ตอนที่ 1803
บทที่ 1852 ต้องการสร้างปัญหา
October 21, 2026
ความเป็นไปได้มีอยู่มากมาย และไม่ว่าจะเป็นข้อไหนก็มีความเป็นไปได้สูงทั้งนั้น
หนึ่งในนั้นมีการบอกว่าเซียวเฉวียนไม่เห็นฮ่องเต้อยู่ในสายตา ซึ่งเห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายต้องการทำลายความสัมพันธ์ระหว่างฮ่องเต้กับเซียวเฉวียน
หากฮ่องเต้เป็นคนหูเบา และมีนิสัยเป็นคนขี้สงสัย เสนาบดีท่านนั้นคงบรรลุจุดประสงค์ของตัวเองไปแล้ว
แต่น่าเสียดายที่ฮ่องเต้ไม่ใช่คนอย่างนั้น เขาเชื่อในตัวเซียวเฉวียน และเชื่อว่าเขามองคนไม่ผิด
ดังนั้นการคำนวณของเสนาบดีท่านนี้จึงผิดพลาดไป
ส่วนเรื่องที่เซียวเฉวียนตั้งใจที่จะปล่อยนักปราชญ์ไป คำพูดนี้นั้นรุนแรงเสียยิ่งกว่า นั่นเท่ากับว่าเซียวเฉวียนร่วมมือกับนักปราชญ์ ปล่อยให้นักปราชญ์วางเพลิงและสังหารผู้คนอีกมากมาย
ตั้งแต่เหล่าขุนนางจนถึงเหล่าราษฎร พวกเขาต่างเกลียดคนเช่นนี้มากที่สุด
หากเสนาบดีเอาแต่กัดเรื่องนี้ไม่ยอมปล่อย จงใจทำให้เรื่องนี้วุ่นวาย เช่นนั้นมันก็อาจเกิดปัญหาขึ้นกับเซียวเฉวียนได้จริงๆ
เรื่องอื่นไม่ต้องพูดถึง อย่างน้อยก็สามารถทำให้ชื่อเสียงที่เซียวเฉวียนสร้างมาด้วยความยากลำบากพังทลายลงได้
พวกของหวังซวนมีความคิดเช่นนี้
เมื่อเสนาบดีท่านนี้เอ่ยปาก หวังซวนก็ก้าวออกไปทันที กล่าวออกมาด้วยท่าทางของผู้ชอบธรรม “ฝ่าบาท หม่อมฉันเองก็คิดว่าเรื่องนี้มีข้อสงสัยเต็มไปหมด”
ความหมายของคำพูดนี้ก็เหมือนกับที่เสนาบดีท่านนั้นกล่าวออกมา เซียวเฉวียนเก่งกาจถึงเพียงนี้ เขาเป็นคนจัดการด้วยตัวเอง เป็นไปได้หรือที่จะไม่สามารถจับกุมนักปราชญ์ได้?
จับไม่ได้ไม่เท่าไหร่ แต่เซียวเฉวียนปล่อยให้อีกฝ่ายจุดไฟเผาหมู่บ้านที่อยู่ใต้จมูกของตนเองได้อย่างไร?
เห็นได้ชัดว่าทั้งหมดเกิดจากความประมาทของเซียวเฉวียน!
ไม่สนว่าเขาจะประมาทหรือมีเจตนาแอบแฝง ไม่ว่าอย่างไรเรื่องนี้ก็เป็นความผิดของเซียวเฉวียน
ดังนั้นหากฮ่องเต้ต้องการแก้ตัวให้เซียวเฉวียน เช่นนั้นก็ต้องผ่านพวกเขาไปก่อน
เมื่อคำพูดของหวังซวนเงียบลง ทันใดนั้นก็มีเสนาบดีอีกหลายท่านก้าวออกมาพูดด้วยน้ำเสียงของความโกรธ ประโยคที่ทุกคนพูดออกมาก็เป็นทำนองเดียวกัน
พวกเขากัดเซียวเฉวียนไม่ยอมปล่อย
ฮ่องเต้กวาดสายตามองคนเหล่านั้นอย่างเฉยเมย หลังจากนั้นก็โยนลูกแก้วให้กับจางจิ่น “ท่านอัครเสนาบดี ท่านมีความเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้?”
