ตอนที่ 166
บทที่166 พิษนี้ผมแก้ได้
October 28, 2026
บทที่166 พิษนี้ผมแก้ได้
“ผู้อาวุโสกัว เป็นยังไงครับ?” ก่อนหน้านี้แค่มีอาการแขนไม่สามารถใช้แรงได้ แต่ตอนนี้ที่แขนรู้สึกเหมือนเจ็บๆ
และความเจ็บปวดแบบนี้มันเกิดจากข้างในกระดูก คิดอยากจะนวดก็ทำไม่ได้
ผ่านไปครู่นึงผู้อาวุโสกัวถึงเปิดปากพูดว่า“รู้สึกว่าข้าดูผิดไปแล้วจริงๆ ไอ้หนุ่มนั่นไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ ฝีมือแบบนี้ แม้แต่ข้ายังแก้ไม่ได้”
ได้ยินคำพูดนี้แล้วทั้งสองคนสีหน้าเปลี่ยนไปทันที ไอ้หนุ่มนั่นดูๆแล้วก็น่าจะแค่อายุประมาณยี่สิบต้นๆ เขาใช้วิธีอะไรกันแน่ แม้กระทั่งผู้อาวุโสกัวยังจนปัญญาเลย?
“ผู้อาวุโสกัว งั้นคนนี้......”
“ไอ้หนุ่มคนนั้นไม่ใช่คนเลวอะไรหรอก แค่อยากจะลงโทษแกเฉยๆ ถ้าหากฉันดูไม่ผิดล่ะก็ อีกสิบสองชั่วโมงแขนของแกก็จะกลับมาเป็นปกติแล้ว” ผู้อาวุโสกัวพูดด้วยรอยยิ้ม
พอได้ยินคำพูดของผู้อาวุโสกัวแล้ว สีหน้าของชายหน้าดำยิ่งดำขึ้นมาทันที ความเจ็บปวดที่เจ็บจี๊ดเข้ากระดูกนี้ ยังจะให้ตัวเองต้องทนอีกสิบสองชั่วโมงหรือ? ความเจ็บปวดข้างในของกระดูก ทำให้เขามีความคิดที่จะตัดแขนตัวเองทิ้ง
“ถึงแม้ฉันจะแก้ไม่ได้ แต่ไอ้หนุ่มนั่นต้องทำได้แน่นอน ไป ตามฉันไป” ผู้อาวุโสกัวพูดด้วยรอยยิ้ม
“ไอ้หนุ่มนั่นเดินเร็วจริงๆ ไม่รู้เดินไปไหนแล้วครับ”ชายหน้าดำบ่น
“ไอ้หนุ่มนั่นซื้อเตาต้มยา บอกว่าจะส่งไปที่ร้านซักผ้าเซียวจี้ไม่ใช่หรือ ไปขับรถตามไปดูสิ"
ผู้อาวุโสกัวที่อยู่ในฐานะแพทย์แผนจีนเก่าแก่คนนึง สำหรับทุกสิ่งเขาได้สำรวจอย่างละเอียด ที่อยู่ที่หลินหยางบอกเอาไว้ เขาก็ไม่ได้ละเลย
“ไม่รู้ว่าเขาจะสามารถแก้ได้รึเปล่า อีกอย่างเขาเป็นคนที่มีฝีมือไม่เลวจริงๆ ถ้าหากสามารถดึงเขาเข้ามาใน‘จงหน’ของเราได้ ก็เหมือนจะไม่เลวนะ” ชายหน้าดำพูด
“เป็นหมอมักจะมีใจที่กว้างใหญ่และเมตตา พูดดีกับเขาหน่อย แล้วทำไมจะแก้ให้ไม่ได้ ลองไปดูเถอะ” ผู้อาวุโสกัวพูดและโบกมือ
ผู้อาวุโสกัวภายนอกนิ่งสงบ แต่ในใจกลับขึ้นๆลงๆ โดยเฉพาะสีหน้าที่หลินหยางมองเขาอย่างยึดมั่น แล้วได้ชี้ให้รู้ว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว ไม่นึกเลยว่าจะทำให้เขามีความหวังเล็กๆที่จะอยู่ต่อไปอีก! โรคของเขา นอกจากคนที่มีอำนาจระดับสูงในประเทศและเพื่อนเก่าไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ ยังมีคนเยอะแยะมากมายที่ถูกปิดบังเอาไว้
พอถึงอายุอย่างเขาแล้ว เรื่องความเป็นความตายก็เป็นเรื่องปกติไปแล้ว ยิ่งในฐานะที่เป็นหมอคนนึง สำหรับเรื่องแบบนี้แล้วยิ่งคิดได้ว่าเป็นเรื่องธรรมดา ที่เขายังอยากมีชีวิตอยู่ต่อ ก็เพราะว่ายังยึดติดกับโลกนี้ ความสามารถทางการแพทย์ของตัวเองยังไม่ได้สืบทอดต่อไปอย่างสมบูรณ์แบบ
