ตอนที่ 1626
บทที่ 1666 ฉวยโอกาสโจมตี
October 21, 2026
เว่ยอี้หรานไม่เชื่อ
เซียวเฉวียนเอ่ยเสียงเรียบ “อยู่ได้ไม่นาน ท่านอ๋องคงจะได้ข่าวแล้ว จวนเจ้าเมืองไทโจวอยู่ภายใต้การควบคุมของราชสำนักแล้ว”
“บัดนี้ไป๋ฉีเข้าควบคุมวังแห่งรัฐไป๋ฉีแล้ว ส่วนพ่อบ้านของท่าน หัวรั้นไม่ยอมจำนน บัดนี้สิ้นลมหายใจแล้ว”
เรื่องที่เหนือความคาดหมายคือ เจ้าจับกุมไป๋ฉี ณ จวนเจ้าเมืองไทโจว ถือว่าชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน
ฟังจบ เว่ยอี้หรานได้แต่มองเซียวเฉวียนด้วยสายตาเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง “เจ้าควรหยุดพูดจามั่วซั่ว เจ้าคิดว่าเจ้าพูดเช่นนี้แล้วเราจะกลัวเจ้าอย่างนั้นหรือ?”
จวนเจ้าเมืองไทโจวใรทหารเฝ้าประจำการไม่ขาด สองหมัดยากจะสู้สี่มือ ต่อให้ไป๋ฉีจะเก่งกาจเพียงใด ก็ไม่สามารถโค่นจวนเจ้าเมืองไทโจวได้
ต้องเป็นเซียวเฉวียนผู้มอมเมาใจคน
เซียวเฉวียนเอ่ยเสียงเรียบ “ท่านอ๋องไม่ต้องเชื่อก็ได้ ตอนนี้จวนเจ้าเมืองไทโจวเสียพ่อบ้านและองครักษ์ไปบางส่วนแล้ว การบาดเจ็บล้มตายไม่ถือว่าร้ายแรงนัก”
“ท่านควรซาบซึ้งในตัวข้า หาไม่ใช่เพราะข้าเห็นอกเห็นใจพวกเขา ใช้เหตุผลเป็นหลัก ทำให้พวกเขาปล่อยวาง ผลลัพธ์จึงไม่เป็นเช่นนี้”
“ถึงอย่างไร ท่านอ๋องก็อยากได้ชีวิตของไป๋ฉีอยู่แล้ว เพียงแต่ไป๋ฉีเป็นพี่น้องของข้า ข้าทำได้เพียงปล่อยให้พ่อบ้านที่ถูกวางยารับผลกรรมนั้น ไร้การนองเลือดในวัง”
หากเซียวเฉวียนอยากนองเลือด องครักษ์นับพันจะขวางเซียวเฉวียนและไป๋ฉีได้อย่างนั้นหรือ?
ฝันไปเถอะ!
ได้ยินดังนั้น เว่ยอี้หรานจึงอดเชื่อคำพูดของเซียวเฉวียนไม่ได้ เขาสั่งให้พ่อบ้านฆ่าไป๋ฉี หากเซียวเฉวียนไม่ไปจวนเจ้าเมืองไทโจว เขาไม่มีทางรู้แน่
เขาเชื่อว่าเซียวเฉวียนช่วยชีวิตไป๋ฉี และเชื่อว่าเซียวเฉวียนควบคุมจวนเจ้าเมืองไทโจวได้
แต่แล้วอย่างไร?
เว่ยอี้หรานยังคงไม่เชื่อว่าพวกเขาจะยอมจำนน เซียวเฉวียนปล่อยครอบครัวของพวกเขา
เซียวเฉวียนกลัวว่าอนาคตครอบครัวของเจ้าครองนครจะกลับมาแก้แค้นเข้าสินะ?
แค่ความเฉลียวฉลาดของเซียวเฉวียน เขาคิดไม่ถึงแน่นอน เขาไม่มีทางเก็บภัยพิบัติใหญ่หลวงเช่นนี้ไว้กับตัวเองแน่นอน
แม้ว่าจะไม่เชื่อ แต่เว่ยอี้หรานก็ไม่มีอะไรจะพูด
ตรงกันข้ามกลับเป็นเว่ยหง เขามองเซียวเฉวียนด้วยนัยน์ตาสับสนพลางครุ่นคิดในใจ เชื่อว่าไป๋ฉีควบคุมจวนเจ้าเมืองไทโจวได้ชั่วคราว นั่นหมายความว่าเซียวเฉวียนไปจวนเจ้าเมืองหวู่โจวจริง ๆ ส่วนสาเหตุที่เซียวเฉวียนไม่เข้าควบคุมจวนเจ้าเมืองหวู่โจวนั้น เรื่องนี้ไม่สำคัญ
สิ่งสำคัญคือ เซียวเฉวียนมีความสามารถในการเข้าควบคุมจวนแต่เพียงผู้เดียว
เขายกมือกดปืนในมือของเว่ยหยานที่กำลังจ่อหน้าเซียวเฉวียนลงอย่างเงียบ ๆ ปืนไม่ได้มีอิทธิพลสำหรับเซียวเฉวียน อย่าเสียแรงเปล่า
แต่ในที่สุดเว่ยหงก็ตัดสินใจ พวกเขาไม่ยอมจำนนง่าย ๆ ถึงอย่างไรพวกเขาก็มีทางหนีทีไล่
ตอนนี้เรื่องที่สำคัญที่สุดคือพวกเขาต้องถ่วงเวลาให้ได้มากที่สุด รอข่าวจากนักปราชญ์
ตราบใดที่นักปราชญ์เตรียมการแล้ว เหล่าเจ้าครองนครก็อาจจะพลิกสถานการณ์จากความพ่ายแพ้เป็นคว้าชัยชนะ
เขาก็ยังไม่เชื่อ ภายใต้สถานการณ์ที่ศึกภายในและภายนอกยังไม่สงบ เซียวเฉวียนก็ยังอยู่ที่นี่อย่างสงบได้?
กองทัพฉินก็ยังตั้งทัพอยู่ที่นี่?
หึ!
เหล่าเจ้าครองนครจะฉวยโอกาสทันทีที่พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์สับสน
ด้วยปืนของพวกเขา!
ต่อไม่มีปืน ก็ทำให้พวกเขาพ่ายแพ้ และบีบเคล้นเมืองหลวงได้เหมือนกัน
ทันทีที่แย่งปืนมาจากกองทัพฉินได้ เท่ากับชนะไปต่อหนึ่งแล้ว
คิดได้ เว่ยหงก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “เราหารือเรื่องนี้กันได้นะ?”
ต้องใช้ลูกไม้ถ่วงเวลาเสียแล้ว
เซียวเฉวียนโพล่งออกไปอย่างอดไม่ได้ “ไม่ใช่ท่านอ๋องอยากถ่วงเวลารอฟังข่าวจากซินเจียงหรอกหรือ?”
ฟังจบ ในใจของเว่ยหงก็อดเต้นรัวไม่ได้ แต่สีหน้ากลับทำเหมือนไม่มีอะไร “ข่าวซินเจียงอะไร? ข้าไม่เข้าใจ”
เซียวเฉวียนเลิกคิ้วสูง ยิ้มก็เหมือนไม่ยิ้ม “ท่านอ๋องไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร แต่ต้องจำมันไว้ขึ้นใจ ความผิดฐานกบฏนั้นร้ายแรงมาก”