ตอนที่ 93
บทที่ 93 อาหารหอมกลุ่มอันมีที่มา
October 28, 2026
บทที่ 93 อาหารหอมกลุ่มอันมีที่มา
“คนนั้นเขาเป็นหมอ เป็นหมอช่วยรักษาคน แต่สำหรับพี่ เขาเรียกว่ายุ่มย่าม ”
“ได้ ฉันจะยุ่มย่ามนี่แหละ เธอจะทำไม ร้องสิ ร้องให้คอแตกตายก็ไม่มีใครมาช่วยเธอ” เซี่ยหยวนหยวนหัวเราะเยาะ พลางมุ่งไปยังหน้าอกของหยางเฟิน
“ไปไปไป แก่แล้วยังไม่สำรวมอีก” หยางเฟินตกใจแล้วตวาดไปทีหนึ่งแล้วหลบไป
“ครั้งนี้ถือว่าได้ผลเลยทีเดียว นี่ก็เกือบชั่วโมงหนึ่งแล้ว ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม ตอนที่เขานวดให้เธอ นวดอย่างไรเหรอ ” เซี่ยหยวนหยวนถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“อันนี้........”หยางเฟินหน้าแดง แต่สุดท้ายก็พูดไปว่า “รู้สึกแปลกๆ เหมือนมีอะไรมาทับที่อกหนู ขั้นตอนการนวดก็แบ่งขั้นตอนอย่างชัดเจน แต่ก็ดูมั่วๆสักหน่อย เป็นอย่างไรหนูก็ไม่แน่ใจ อย่างไรก็ตามหนูว่าไม่ได้มาตรฐาน”
“เขาจับตรงนี้ของเธอครึ่งชั่วโมงเลยเหรอ” เซี่ยหยวนหยวนเบิ่งตาโตถาม
ได้ยินที่เซี่ยหยวนหยวนถาม หยางเฟินหน้าแดง ทนไม่ไหวตอบกลับไปว่า “แม่นั่นแหละที่จับของหนูครึ่งชั่วโมง คนอื่นเขานวด เป็นอาชีพของเขา แม่อย่าดูถูกหมอนวดได้หรือเปล่า”
“นี่เธออ้อร้อจริง เห็นตอนที่เธอออกมา แก้มแดงนัยน์ตาเปล่งประกาย ตกหลุ่มรักแล้วใช่ไหมหล่ะ”
“ชิ พี่หยวนหยวน ฉันตกหลุมรักหรือลูกสาวแม่กันแน่คะ” หยางเฟินเดิมทีทำตัวไปไม่ถูก ก็รีบเปลี่ยนเรื่องเอาตัวเองออกมาจากเรื่องนั้นทันที
นึกถึงเรื่องน่าอับอายของลูกสาวตัวเองกับหลินหยาง เซี่ยหยวนหยวนอุทานในใจ สีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ “แกนี่มันกล้าไม่เบาเลยนะ ยังมีหน้ามาพูดถึงฉัน คอยดูว่าฉันจะจัดการกับแกอย่างไร”
ในขณะที่สองสาวกำลังเมาส์มอยกันมันอยู่นั้น เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้น
“เสี่ยวเยว่น่าจะกลับมาแล้วนะ เธอรีบใส่เสื้อผ้าเถอะ” เซี่ยหยวนหยวนรีบพูดพลางดูรูปร่างของเซี่ยหยวนหยวนที่ตัวเองถอดออกมา
รอจนหยางเฟินสวมใส่เสื้อผ้าเสร็จ เซี่ยหยวนหยวนไปเปิดประตู พอเปิดประตูก็เห็นลูกสาวตัวเองกับหลินหยางจริงๆ มองดูลูกสาวของตัว แก้มสองข้างแดงระเรื่อ น่าจัดกันมาอีกรอบ ทำได้แค่ส่ายหัวอุทานในใจเบาๆ ลูกสาวตัวเองโตขนาดนี้แล้ว ให้เขาดูแลตัวเองแล้วกัน ตัวเองจะไม่สอดมือเข้าไปแทรกแซงแล้ว
เรียกให้หลินหยางเข้ามานั่ง มองดูเวลานี่มันก็ห้าโมงเย็นแล้ว เซี่ยหยวนหยวนพูด “หยางเฟิน อย่าเพิ่งกลับเลย ฉันไปทำกับข้าว อีกสักพักพี่จางก็จะกลับมาแล้ว ถ้ายังไงก็ทานข้าวที่นี่ด้วยกันเลยนะ”
“ดีเลย ไม่ทานฝีมือพี่หยวนหยวนมานานแล้ว” หยางเฟินหัวเราะ
“เธอก็ว่าไป เมื่อสองวันก่อนใครหนอหน้าด้านมากินข้าวที่บ้านแม่” เซี่ยหยวนหยวนหัวเราะ เปิดเผยจุดอ่อนของหยางเฟิน
