ตอนที่ 1625
บทที่ 1665 รับกระสุนปืนด้วยนิ้วมือ
October 21, 2026
เหล่าเจ้าครองนครค่อย ๆ มองมาที่เซียวเฉวียน
สีหน้าที่ดูประหลาดใจนั้นไม่น้อยไปกว่าช่วงเวลาที่ได้ยินเสียงปืนเมื่อครู่สักนิด
เพราะเซียวเฉวียนยืนอยู่หน้าพวกเขาแล้ว ด้านนอกจึงไม่มีการเคลื่อนไหวแต่อย่างใด
เห็นได้ชัดว่าทหารที่ยืนประจำการด้านนอกไม่เห็นเงาของเซียวเฉวียน
หากเป็นยามราตรีคงช่างมันไปแล้ว แต่ตอนนี้เป็นช่วงกลางวันแสก ๆ คนตัวตั้งใหญ่เข้ามาถึงที่กลับไม่ถูกจับได้ เห็นได้ชัดว่าศักยภาพของเซียวเฉวียนนั้นน่าทึ่งมาก
เมื่อวานเซียวเฉวียนไม่ฉวยโอกาสฆ่าเว่ยหง เซียวเฉวียนตั้งใจออมมือ
แม้แต่เว่ยหงยังคิดเช่นนี้
ซึ่งในตอนนี้ เว่ยหยานเข้าใจความหมายที่เว่ยหยานกล่าวไว้เมื่อวาน ไม่ผิด ไม่ใช่เพราะเว่ยหงไม่อยากปล่อยเซียวเฉวียนหรือปล่อยเซียวเฉวียนไม่ได้ เดิมทีศักยภาพของเซียวเฉวียนไม่ธรรมดา ยากจะรับมือ
พูดตามตรง เขาเหมือนลมที่พัดผ่านไป
นั่นนะสิ กลางวันแสก ๆ เช่นนี้ ค่ายทหารของเจ้าครองนครหูตาเป็นสับปะรด เขานึกจะมาก็มา ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
เว่ยหงที่เคยรับมือกับเซียวเฉวียนมาก่อน พอจะเดาศักยภาพของเซียวเฉวียนได้
ดังนั้นเขาไม่ได้ตื่นตระหนกกับการมาถึงของเซียวเฉวียนนัก ความสนใจของเขาไม่ได้อยู่ที่การบุกเข้ามาในค่ายโดยที่ไม่มีใครรู้ของเซียวเฉวียน แต่อยู่ที่ปืน
เซียวเฉวียนเรียกสิ่งนี้ว่าปืน
เว่ยหงประหลาดใจมาก ที่มาของปืนกระบอกนี้ เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย มองเซียวเฉวียนบุคคลที่ ‘นอกเหนือการควบคุม’ คนนี้อย่างตั้งใจ?
เซียวเฉวียนส่ายศีรษะ “ไม่ใช่ สหายที่ข้ารู้จักเป็นคนทำให้ เมื่อครั้งที่ข้าไปฝึกฝนวิทยายุทธ์ที่ซินเจียง”
จะบอกว่าเซียวเฉวียนทำเองไม่ได้ มากสุดก็ได้แค่เซียวเฉวียนหามาได้
ประโยคนี้ทำให้เว่ยหงจมอยู่ในความคิดครู่หนึ่ง การฝึกวิทยายุทธ์ของเซียวเฉวียนเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วเมื่อสองสามเดือนก่อน เรื่องนานเช่นนี้ กลับไม่มีข่าวลือ ไม่รู้ว่าเซียวเฉวียนเก็บความลับเก่งหรือสายลับที่เหล่าเจ้าครองนครส่งเข้าไปไร้ประโยชน์กันแน่?
เมื่อวิเคราะห์จากประสบการณ์และตรรกะของเว่ยหงแล้ว ต่อให้เซียวเฉวียนจะเก็บความลับเก่งเพียงใด คงปกปิดโดยไม่รั่วไหลเลยสักนิดก็ไม่ได้!
เรื่องนี้เว่ยหงยิ่งคิดก็ยิ่งประหลาดใจ แต่น่าแปลกที่เขาพูดไม่ออก
คงพูดไม่ได้ว่าสหายของเซียวเฉวียนที่อยู่ดี ๆ ก็ผลิตปืนออกมามากถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?
ในเมื่อทำได้ ไม่แปลกที่บางคนจะเก็บไว้ บางคนส่งไปให้ตระกูลฉินและบางคนก็สอนวิธีการใช้กับกองทัพฉิน
ผู้คนมากหน้าหลายตา มักจะมีคนโพล่งออกมาอย่างไม่ทันระวังตัว
แต่ความจริงมันก็ไม่สมเหตุสมผล เซียวเฉวียนกลับทำมันออกมาโดยไม่มีใครรู้
ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมาก
เวลานี้เว่ยหยานยกปากกระบอกปืนจ่อหน้าเซียวเฉวียน นัยน์ตาของเข้าแฝงไปด้วยแววตาแห่งความลำพองใจ เหมือนกำลังคิดว่าเขาใช้ปืนกระบอกนี้ฆ่าเซียวเฉวียนได้
เซียวเฉวียนชำเลืองมองเว่ยหยานด้วยแววตาเรียบเฉย ก่อนจะเอ่ยด้วยท่าทีสบาย ๆ ว่า “ท่านอ๋องไม่ต้องกังวล ที่ข้ามาในวันนี้มีแค่เป้าหมายเดียว ไม่ได้จะมาทำร้ายพวกเจ้า”
“ข้าแค่อยากมาถามพวกเจ้าว่าพวกเจ้าสู้กับศึกครานี้ได้หรือไม่”
พอได้ยิน สีหน้าของเว่ยหยานก็เปลี่ยนเป็นสับสนขึ้นมา
เขาคิดว่าเซียวเฉวียนอวดดี และเพราะประโยคที่ว่านั้นของเขา “ไม่ได้จะมาทำร้ายพวกเจ้า” ทำให้สบายใจขึ้น
คิดว่าที่เซียวเฉวียนอวดดี ขนาดปืนจ่อหน้าขนาดนี้เขาก็ยังทำตัวสบายใจเช่นนี้ได้ ราวกับว่าที่จ่ออยู่ตรงหน้านั้นเป็นแค่นิ้วของเว่ยหยาน ไม่ได้อยู่ในสายตาของเซียวเฉวียน
ปืนกระบอกนั้นเป็นปืนที่เขาหามาได้ ดังนั้นเขาจึงเข้าใจความร้ายกาจของปืนที่สุด ปืนจ่ออยู่ตรงหน้าเขา ทำไมเขาถึงยังทำตัวสบายใจเช่นนี้ได้อีก?
เว่ยหยานแปลกใจมาก เซียวเฉวียนไม่กลัวตาย ทั้งยังคิดว่าตัวเองจะหลบกระสุนปืนกระบอกนี้ได้อย่างนั้นหรือ?
“เซียวเฉวียน เพียงแค่ข้ากระดิกนิ้วนิดเดียว เจ้าไม่กลัวว่าตัวเองจะหลบไม่ทันอย่างนั้นหรือ?” เว่ยหยานอดถามออกไปไม่ได้
กล้าอวดดีกับเว่ยหยานรึ?
ไม่อยากมีชีวิตยืนยาวใช่ไหม?
กล่าวจบ นิ้วมือของเว่ยหยานกระดิกเล็กน้อย เตรียมเหนี่ยวไกปืน