ถึงแม้ในวิชาการแพทย์ของกัวเฉิงรักษาการถ่อมตนไว้ แต่ก็มีความรับผิดชอบอยู่แบบนึงด้วย วิชาการแพทย์ของตัวเอง ถึงแม้จะไม่กล้าพูดว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ แต่ก็ถือว่าล้ำเลิศไม่เบา ตอนนี้มีโรคมากมายที่แพทย์อื่นรักษาไม่ได้ พอถึงมือของเขาแล้ว บางทีก็ได้ผลที่นึกไม่ถึงจริงๆ เขาเรียกได้ว่ามีฐานะที่ล้ำเลิศยิ่งกว่าหมอในยุคโบราณของพระราชวังเสียอีก ถ้าหากเขาสามารถมีชีวิตอยู่ต่อ สำหรับสังคมและประเทศ ก็ต้องมีประโยชน์อย่างมาก
“เตาต้มยา?คุณจะเอาไอ้นี่ไปทำอะไรหรอ?” หนานกงหยูนเห็นหลินหยางแล้วถามอย่างแปลกใจ
“เดิมทีก็คิดจะซื้อหม้อยาไปปรุงยา แต่ไม่มีขนาดที่พอเหมาะ เห็นอันนี้พอดี ก็เลยซื้อเอาไว้ครับ” หลินหยางอธิบายด้วยรอยยิ้ม
“ใช้เตาต้มยาปรุงยา? โอเค ฉันช่วยคุณยกเข้าไป ดูซิว่าคุณจะสามารถปรุงยาวิเศษอะไรออกมาได้” หนานกงหยูนพูด แล้วดึงแขนเสื้อขึ้นมา ในขณะที่คนงานขนส่งสินค้ากำลังอึ้งตาค้าง เธอได้ยกเตาต้มยาที่หนักไม่น้อยกว่าห้าร้อยกิโลขึ้นมาแล้วเดินเข้าไปในร้าน
“คนเมื่อกี๊.......ใช่ผู้หญิงจริงหรือ?”คนขนส่งคนนึงพูดอย่างไม่น่าเชื่อ
“เหมือนจะใช่นะ มองเห็นไม่ชัด ของใหญ่แบบนั้น เธอยกเข้าไปด้วยตัวคนเดียวเลยหรือ?”อีกคนนึงก็ตะลึงไม่แพ้กัน
มองดูสีหน้าที่ตกตะลึงสุดๆของทั้งสามคน หลินหยางรู้สึกปวดหัวเล็กน้อย ตัวเองให้ความสนใจแต่เตาต้มยาถึงกับไม่ได้รู้ตัวว่าจะมีผลกระทบแบบนี้
“ครั้งนี้พวกคุณก็เหนื่อยแล้ว ค่าแรงเหล่านี้พวกคุณเอาไว้ซื้อบุหรี่กันนะครับ” หลินหยางล้วงเงินหกร้อยหยวนจากกระเป๋าเสื้อแล้วยัดใส่มือทั้งสามคน แล้วได้หันหลังเดินเข้าไปในร้านซักรีด
หลินหยางเพิ่งเข้าไปได้ไม่นาน ก็มีรถคันนึงมาจอดอยู่ที่หน้าร้านซักรีดอย่างช้าๆ ผู้อาวุโสกัวพาลูกน้องสองคนเดินเข้าไปทางร้าน
“พวกคุณ มีธุระอะไรหรือคะ?" จ้าวจินฟ่งที่กำลังยุ่งอยู่พอเห็นมีคนเข้ามาก็รีบมาทักทายด้วยรอยยิ้ม แต่ว่าพอเห็นว่าเป็นผู้ชายทั้งสามคนแล้ว เธอก็รู้ตัวแล้วว่าสามคนนี้ไม่ใช่ลูกค้าอย่างแน่นอน
“ก่อนหน้านี้มีชายหนุ่มคนนึงเดินเข้ามาใช่รึเปล่าครับ สูงประมาณนี้.....” ผู้อาวุโสกัวบรรยายหน้าตาของหลินหยางด้วยรอยยิ้ม
จ้าวจินฟ่งก็รู้ทันทีเลยว่าพวกเขามาหาหลินหยาง แล้วเธอมองผู้อาวุโสกัวด้วยสายตาระแวง และถามเขาอย่างเรียบเฉย“คุณหาเขามีธุระอะไรเหรอคะ?"..
“เพื่อนผมคนนี้มีปัญหาที่แขนน่ะครับ ก็เลยอยากจะให้เขาช่วยดูให้หน่อย” ผู้อาวุโสกัวพูดด้วยรอยยิ้ม
มองดูใบหน้าที่มีความเจ็บปวดของชายหน้าดำแล้ว จ้าวจินฟ่งที่รู้เรื่องแพทย์แผนจีนอยู่บ้างก็ดูออกว่ามีความผิดปกติ แล้วพยักหน้าพูดว่า:“พวกคุณรอสักครู่นะคะ ฉันไปเรียกหลินหยางมาค่ะ”
“ที่แท้ก็ชื่อหลินหยางนี่เอง ทำไมชื่อนี้ไม่คุ้นเคยเลย......." มองดูจ้าวจินฟ่งเดินจากไป กัวเฉิงได้คิดลึกๆอยู่ในใจ
บนชั้นสองหลินหยางกำลังยุ่งอยู่กับเตาต้มยาแน่นอน เขารู้อยู่แล้วว่าคนที่มาคือใคร และพูดในใจว่ามาเร็วจริงๆ ก็เลยให้จ้าวจินฟ่งพาพวกเขาขึ้นมา
“น้องชาย เรื่องก่อนหน้านี้เป็นการเข้าใจผิด หวังว่าน้องชายจะไม่ถือสานะครับ”พอเห็นหลินหยางแล้ว ผู้อาวุโสกัวหัวเราะและเดินเข้าไป
สำหรับหลินหยางแล้วอาวุโสคนนี้ไม่ใช่คนเลวอะไร พยักหน้าและพูด:“ไม่เป็นไรครับ ท่านอาวุโสมาหาผมมีธุระอะไรเหรอครับ?"