ความโดดเด่นของคำพูดนี้ก็คือ จางจิ่น ถึงเวลาที่เจ้าจะแสดงความสามารถออกมาแล้ว
จางจิ่นที่คอยดูความสนุกอยู่ในตอนแรก อยู่ดีๆ ก็ถูกเอ่ยนาม หัวใจของเขาอดไม่ได้ที่จะสั่นเทา เขาอยากจะหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา ฮ่องเต้อย่าทำเช่นนี้จะได้ไหม เหตุใดถึงชอบโยนลูกบอลเช่นนี้มาให้กับเขา?
จางจิ่นแอบชำเลืองมองฮ่องเต้ สบสายตากับฮ่องเต้พอดี เห็นรอยยิ้มจางๆ ในดวงตาของฮ่องเต้ ราวกับกำลังบอกว่า ในฐานะอัครเสนาบดี ผู้อยู่ใต้คนเพียงคนเดียว แต่อยู่เหนือคนทั่วทั้งใต้หล้า เจ้าควรจะช่วยข้าแก้ไขปัญหานี้
จงสงบและแสดงความกล้าหาญของเจ้าออกมา!
หากไม่ไหวจริงๆ ก็ยังมีสมุหพระกลาโหมและผู้ตรวจการราชสำนักอยู่ไม่ใช่หรือ?
สายตาของฮ่องเต้เหลือบมองไปที่ฉินหนานและจ้าวหลานโดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ
ไม่อย่างนั้นจางจิ่นคงคิดว่าฮ่องเต้เตรียมให้ฉินหนานและจ้าวหลานออกมาเพื่อต่อต้านความเห็นของเหล่าเสนาบดี แบบนั้นมันจะไม่ดูเป็นเรื่องเล่นไปหน่อยหรือ?
เป็นมือและแขนให้กับจางจิ่น!
หากยังไม่พอก็ยังมีเสนาบดียุติธรรมฉินเป่ยอยู่ไม่ใช่หรือ
พูด จางจิ่น เจ้าแค่พูดในสิ่งที่เจ้าคิดออกมาด้วยความกล้าหาญ!
ด้วยท่าทีเช่นนี้ของฮ่องเต้ จางจิ่นยังจะพูดอะไรได้อีกอย่างนั้นหรือ?
จางจิ่นกระแอมออกมา จากนั้นพูดออกมาด้วยเสียงทุ้มอันทรงพลัง “ใต้เท้าหวัง คำพูดนี้อาจจะดูผิดไปเสียหน่อย!”
รู้อยู่แล้วว่าจะต้องมีคนพูดแทนเซียวเฉวียน
หวังซวนหันมามองจางจิ่นด้วยสายตาอันเฉยเมย แม้ในใจจะรู้สึกไม่พอใจ แต่เขาก็ไม่สามารถแสดงออกมาได้ เขารักษาความสงบเอาไว้ “เช่นนั้นจากความเห็นของท่านอัครเสนาบดี หรือว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของใต้เท้าเซียว?”
นี่เป็นหัวข้อคำถามที่ยากยิ่ง คำตอบมีเพียงใช่หรือไม่ใช่ แต่ทั้งสองคำตอบต่างส่งผลดีกับทางด้านของพวกหวังซวนทั้งสิ้น
จางจิ่นอยู่ในตำขุนนางเช่นนี้มาหลายปี เคยเป็นคนสนิทที่อยู่ข้างหายของเว่ยเชียนชิว หากไม่มีความสามารถก็คงไม่อาจขึ้นมาอยู่บนตำแหน่งอัครเสนาบดีเช่นนี้ได้
จางจิ่นกลอกตาไปมา จากนั้นก็ยิ้มพร้อมกับกล่าวออกมาว่า “นักปราชญ์เป็นคนเช่นไร ข้าคิดว่าทุกท่านก็น่าจะรู้ดี”
เหตุการณ์เพลิงไหม้ในช่วงแรก ผู้สร้างความวุ่นวายครั้งใหญ่ในเมืองหลวงก็คือนักปราชญ์