ตอนที่ 1346
บทที่ 1364 เพ้อเจ้อ
October 21, 2026
เรื่องนี้เซียวเฉวียนได้เอ่ยเกริ่นกับฉินซูโหรวไว้บ้างแล้ว ฉินซูโหรวเองก็ตอบตกลง
ไม่อย่างนั้นเซียวเฉวียนคงไม่พูดเรื่องนี้ในเวลานี้
แม้เซียวเฉวียนจะคิดว่าที่ฉินซูโหรวตอบตกลงเพียงเพราะความสัมพันธ์ของตระกูลฉิน
แต่การหารือก่อนกับทำก่อนแล้วค่อยบอก เป็นสองเรื่องที่แตกต่างกัน
“ใครยังมีข้อกังวลอะไรอีกไหม?” เซียวเฉวียนมองชาวบ้านที่ยังลังเลด้วยสายตาเรียบเฉย
ลังเลเป็นเรื่องปกติ พวกเขาไม่มั่นใจ เซียวเฉวียนจึงให้เวลาพวกเขา “ข้าจะให้พวกเจ้าลองกลับไปคิดดู แต่จำนวนมีจำกัด ต้องรีบสมัคร”
ข้อมูลการสมัครเหล่านี้ เซียวเฉวียนไม่เพียงแต่จะประกาศทั่วเมืองหลวงแล้ว เขายังวางแผนจะประกาศไปยังเมืองที่อยู่ละแวกใกล้เคียงด้วย”
ตราบใดที่เหล่าผู้เรียนยินยอม สถานศึกษาชิงหยวนจะต้องจัดเตรียมให้เหมาะสมกับผู้เรียนแน่นอน
นักศึกษาที่มีบ้านไกล สามารถพักอาศัยอยู่ในสถานศึกษาชิงหยวนได้ ซึ่งสถานศึกษาชิงหยวนมีห้องพัก
ขณะเดียวกันสถานศึกษาชิงหยวนจะจัดเตรียมอาหารสามมื้อให้กับพวกเขาทุกวัน ทว่านักศึกษาที่อยู่ห้องพักจะต้องทำงานแลกอาหารมื้อเช้าและมือเย็น
แน่นอนว่าสถานศึกษาชิงหยวนไม่ได้ให้พวกเขาทำงานหนัก แค่เก็บกวาดทำความสะอาดสถานศึกษาชิงหยวนเท่านั้น
แค่ส่วนของนอกห้องเรียน
ส่วนการเก็บกวาดทำความสะอาดชั้นเรียนปล่อยเป็นหน้าที่เวรของแต่ละชั้นเรียนผลัดหมุนเวียนกันมาทำ
สำหรับนักศึกษาที่กระหายความรู้และผู้ปกครองที่วาดหวังอยากให้ลูกหลานประสบความสำเร็จย่อมเป็นโอกาสที่ดีอย่างไม่ต้องสงสัย
เซียวเฉวียนเชื่อว่าถึงตอนนั้นคนที่มาสมัครเรียนต้องมีจำนวนมากแน่นอน
ดังนั้นถ้าอยากสมัคร ก็ต้องเร่งมือกันหน่อย ปล่อยเวลาให้ผ่านไปไม่ได้
ทันทีที่ได้ยินคำพูดของเซียวเฉวียน ชาวบ้านไม่น้อยต่างกลัวว่าจะพลาดโอกาสที่ดีเช่นนี้ ทำการตัดสินใจลงสมัครให้ลูกหลานของตัวเอง
เวลานี้หน้าประตูสถานศึกษาชิงหยวนเต็มไปด้วยผู้คนที่หลั่งไหลกันเข้ามารอการสมัคร
เซียวเฉวียนสั่งให้คนตระเตรียมเครื่องเขียนทั้งสี่สำหรับการสมัครเรียน
ทว่าทุกคนต่างช่วยลงสมัครให้กับลูกชายของตัวเอง
ส่วนสตรีสำหรับพวกเขาแล้ว ยังต้องกลับไปหารือที่บ้านอีกครั้ง
กระทั่งเห็นเจี้ยนจงและมู่จิ่นเดินออกมาหยุดอยู่ข้างกายของเซียวเฉวียน จากนั้นมู่จิ่นก็เอ่ยเสียงเบาว่า “เซียวเฉวียน ข้าเห็นช้นเรียนของสตรีน้อยมาก”
แม้ว่าเป้าหมายของเซียวเฉวียนจะดีมาก แต่ความคิดหัวโบราณของคนเหล่านี้ก็ยังไม่ตระหนักถึงเรื่องนี้
คิดมาตลอดว่าต่อให้สตรีไร้ความสามารถก็ต้องมีคุณธรรม
เซียวเฉวียนเหยียดยิ้มบาง ๆ “ไม่เป็นไร ตราบใดที่มีสตรีมาลงสมัคร เบิกฤกษ์ จะต้องมีคนมาสมัครตามแน่นอน”
ในตอนนี้เอง น้ำเสียงที่ฟังดูสดใสเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “ถอยหน่อย กรุณาถอยหน่อย”
เซียวเฉวียนและคนอื่นต่างมองไปตามเสียง สตรีน้อยร่างผอมคนหนึ่งพยายามฝ่าฝูงชนออกมา จากนั้นก็ตรงมาหาเซียวเฉวียน
สตรีน้อยในเวลานี้ผมเพ้ายุ่งเหยิง สวมใส่เสื้อผ้าไม่พอดีตัว ดูก็รู้แล้วว่าต้องเป็นเสื้อผ้าที่ได้มาจากคนอื่นไม่ก็ไปเก็บมาจากที่ไหนสักที่
แถมยังมีการเย็บปะที่ไม่เรียบร้อยอีกหลายจุด ซึ่งการเย็บปะเหล่านั้นดูไม่ชำนาญสักเท่าไหร่
เซียวเฉวียนเดาว่าน่าจะเป็นการเย็บมั่ว ๆ ของตัวนางเอง
ถึงอย่างไรดูจากท่าทีของสตรีน้อยคนนี้น่าจะอายุราว ๆ ห้าถึงหกขวบเห็นจะได้
ด้านหลังของนางยังมีเด็กที่รุ่นราวคราวเดียวกันอีกสองคน ชายหนึ่งหญิงหนึ่ง
เด็กสองคนนั้นมีเสื้อผ้าและท่าทีที่ดูสะอาดกว่าสตรีน้อยผู้นี้ ก็พอดูออกว่าชีวิตของเด็กสองคนนั้นไม่ได้ลำบากเหมือนสตรีน้อยคนนี้
เวลานี้ชาวบ้านต่างลืมเรื่องตรงหน้าไปชั่วขณะ สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ชะเง้อแลมองเด็กสามคนอย่างไม่ละสายตา
หนึ่งในนั้นเริ่มวิจารณ์ว่า “แม่หนูคนนี้คงไม่ใช่ขอทานจากทางใต้หรอกนะ? เหตุใดถึงมาที่นี่ได้?”
“ใช่ ข้าก็เคยเห็นนาง แต่เด็กสองคนด้านหลังของนางกลับไม่เคยเห็นมาก่อน ดูไม่เหมือนขอทานสักนิด”