!” จางยี่พลันควานหาโทรศัพท์ตอนพูดด้วย
หลินหยางไม่อยากจะต่อปากต่อกรกับเธออีกแล้ว หญิงสาวคนนี้อยากจะพูดอะไรก็ให้พูดไปเลยตามเลยเถอะ เขาพูดถูกต้องตามหลักศีลธรรมแล้ว จางยี่เห็นท่าทางของหลินหยางที่ทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน จนเธอต้องโทรศัพท์ไปหาพี่สาวของเธอจริงๆ
จากนั้นปลายสายพลันมีเสียงสายซ้อนดังติ๊ดติ๊ดขึ้นมาแทน จนเด็กสาวเกิดอารมณ์เล็กน้อยจนต้องโทรกลับไปอีกครั้ง เมื่อโทรซ้ำอีกครั้งก็ยังเป็นเสียงสายซ้อนอยู่เช่นเดิม
“นี่พี่สาวกำลังทำอะไรอยู่? ทำไมไม่รับโทรศัพท์ฉัน!” จางยี่พูดอย่างอึดอัด
หลินหยางใจเต้นเล็กน้อย พลางควานหาโทรศัพท์ของตนเองพร้อมทั้งโทรไปยังไป๋เซียนเฉ่า ทางนั้นก็เป็นเสียงสายซ้อน! แล้วเขาก็เริ่มลองโทรศัพท์หาฉีเยนเอ๋อร์อีกครั้ง ก็ยังเป็นเสียงตี๊ดๆ สายซ้อนอยู่เช่นเดิม
ลางสังหรณ์ไม่ดีเริ่มถาโถมเข้าหา หลินหยางโทรศัพท์กลับไปอีกหลายครั้ง โทรศัพท์ของสามสาวต่างมีสายซ้อนกันทั้งนั้น
“ท่าไม่ดีแล้ว คงไม่ได้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับพวกเธอมั้ง?” สีหน้าของหลินหยางเคร่งขรึม
หลินหยางรีบโทรศัพท์ไปยังบริษัททัวร์ทันที ทางประชาสัมพันธ์ก็แจ้งกับเขาว่าตอนนี้คณะทัวร์เข้าไปอยู่ในเขตภูเขา ทางนั้นสัญญาณโทรศัพท์ถือว่าแย่มาก
ไม่เป็นก็ดีแล้ว หลินหยางเข้าใจถึงสาเหตุแล้วพลันหันมาพูดกับจางยี่แล้วพูดว่า “พอแล้ว ฉันกลับบ้านแล้ว คุณล่ะ?”
“คุณไปไหน ฉันก็ไปนั่น!” จางยี่เชิดหน้าใส่
ได้ งั้นก็กลับบ้านกันจริงๆ สักที เดี๋ยวให้หนานกงหยูนเป็นคนคอยต่อกรกับเธอ!
รถแลนด์โรเวอร์บรรทุกคนสองคนกลับบ้าน จางยี่ชี้ไปที่แสงไฟในห้องรับแขกพลางกล่าวว่า “ในบ้านมีคนอยู่!”
“ใช่สิ แขกของฉันเอง!” หลินหยางตอบ
“จริงเหรอ? ผู้ชายหรือผู้หญิง?” จางยี่ถามเซ้าซี้ไม่เลิก
หลินหยางขี้เกียจตอบคำถามอีก พลางเดินเข้าด้านในทันที หนานกงหยูนได้ยินเสียงเครื่องยนต์ก็มายืนรอเขาอยู่บริเวณประตูทันที
หลินหยางกอดเธอทันที พลางยิ้มให้ “ทำไมรู้สึกว่าคุณเริ่มผอมลงอีกแล้ว หรือว่าพอฉันไม่อยู่บ้านแล้วคุณก็เริ่มจัดการมันทั้งวันใช่ไหม?”
“คุณรู้ด้วย!” หนานกงหยูนกล่าวอย่างไม่เป็นสุข
จางยี่เริ่มรู้สึกมึนงงตอนที่จ้องมองพวกเขา อีตาพี่เขยสารเลวคนนี้ยังแอบซ่อนสาวสวยอยู่ในบ้านเรือนหออีก!
“เธอเป็นใครกัน?” จางยี่ถามเสียงแข็ง
“เด็กไม่มีมารยาทคนนี้ไปเก็บมาจากไหน?” หนานกงหยูนเหล่ตามอง
อารมณ์เดือดพล่านของจางยี่ปะทุออกมาทันที นิ้วที่พยายามจะชี้หน้าเธอ แต่ดันมาเจอหนานกงหยูนเริ่มเปลี่ยนรูปร่าง พร้อมทั้งใช้หลังฝ่ามือคว้าจับนิ้วของจางยี่เอาไว้ จากนั้นก็บีบผู้หญิงคนนี้จนร้องไห้ฟูมฟายออกมา
“พอแล้วแหละ น้องสาวลูกพี่ลูกน้องกับจางเยว่ ตามประสาเด็กน้อย อย่ารังแกเธอเลย!” หลินหยางพูดและยิ้มให้อย่างขมขื่น
“ลูกพี่ลูกน้องของท่านเทพประมุขสวรรค์ชั้นฟ้าก็ไม่ได้ ขนาดมารยาทขั้นพื้นฐานของการเป็นคนก็ไม่เข้าใจ ไม่มีใครสั่งใครสอนเจ้าตั้งแต่เด็กหรือไงกัน?” หนานกงหยูนจ้องตาเธอเขม็ง
ตั้งแต่เด็กจนโตไม่มีมีใครกล้าที่จะจ้องตาจางยี่เช่นนี้ จนใบหน้าเล็กๆ แดงระเรื่อ ดีที่ว่าหนานกงหยูนหยุดอยู่เท่านี้ ไม่นานก็ปล่อยมือออก
“ฮือ ฮือ พี่เขยเธอรังแกฉัน! คุณต้องล้างแค้นให้ฉันด้วย!” จางยี่บีบน้ำตาออกมาหลายหยด
หลินหยางกระแอมเสียง “เรื่องนี้พูดยากมาก พอฉันไม่ทันระวังก็มักจะโดนเธอรังแกอยู่บ่อยครั้ง!”
จางยี่ผงะทันที ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเก่งกาจถึงเพียงนี้เลยเหรอ? เมื่อมองจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว ดูสง่างามในสไตล์โบราณ แถมยังแต่งชุดโบราณอีก แขนเล็กขาเรียวอ่อนมันทำให้หลินหยางไม่กล้าประมาทได้ไหมล่ะ?