ตอนที่ 1347
บทที่ 1365 เสียงคัดค้าน
October 21, 2026
เซียวเฉวียนตอบตกลงให้เสินหลิงทั้งสามคนเข้ามาเรียนหนังสือในสถานศึกษาชิงหยวนได้โดยไม่พูดให้มากความ ชาวบ้านรอบตัวกำลังขมขื่นและสัมผัสได้ถึงความวิกฤตในเวลาเดียวกัน
ทำไมมาตรฐานของสถานศึกษาชิงหยวนถึงได้ต่ำเช่นนี้ แม้แต่ขอทานก็ยังเข้าไปได้
ลูกหลานของพวกเขาโดดเด่นกว่าขอทานเสียอีก
ให้ลูกหลานของพวกเขาเรียนร่วมกับเด็กขอทาน ชาวบ้านต่างรู้สึกไม่ดีในใจ
แต่ให้รู้สึกไม่ดีก็ส่วนรู้สึกไม่ดี ประมุขแห่งชิงหยวนคือเซียวเฉวียน ชิงหยวนไม่ได้ถูกสร้างเพราะเงินของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาไม่มีสิทธิ์ตำหนิเซียวเฉวียน
อีกอย่างพวกเขารู้ดี เด็กที่เหมือนเสินหลิงมีจำนวนไม่น้อย ถ้าเรื่องที่พวกเขาเข้ามาอยู่ในชิงหยวนได้แพร่สะพัดออกไป พวกเขาต้องแข่งขันกับลูกหลานของเขาเพื่อแย่งสมัครเป็นแน่ ถ้าถูกแย่งไปหมด ลูกหลานของตนคงจะเสียโอกาสที่ดีไปเป็นแน่
ดังนั้นตอนนี้พวกเขาต่างพยายามยื้อแย่งกันลงสมัครโดยไม่มีกะจิตกะใจจะแสดงความไม่พอใจต่อเซียวเฉวียน กระทั่งมีชาวบ้านหลายคนช่วยลงชื่อสมัครให้ลูกหลานของตัวเองด้วย
เวลานี้ยังจะลังเลอะไรอยู่อีก?
ขืนลังเลต่อไปมีหวังไม่เหลือที่แน่
พูดได้ว่าการปรากฏตัวของเด็กสามคนนี้สร้างความกระวนกระวายใจให้กับชาวบ้านไม่น้อย เปลี่ยนความเน่าเฟะให้กลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ได้ เปลี่ยนจากผู้ถูกกระทำเป็นฝ่ายกระทำได้ ทำให้พวกเขาต่างแข่งขันกันลงสมัครชื่ออย่างไม่มีใครยอมใคร
ไม่นานข่าวคราวการเปิดรับสมัครของสถานศึกษาชิงหยวนก็ดังไปทั่วเมืองหลวง รวมทั้งหมู่บ้านในละแวกใกล้เคียงด้วย
เวลานี้เมืองหลวงต่างมีผู้คนหลั่งไหลกันเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย เมืองหลวงดูคึกคักขึ้นทันตา
ทันทีที่ข่าวนี้ล่วงรู้ถึงหูฮ่องเต้ ฮ่องเต้ทรงตรัสด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ความคิดสกปรกของราชครูช่างมากมายยิ่งนัก”
คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามฮ่องเต้คืออี้กุยที่เขาวังได้ไม่นาน
ทั้งสองคนกำลังเล่นหมากรุก
อี้กุยพูดเสียงเบา “ท่าทางโลกใบนี้จะไม่มีเรื่องไหนที่เป็นไปไม่ได้สินะ”
อี้กุยกับฮ่องเต้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่ทั้งสองคนยังคงความเป็นจักรพรรดิและขุนนางไว้ ประกอบกับที่เซียวเฉวียนเป็นเสด็จลุงของอี้กุย ซึ่งอี้กุยไว้วางใจเหมือนต้องมนต์
ดังนั้นหลังจากที่จำเซียวเฉวียนเสด็จลุงคนนี้ได้แล้ว ฮ่องเต้ก็รู้สึกว่าอี้กุ้ยกลายเป็นคนแปลกหน้าไม่น้อย
เมื่อก่อน อี้กุยมักจะเข้ามาพูดคุยและหมากรุกเป็นเพื่อนฮ่องเต้เสมอสามถึงห้าวัน ช่วยแก้ไขปัญหาค้างแคลงใจให้กับฮ่องเต้
บัดนี้ ถ้าไม่มีเรื่องสำคัญ อี้กุยจะไม่เข้าวัง
และที่เข้าวังมาในวันนี้ก็เพราะเป็นคำสั่งของฮ่องเต้
ความจริงแล้วฮ่องเต้เรียกให้เขาเข้าวังมารวมตัวเท่านั้น
คำพูดของอี้กุย ฮ่องเต้ชื่นชม "คงไม่มีเรื่องอะไรสร้างความลำบากใจให้เขานะ"
"ข้าได้ยินมาว่าเจ้าช่วยเซียวเฉวียน เราไม่เคยทำอสังหาริมทรัพย์ที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษมาก่อน เจ้าเคยคิดถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาไหม?" ฮ่องเต้มองหมากรุกพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
อี้กุยวางตัวหมากหนึ่งตัว จากนั้นก็เหยียดยิ้มด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ฝ่าบาททรงหมายถึงศาลาคุนหวู่ใช่หรือไม่?”
“จะว่าไปแล้ว การปิดศาลาคุนหมู่ไม่ใช่เพื่อท่านปู่น้อย แต่เพื่อศักดิ์ของตระกูลอี้”
วาจาของอี้กุย ฮ่องเต้ทรงเข้าพระทัยดี เจี้ยนจงกลับมาสร้างผลกระทบใหญ่หลวงให้กับศาลาคุนหวู่
แต่ฮ่องเต้ทรงรู้ดี ลำพังแค่ความสามารถของตระกูลอี้ แม้ว่าการหล่อหลอมอาวุธไม่ต้องใช้แร่ธาตุจากภูเขาคุนหลุนก็ตาม แต่สายอาชีพนี้ก็เหมือนที่ทางของเขา
ดังนั้นอี้กุยจึงบอกได้ว่าการปิดศาลาคุนหวู่ก็เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตระกูลอี้ ทว่าก็เป็นฉากบังหน้าเท่านั้น
ฮ่องเต้ทรงตระหนักได้ สุดท้ายแล้วอี้กุยก็ทำเพื่อช่วยเซียวเฉวียนดูแลธุรกิจ จึงว่างงานของตัวเองลง
แต่อี้กุยรักอิสระ ฮ่องเต้ก็ทรงตรัสอะไรไม่ได้ ดังนั้นอี้กุยพูดคำไหนก็ทำอย่างนั้น
ฮ่องเต้คล้อยตามคำพูดของเขา “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ถูกต้อง มองการณ์ไกลดีนี่”
อี้กุยยิ้มบาง ๆ “ฝ่าบาทก็ทรงชมเกินไป”