ตอนที่ 1331
บทที่ 1345 ควบคุมไม่อยู่
October 21, 2026
จากที่หยดน้ำหยาดลงมาโปรยๆ กลับเปลี่ยนเป็นถล่มลงมารุนแรง เห็นได้ชัดว่ากลบกำลังไฟได้ไม่มิด
ภายใต้การสนับสนุนของแรงลม ไฟก็พลันเปลี่ยนทิศทาง แรงไฟขนาดใหญ่พุ่งผลาญมาทางเซียวเฉวียน
เซียวเฉวียนรีบลากระยะห่าง
เดิมทีเซียวเฉวียนคิดว่าพอลมพัดครั้งนี้ก็จะหยุดลง จะอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงว่า ลมไม่เพียงจะไม่หยุด แต่กลับพัดโบกขึ้นมารุนแรงขึ้น
พระเจ้า!
ลมชั่วร้าย!
ทว่า ภายหลังจากที่ขอบเขตของไฟนั้นยิ่งขยายวงกว้างขึ้น เมฆหมอกที่ล้อมอยู่ในไม่กี่ลี้นี้ก็พลันหายไปไม่น้อย
เฮยหลังเองก็มองเห็นชัดเจนว่ากระแสเพลิงนั้นยิ่งมาก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
“ท่านราชครู” เฮยหลังเงาร่างหายไป มาปรากฏตัวอยู่ข้างกายเซียวเฉวียน พลางใช้มือหักกิ่งไม้ออกเพื่อปัดไล่กระแสไฟที่ค่อยๆ ขยายเข้ามา ด้านหนึ่งก็พูดว่า “ไม่อย่างนั้นบ่าวจะหาคนมาดับไฟให้”
กลางป่าเขารกร้างห่างไกล เฮยหลังเองก็รู้ว่าหากยังปล่อยให้ไฟไหม้ต่อไปเช่นนี้ ก็ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาแล้ว
แต่ว่า เฮยหลังเองก็รู้ว่า การกลับไปกลับมาเช่นนี้แล้วยังต้องรอให้คนมาช่วยดับ ไม่แน่ว่าเพลิงนี้จะไหม้ไปถึงตรงไหแล้ว
พอถึงเวลานั้น ต่อให้มีคนมาก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้แล้ว
กลับกันเป็นตัวเซียวเฉวียนที่เอ่ยอย่างสงบนิ่งว่า “ไม่จำเป็น”
“ภาพวาดอรุณรุ่ง ลงแรงให้หน่อย!” เซียวเฉวียนคำรามใส่ภาพวาดอรุณรุ่ง
เซียวเฉวียนเพิ่งจะเอ่ยจบ ภาพวาดอรุณรุ่งหมุนตัวอย่างงดงามครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นหยาดน้ำขนาดใหญ่ประมาณเม็ดถั่วก็ตกลงมาอย่างแน่นหนาทั่วพื้นที่ไปหมด
จนใจแต่ว่าทิศทางลมนั้นกลับรุนแรงมากขึ้น หยาดฝนเพิ่งจะตกลงไปครึ่งหนึ่งก็ถูกลมพัดเอนไปด้านข้างจำนวนมาก ที่เหลือนั้นก็ตกบนบริเวณที่ไฟกำลังไหม้อยู่ ทว่าน้ำจำนวนเพียงประมาณหนึ่งถัง ไม่ได้มีคุณค่าอะไรมากมายสำหรับการดับไฟ
โอ้ เจ้าลมนี่ก็เหมือนมีปีศาจดลเสียจริง?
เซียวเฉวียนเป็นคนเพียงคนเดียวที่มาจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด แนน่นอนว่าเขาไม่เชื่อเรื่องภูตผีปีศาจ และเห็นได้ชัดว่า มีคนที่คอยบงการทุกอย่างตรงนี้อยู่เบื้องหลัง
น่าสนใจนัก
เซียวเฉวียนอยากจะเห็นเสียจริงๆ สุดท้ายแล้วเป็นใครที่จงใจกลั่นแกล้งรังแก
คิดแล้ว เซียวเฉวียนก็พูดว่า “เฮยหลัง เดินไปไกลๆ หน่อย”
เฮยหลังยังคงไม่เข้าใจ แต่ว่าก็ยังทำตาม เขาเดินห่างออกไปอย่างรวดเร็วฉับไว
เซียวเฉวียนหันหน้ามามอง ทำท่าเหมือนจะหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ก็แค่เรียกให้เฮยหลังเดินห่างออกไปไกลหน่อยก็เท่านั้น ดูซิ
เขาเดินห่างออกไปไกลโยชน์ราวกับคนละโลก รักษาระยะห่างกับเซียวเฉวียนมากทีเดียว
คล้ายเขามีลางสังหรณ์ที่จะหลบเซียวเฉวียนเหมือนหลบเทพโรคระบาดก็ไม่ปาน
คนโบราณพวกนี้...ช่างน่าเอ็นดูเสียจริงๆ
เซียวเฉวียนค่อยๆ ขยับออกห่างจากกระแสเพลิงนิดหน่อย เขาคำถามว่า “ภาพวาดอรุณรุ่ง ออกมาหน่อย”
ภาพวาดอรุณรุ่งให้ความร่วมมือโดยช่วยเขาสยบไฟ
เมื่อเห็นภาพวาดอรุณรุ่งสยบความร้อนลงไปพอสมควรแล้ว เซียวเฉวียนก็โบกมือ จากนั้นก็วาดเส้นโค้งขนาดใหญ่ออกมาพลางเอ่ยเสียงเย็น “ไปเถอะ!”
หลังจากนั้นเซียวเฉวียนก็สร้างปราการขึ้น จากนั้นก็วาดวงล้อมสร้างอาณาเขตกักบริเวณที่ไฟลุกและภาพวาดอรุณรุ่งไว้ด้วยกัน
“ให้สายลมแรงพัดต่อ พัดแรงๆ พัดไปเรื่อยๆ!” ภายในใจของเซียวเฉวียนกลับคิดถึงบทกลอนนี้ขึ้นมาอย่างเหมาะเจาะพอดี
ฮ่าๆๆ!
ภายในปราการนั้น ปลายพระเพลิงยังคงเผาผลาญกวาดไปทั่วทิศ ต้นไม้เองก็ไหวเอนไม่หยุด ดูไปแล้วสายลมน่าจะรุนแรงมากจริงๆ
ทว่าหยาดฝนของภาพวาดอรุณรุ่งก็ตกหนักขึ้นๆ เรื่อยๆ คล้ายกับห่าฝนที่เทลงมา สาดซัดลงมาอย่างรุนแรง
กระแสเพลิงดูไปแล้วอ่อนด้อยเล็กน้อย แต่ว่าผลนั้นกลับไม่ได้ดีอะไรไปมากมายนัก ไม่เหมือนกับที่เซียวเฉวียนคะเนเอาไว้
ในเวลานี้ เซียวเฉวียนคล้ายได้ยินเสียงปริแตกเบาๆ ขึ้นมา ครั้นหันไปมองก็พบว่ามีรอยแตกเป็นสายๆ อยู่บนปราการ อีกทั้ง รอยแตกนั้นยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ เสียงของแตกหักก็ค่อยๆ ดังชัดเจนขึ้น