ตอนที่ 1687
บทที่ 1731 วางแผนคิดร้ายนักปราชญ์
October 21, 2026
ถ้าหมิงเจ๋อไม่ส่งเสริมส่งฮองเฮาให้เริ่มสงครามครั้งนี้ ซินเจียงก็คงไม่ต้องถูกทำลาย !
ในที่สุดแล้ว คนที่ทำให้ซินเจียงต้องถูกทำลายนั่นก็คือนักปราชญ์นั่นเอง !
หมิงเจ๋อนั้นเคารพบูชานักปราชญ์เหมือนเทพเจ้า แต่นักปราชญ์กลับเป็นคนที่ผลักหมิงเจ๋อลงสู่เหวลึก!
เป็นองค์ชายซินเจียงที่งามสง่าผาเผย แต่กลับถูกนักปราชญ์หลอกใช้!
นักปราชย์เป็นคนชั่วร้ายจริง ๆ!
แต่น่าเสียดาย กว่าหมิงเจ๋อจะคิดได้มันก็สายเกินไปแล้ว!
ทั้งหมดมันได้จบไปแล้ว ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้อีก
ความแค้นระหว่างเขาและเซียวเฉวียนมันได้จบไปนานแล้ว
คิดได้ก็สายเกินไปแล้ว!
ในขณะที่หมิงเจ๋อเข้าใจทุกอย่างแล้ว ในใจของเขาก็เต็มไปด้วยความโกรธ
หลังจากปรับตัวมาหลายวันหมิงเจ๋อก็สามารถระงับความโกรธโดยไม่แสดงออกมาทางสีหน้าได้
อย่างไรก็ตามในตอนนี้ก็มีแต่นักปราชญ์คนเดียวเท่านั้นที่สามารถช่วยเขาได้
แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงเลยก็คือเมื่อนักปราชญ์ได้รับผลประโยชน์แล้วก็ถีบหัวส่ง
เมื่อเห็นว่าหมิงเจ๋อหมดผลประโยชน์ เขาก็คิดจะกำจัดหมิงเจ๋อออกไปให้พ้นทาง ปล่อยให้หมิงเจ๋อเผชิญโชคชะตาตามยถากรรม?
มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอก!
เขาตาบอดและพิการ ดังนั้นเขาสู้นักปราชญ์ไม่ได้
แต่เขาก็ไม่อยากปล่อยให้นักปราชญ์ลอยนวลไปเช่นนี้ใช่ไหม?
เมื่อรู้ว่านักปราชญ์จะไปที่ไหนอาจมีประโยชน์กับเขาเมื่อยามจำเป็นก็ได้
นักปราชญ์มองดูเขาอย่างพินิจพิเคราะห์ พยายามเพ่งดูเผื่อจะมีอะไรเล็ดลอดออกมาจากใบหน้าของหมิงเจ๋อ
แต่ทว่า เขาก็มองไม่เห็นสิ่งผิดปกติอะไร
ลองคิดดูแล้วหมิงเจ๋อเชื่อฟังคำแนะนำของนักปราชญ์มาโดยตลอด และเขาก็เคารพเขามาก ที่เขาถามเช่นนี้อาจเพียงเพราะเขาอยากเกาะนักปราชญ์เอาไว้เพื่ออนาคตข้างหน้า
คนพิการคนหนึ่งคงไม่สามารถทำอะไรได้ เมื่อคิดเช่นนี้ นักปราชญ์ก็บอกหมิงเจ๋อว่าเขากำลังจะไปทะเลทราย
เตรียมการไว้ก่อนดีกว่า อะไรก็เกิดขึ้นได้
ใจคนยากแท้หยั่งถึง ถึงแม้จะเป็นคนพิการนักปราชญ์ก็ต้องป้องกันไว้ก่อน
จะบอกหมิงเจ๋อสถานที่จริงไม่ได้
เมื่อได้ยินหมิงเจ๋อก็พูดว่า”โอ้” อย่างครุ่นคิด
หลังจากนั้นเขาก็พูดว่า”หมิงเจ๋อเข้าใจแล้ว”
ในความเป็นจริงหมิงเจ๋อดูออกว่านักปราชญ์มีลังเลชั่วครู่ก่อนที่จะบอกหมิงเจ๋อว่าเขาจะไปที่ทะเลทราย
สถานที่ที่จะไปต้องรู้ก่อนล่วงหน้าอยู่แล้วว่าจะไปไหนใช่ไหม?
มีอะไรให้น่าลังเลล่ะ ?
เมื่อนักปราชญ์มีความลังเลใจนั้นก็แสดงว่านักปราชญ์ไม่ได้จะไปที่ทะเลทรายแต่จะไปที่อื่น
แต่จะเป็นที่ไหนนั้นหมิงเจ๋อก็ไม่รู้เช่นกัน
หมิงเจ๋อคิดในใจรอให้นักปราชญ์จากไปแล้ว เขาจะส่งคนไปจับตาดูนักปราชญ์ว่าเขาไปทิศทางไหน ขอแค่รู้ว่าเขาไปทางทิศไหนก็พอคาดเดาได้ว่าเขากำลังจะที่ใด
หลังจากนิ่งไปชั่วครู่หมิงเจ๋อก็พูดต่อ “ถ้างั้นขอให้ท่านเดินทางปลอดภัย”
นักปราชญ์กล่าวเบาๆ “ขอบพระทัยองค์ชายที่เมตตา”
“องค์ชายรักษาพระวรกายด้วย”
นักปราชญ์กล่าวคำอำลาและเตรียมพร้อมที่จะออกจากภูเขาหมิงเซียน
หมิงเจ๋อตอบรับ”แน่นอน”
หลังจากนั้นหมิงเจ๋อก็ตั้งใจฟังเสียงนักปราชญ์เดินผ่านหน้าเขา เขาลุกขึ้นยืนด้วยไม้ค้ำ แสร้งทำเป็นยืนไม่มั่นคงและสะดุดเข้ากับนักปราชญ์
นักปราชญ์รีบใช้มือประคองหมิงเจ๋อไว้อย่างรวดเร็ว และพูดว่า "องค์ชาย โปรดระวังด้วย"
อาศัยจังหวะที่นักปราชญ์ไม่ทันได้ระวังตัว หมิงเจ๋อแอบโรยผงแป้งลงบนหลังของนักปราชญ์โดยไม่ให้เขารู้ตัว
ผงแป้งชนิดนี้หมิงเจ๋อได้มาตอนที่เขาเดินทางท่องเที่ยวไปเมื่องอื่น ๆ แล้วบังเอิญได้มาจากนักบวชท่านหนึ่ง
นักบวชผู้นี้อาศัยอยู่ตามลำพังบนยอดเขาที่แห้งแล้งมานานหลายปี เชี่ยวชาญการศึกษาสิ่งแปลกๆ ทุกชนิดเพื่อเอาไว้สำหรับล่าสัตว์
เขาโปรยผงชนิดนี้ลงบนใบหญ้าในที่ที่เหยื่อเดินผ่าน และปล่อยให้มันติดบนตัวเหยื่อ
ด้วยวิธีนี้ไม่ว่าเหยื่อจะไปที่ไหน หญ้าริมทางก็จะเปื้อนผงแป้งจากเหยื่อไปด้วย
ผงนี้ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่ละลายง่ายเมื่อโดนน้ำ
นักบวชสามารถติดตามเหยื่อโดยอาศัยผงแป้งนี้