“ไปไปไป ไม่กินวันหนึ่งก็เหมือนไม่ได้กินมาสามปี” หยางเฟินพูดพลางทำตัวไม่ถูก
“แม่ วันนี้พักเถอะ ให้หลินหยางแสดงฝีมือสักหน่อย” จางเยว่อยู่ดีดีก็เสนอขึ้นมา
“แกนิ หลินหยางเป็นแขก ให้แขกลงครัวเองได้อย่างไร” มองบนใส่ลูกสาวไปเองรอบหนึ่ง แอบบ่นใจว่าลูกสาวตัวเองไม่มีมารยาท
“เสี่ยวหยาง ใช่ว่าจะเป็นคนนอก จะมาเกรงใจอะไรกัน” จางเยว่กระซิบอย่างไม่พอใจ
“เสี่ยวหยาง เธอทำกับข้าวเป็นหรือเปล่า” อย่างไรก็ไม่ใช่แขกบ้านตัวเอง หยางเฟินมองอยางหลินด้วยความสนใจ
“ตอนอยู่ที่บ้านก็เรียนด้วยตัวเองมานิดหน่อยๆ” หลินหยางหัวเราะพร้อมพยักหน้า
“ถ้าอย่างนั้นลองโชว์ฝีมือสักหน่อยไหม หลินอยางก็ไม่ถือว่าเป็นคนนอก บางทีในอนาคตอาจจะเป็นลูกเขยที่มาเสนอถึงหน้าก็ได้” หยางเฟินพูดแบบไม่คิด
“ตีตายเลย” เซี่ยหยวนหยวนตีไหล่ของหยางเฟิน พร้อมทั้งมองหลินหยางแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นเธอมาช่วยแม่ทำก็ได้”
“ได้ครับ” หลินหยางไม่มีความเห็น พร้อมทั้งเดินเซี่ยหยวนหยวนไปในครัว
“เสี่ยวเยว่ แกไม่ได้พูดส่งเดชไปใช่ไหม หลินหยางทำกับข้าวเป็นจริงๆเหรอ” หลินอยางมองจางเยว่ถามด้วยความประหลาดใจ
เมื่อได้ยินจางเยว่นั่งลงบนโซฟา นึกถึงอาหารที่หยางหลินทำ ทำให้นึกถึงมังสวิรัติทั่วไป รสชาติเข้าเนื้อ ได้กินเข้าไปนี่รสชาติเลิศกว่าสิ่งอื่นใด พยักหน้าด้วยความมั่นใจแล้วพูดออกไปว่า “ถ้าครั้งนี้หลินหยางลงครัวเอง เธอจะประหลาดใจชุดใหญ่เลยหล่ะ”
“หรือว่าตอนที่เธออยู่บ้านเขา หลินหยางทำให้เธอกินตลอดเลยเหรอ” หยางเฟินถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“เธอทายถูกแล้ว” จางเยว่เอนหลังลง
ผุ้หญิงมีสัญชาตญาณการซุบซิบนินทาในใจอย่างรุนแรง เมื่อได้ยินจางเยว่ยืนยันขนาดนี้ ขยับก้นตัวเองไปนั่งข้างๆจางเยว่แล้วพูดว่า “เสี่ยวเยว่ เธอบอกฉันมา เธออยู่ที่บ้านนอกกับหลินหยางทำอะไรกันมั่ง”
“ทำอะไรหล่ะ เธอคิดอะไรหน่ะ” จางเยว่หน้าแดง
เห็นจางเยว่เขินอายเล็กน้อย หยางเฟินหัวเราะถามว่า “เธอทำเรื่องนั้นกับเขาทุกวันเลยหรือเปล่า”
“น้าเฟิน ทำไมเธอไม่มีสมบัติความเป็นผู้ดีเลย”
“เธอบอกน้าเฟินหน่อย ใช่หรือไม่ใช่”
“ถ้าอย่างนั้นเธอทำไมไม่บอกว่าเธอกับสามีของเธอมีเรื่องอย่างว่ากันทุกวันใช่หรือเปล่า” จางเยว่ถามกลับ
“มีที่ไหนเล่า ลุงเธอยุ่งกับการคบค้าสมาคม ไม่รู้ว่าไปข้างนอกมีผู้หญิงอื่นบ้างหรือเปล่า เดือนหนึ่งมีอะไรกันสี่ห้าครั้งก็บุญแล้ว เธอเล่าให้ฟังหน่อย เธอกับหลินหยางมีอะไรกันครั้งหนึ่งนานแค่ไหน”
เห็นท่าทางซุบซิบนินทาของหยางเฟินแล้ว จางเยว่ถอนหายใจพูดว่า “เชื่อเธอเลยจริงๆ ทุกวันอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ”