ตอนที่ 112
ตอนที่ 112 ฉันเฝ้าให้คุณ
October 28, 2026
ตอนที่ 112 ฉันเฝ้าให้คุณ
ยุ่งจนถึงบ่ายโมงกว่า ถึงส่งคนป่วยคนสุดท้ายไป จ้าวจินฟ่งรีบปิดประตู แขวนป้ายไว้ด้านนอก ข้างบนเขียนไว้ว่าเริ่มงานบ่ายสอง
“เสี่ยวหยาง คงเหนื่อยแล้วสิ รีบมากินข้าวเร็ว”จ้าวจินฟ่งเรียก ยกอาหารผัดสี่อย่างน้ำแกงหนึ่งอย่างออกมาบนโต๊ะ
“โห อาหารวันนี้ทำไมเยอะจังเลย “หลินหยางยิ้มแล้วถาม
“เห็นวันนี้คุณเหนื่อยมากแล้ว เลยทำอาหารเพิ่มให้คุณ ตอนบ่ายตั้งใจทำงานนะ!”จ้าวจินฟ่งสั่งเหมือนคนใช้
“ตอนแรกผมยังคิดว่าเป็นห่วงผมสักอีก ที่ไหนได้แค่อยากให้ผมตั้งใจทำงาน”หลินหยางไม่พอใจ
“ล้อคุณเล่นหน่า เสี่ยวหยาง คุณไม่ขาดเงิน ไม่ก็ไม่ต้องทำงานที่นี่แล้ว ถ้าทำแบบนี้ต่อไปเหนื่อยเกินไปสำหรับคุณแล้ว”จ้าวจินฟ่งเตือน
“คนที่มารักษา ส่วนมากก็เป็นคนที่อาศัยอยู่ละแวกนี้ ยุ่งไม่กี่วันก็ไม่มีคนแล้ว”หลิน หยางพูดด้วยความไม่รู้สึกเหนื่อยอะไร
“พูดกันคนต่อคน สิบไปร้อย ถึงตอนนั้นคุณอยากไปก็ไปไม่ได้แล้ว “จ้าวจินฟ่งเตือน
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวคุณช่วยติดป้ายให้หน่อย หลังจากสามวันผ่านไป ร้านนี้ปิดร้าน ต่อไปก็จะไม่มีคนมาแล้ว “หลินหยางคิดดูแล้วพูด
“ได้ “จ้าวจินฟ่งไม่มีความเห็นอะไรกับสิ่งนี้ ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะว่าไม่มีเงิน เธอก็ไม่ได้อยากเปิดร้านนี้
สามวันต่อจากนั้นมา หลินหยางใช้ชีวิตผ่านไปด้วยความยุ่ง และโรคของเหอเฉินแม่ของจ้าวจินฟ่ง ในที่สุดก็ถูกหลินหยางรักษาจนหาย สัมผัสถึงความแผ่วเบาของร่างกาย เหอเฉินรู้สึกพอใจเป็นอย่างมากต่อหลินหยาง
ส่วนทางหยางเฟินเรื่องการยวดหน้าอก เพียงอีกครั้งเดียวก็เสร็จ เห็นก้อนเนื้อสีขาวสองก้อนของตนเองยิ่งอยู่ยิ่งกระชับ ในใจหยางเฟินรู้สึกขอบคุณหลินหยาง
จ้าวจินฟ่งหายใจเข้าลึกๆ ในที่สุดตนเองก็ไม่ต้องเป็นหมอแล้ว ฝีมือการแพทย์ของตนเองไม่ได้โดดเด่นอะไร เมื่อก่อนยังกังวลว่ารักษาได้ไม่ดีจะไม่ได้เงินมา
ขายคลินิกด้วยราคาถูก กลับขายได้แสนกว่าหยวน แต่เงินนี้จ้าวจินฟ่งไม่เอาสักบาท ออมไว้ในธนาคารจนหมด บัญชีให้แม่ของตนเอง
หลังจากจัดการทุกอย่างจนเสร็จ เหอเฉินเชิญชวนหลินหยางไปกินข้าวที่บ้านของเธอ หลินหยางไม่ปฏิเสธ ขับรถเบนซ์ของตนเองไว้ ตอนที่ฟ้าเริ่มมืด พาสองแม่ลูกขับไปที่ชนบท
หลังจากครึ่งชั่วโมงผ่านไป ในที่สุดก็หยุดจอดลงที่ที่เหอเฉินบอก เดินเข้าไปในชุมชน มาถึงหน้าประตู มองดูการตกแต่งของข้างใน ไม่ได้หรูหราอะไร แต่มีกลิ่นไอของคนเรียนหนังสือ เหอเฉินถือว่าเป็นคนที่มีรสนิยม
“เอ๋ น้องชายทำไมไม่อยู่บ้านเหรอ?”จ้าวจินฟ่งถามด้วยความสงสัย
“ช่วงนี้เขาเรียนหนัก บวกกับแม่ป่วย ไม่ต้องการเขาดูแล แม่เลยให้เขาพักในโรงเรียนเลย”เหอเฉินยิ้มแล้วพูด
“แบบนี้ก็ดี ให้เขาตั้งใจเรียน เรื่องอื่นไม่ต้องเป็นห่วง “จ้าวจินฟ่งพูด
