ตอนที่ 1345
บทที่ 1363 เงื่อนไขที่ดึงดูดใจ
October 21, 2026
ดูมีอำนาจยิ่งนัก!
ดูดีก็ดูดีอยู่ แต่ในใจของเซียวเฉวียนกำลังกระอักเลือด
เจี้ยนจงและมู่จิ่นสองคนนี้ไม่ได้ใช้เงินของตัวเอง จึงพยายามสร้างโดยไม่ตระหนักถึงความรู้สึกของเซียวเฉวียนสักนิด
แค่ปรับปรุงชิงหยวน ก็ใช้เงินของเซียวเฉวียนไปไม่น้อยแล้ว การเปิดรับนักเรียนรุ่นต่อไป เซียวเฉวียนยังต้องจ่ายค่าครองชีพให้กับนักเรียน
ใช้เงินเหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำจริง ๆ !
ถ้าไม่ใช่เพราะเซียวเฉวียนหาเงินเก่ง เซียวเฉวียนจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายมากขนาดนี้ได้อย่างไร
เซียวเฉวียนอดมองไปยังสถานศึกษาชิงหยวนที่แยกแยะรูปแบบไว้อย่างชัดเจนไม่ได้ พลางครุ่นคิดในใจ ใช้เงินไปตั้งเยอะ แต่ก็ออกมาดูดีเชียวล่ะ ไม่ได้แตกต่างจากโรงเรียนที่ในใจของเซียวเฉวียนนัก เงินก้อนนี้ก็ถือว่าคุ้มค่ามากแล้ว
เวลานี้เอง ห้องครัวของชิงหยวนถูกสร้างเสร็จแล้ว
เดิมทีสถานศึกษาชิงหยวนแห่งนี้ก็คล้ายกับหงส์ในฝูงกา ดึงดูดความสนใจของผู้คนไม่น้อย
ในทุกวันจะมีผู้คนผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาดูความคืบหน้าของสถานศึกษาชิงหยวนกันไม่น้อย
สิ่งสำคัญคือรูปแบบการก่อสร้างของสถานศึกษาชิงหยวนแห่งนี้ คนต้าเว่ยไม่เคยพบเห็นมาก่อน ดังนั้นจึงคิดว่ามันเป็นเรื่องใหม่
ในทุกวันจะมีชาวบ้านแวะเวียนกันเข้ามาชมไม่ก็ชะเง้อแลมอง
บัดนี้เมื่อเห็นร่างเงาของเซียวเฉวียนปรากฏขึ้นที่นี่ ก็ยิ่งดึงดูดชาวบ้านให้เข้ามามุงดูมากกว่าเดิม
ชาวบ้านต่างเดินมายืนอยู่ด้านหลังของเซียวเฉวียนด้วยจิตใต้สำนึก และยืนดูสถานศึกษาชิงหยวนไปพร้อมกับเซียวเฉวียน
ในฐานะที่เซียวเฉวียนเป็นประมุขแห่งชิงหยวน การที่สถานศึกษาชิงหยวนถูกสร้างในรูปแบบนี้ จะต้องเป็นคำแนะนำของเซียวเฉวียนแน่นอน
พวกเขาประหลาดใจมากที่สถานศึกษาชิงหยวนกลายมาเป็นแบบนี้ เซียวเฉวียนคิดอะไรอยู่กันแน่
ดังนั้นชาวบ้านที่กำลังซุบซิบนินทาก็เอ่ยขึ้น “ราชครู เหตุใดท่านถึงทำเช่นนี้?”
เซียวเฉวียนรู้ ความหมายของพวกเขาคือเซียวเฉวียนไม่จำเป็นต้องสร้างสถานศึกษาที่ใหญ่ถึงเพียงนี้
มันสิ้นเปลือง
สถานศึกษาชิงหยวนคือโรงเรียนของตระกูลผู้ร่ำรวยในเมืองหลวง มีแค่ลูกหลานของตระกูลที่มีอำนาจและครอบครัวที่มีภูมิหลังดีถึงจะเข้าเรียนได้ ลูกหลานที่มาจากครอบครัวยากจนไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะได้เข้าฟัง
สร้างชิงหยวนใหญ่เช่นนี้ ไม่สิ้นเปลืองแล้วจะเรียกว่าอะไร?
แถมยังสร้างถึงสามชั้นอีก
ไม่ใช่สิ้นเปลืองธรรมดาด้วยซ้ำ
เซียวเฉวียนได้ยินก็เอ่ยเสียงเรียบ “สถานศึกษามีไว้สำหรับอ่านหนังสืออยู่แล้ว”
ในเมื่อพูดถึงขนาดนี้ เซียวเฉวียนจึงฉวยโอกาสเอ่ยว่า “ถึงเวลานั้นสถานศึกษาชิงหยวนจะเปิดให้บริการไม่คิดเงิน ต้อนรับนักเรียนทุกคนที่จะเข้ามาสมัครเรียน”
“อีกเรื่อง นอกจากอาหารเที่ยงที่ทางสถานศึกษาบริการแล้ว นักเรียนทุกคนจะได้เงินคนละสองตำลึงเงินด้วย”
ตอนนี้เมืองหลวงเพิ่งจะผ่านวิกฤตใหญ่หลวงมาไม่นาน ชาวบ้านยังไม่ทันได้ฟื้นตัว
เศรษฐกิจฟื้นตัวเมื่อไหร่ คงมีกำลังหาเงินไม่น้อย
อีกอย่างผลผลิตในสมัยโบราณค่อนข้างต่ำ การจะฟื้นตัวกลับมาจะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสองถึงสามปี
พูดได้ว่าถ้าเซียวเฉวียนไม่เสนอเงื่อนไขนี้ ภายในสองสามปี ชาวบ้านคงจะไม่อยากให้ลูกหลานของตัวเองมาเรียนชิงหยวนแล้วก็ได้
แต่ถ้ามีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน สองตำลึงเงินถือว่ามากกว่าเงินเดือนที่ชาวบ้านหามาอย่างยากลำบากเสียอีก
การเล่าเรียนในสถานศึกษาชิงหยวน ไม่เพียงแต่ลูกหลายของตัวเองที่ได้รับความรู้แล้ว ยังได้เงินมากมายอีกด้วย เรื่องดีแบบนี้พวกชาวบ้านไม่พลาดแน่นอน
แต่ในตอนที่เซียวเฉวียนจะรับช่วงต่อจากชิงหยวนนั้น ก็เคยใช้อุบายนี้เช่นกัน แต่ขณะที่นักเรียนกำลังเล่าเรียนอยู่นั้น เซียวเฉวียนยกเลิกเงื่อนไขไม่ได้
ชาวบ้านต่างส่งเสียงฮือฮาเพราะเรื่องนี้
เรื่องนี้ จนถึงตอนนี้ ชาวบ้านก็ยังจำได้
ดั่งคำกล่าวที่ว่า โดนงูฉกครั้งหนึ่ง กลัวเชือกไปสิบปี