“เรื่องนี้แม่รู้ จ้าวจินฟ่ง แม่ว่าเสี่ยวหยางก็ไม่เลวนะ เราก็หน้าตาดี แม่ว่าพวกหนูสองคนเหมาะสมกันดี ถ้าเสี่ยวหยางยังไม่ได้แต่งงาน พวกหนูสองคนก็ลองดูใจกันดู “เหอเฉินให้หลิน หยางนั่งอยู่ห้องรับแขก ดึงมือลูกสาวแล้วเข้าไปทำอาหารในครัว ถือโอกาสกล่าวเตือนลูกสาวด้วย
“แม่ แม่พูดอะไรเนีย เขารวยขนาดนั้น หน้าตาหล่ออีก เขาจะมาชอบลูกสาวแม่ได้ไง แม่อย่าคิดเลย”จ้าวจินฟ่งเถียงกลับด้วยใบหน้าที่แดง
“ก็ไม่เห็นเป็นอะไรนิ เขาหล่อและรวย หนูก็สวยและเรียนสูง คูควรกับเขาแน่นอน ถ้าหนูชอบ อย่าพลาดโอกาสนี้ไปละ “เหอเฉินสั่งสอนลูกสาวของตนเอง
“พอๆ แม่ไม่ต้องพูดไปเรื่อยแล้ว “จ้าวจินฟ่งพึมพำด้วยความไม่พอใจ
บนโต๊ะอาหาร หลินหยางเห็นใบหน้าของจ้าวจินฟ่งแดงฉ่ำยิ้มแล้วถาม “จ้าวจินฟ่ง ทำไมหน้าคุณแดงจัง”
“ไปตายไป!”จ้าวจินฟ่งมองบนใสหลินหยางด้วยความเขินอายแล้วพูด
หลินหยางถูกว่าโดยที่ไม่รู้เรื่องอะไร หยิบตะเกียบขึ้นมาไปคีบก้งมังกรบนโต๊ะ
“เสี่ยวหยาง คุณจะเปิดร้านซักผ้าให้จ้าวจินฟ่ง?ได้ยินว่าเขตนั้นต้องใช้เงินไม่น้อยจึงจะเช่าพื้นที่ได้”เหอเฉินถามด้วยความอ่อนโยน
“ครับ จ้าวจินฟ่งมีความคิดนี้ ผมเลยลุงทุนให้เธอหน่อย ยังไงบ้านก็ไม่ไม่มีการลดค่า ซื้อก็ซื้อเลย”
เมื่อได้ยินคำพูดขอหลินหยาง ในใจสองแม่ลูกก็รู้สึกโล่งใจ
“ได้ยินจินฟ่งบอกว่าคุณยังเรียนปีสี่อยู่ ก็มีความสามารถและเก่งขนาดนี้ “เหอเฉินอดไม่ได้ที่จะมองดูหลินหยาง
“พอดีแพทย์แผนจีนที่สืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษได้ผลดี ดังนั้นจึงได้เงินมาบ้าง ไม่ถือว่าเก่งอะไรหรอก จ้าวจินฟ่งเป็นผู้หญิงคนเดียวสามารถดูแลครอบครัวได้ นี่จึงจะเรียกว่าเก่ง”หลิน หยางถือโอกาสนั้นประจบจ้าวจินฟ่ง
“จ้าวจินฟ่ง อย่าดูว่าปกติปากร้าย แต่จิตใจดีมาก ถ้าพวกหนูสองคนอยู่ด้วยกัน คุณต้องยอมๆเธอบ้างนะ”
ภายใต้การพูดของเหอเฉิน หลินหยางฟังแล้วหัวใจเต้นแรง ดูสภาพของคุณน้าเหอเฉิน เห็นได้ชัดว่าอยากแนะนำลูกสาวให้ตนเอง
ช่วงนี้หลินหยางนอนกับจ้าวจินฟ่งด้วยกันในโรงแรมเป็นประจำ รูปร่างที่เร่าร้อนของจ้าวจินฟ่ง ผิวกายที่เหมือนหยกสีขาว หลินหยางเห็นแล้วหัวใจเต้นแรงมาก ผู้หญิงแบบนี้ถือว่าเป็นสาวสวย ตนเองแต่งเป็นเมียต้องไม่เสียเปรียบแน่นอน
หลังจากกินข้าวเสร็จ โทรศัพท์ของหลินหยางดังขึ้น ดูแล้วเป็นจางเย่วเป็นคนโทรมา
“ฮาโหล เยว่.....”หลินหยางกำลังจะพูดคุยกับจางเยว่ ก็ถูกเสียงร้อนใจของจางเยว่ตัดไป
“เสี่ยวหยาง ฉันมีเพื่อนร่วมงานถูกวางยาพิษระหว่างทำภารกิจ ตอนนี้สถานการณ์เร่งด่วนมาก ถ้าคุณมีเวลาก็รีบมา”
“ที่อยู่”หลินหยางตอบตกลง
“โรงงานร้างนอกชานเมืองทางตอนเหนือ คุณเดินตามถนนใหญ่ก็สามารถเห็น”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ในใจหลินหยางกระตุก บ้านของจ้าวจินฟ่งอยู่ชานเมืองตอนเหนือ ถ้าเป็นแบบนี้แสดงว่าอยู่ไม่ไกลจากตนเอง ตอบกลับไปหนึ่งคำ “สักครู่ก็ถึง”หลินหยางวางสายลง