ตอนที่ 1804
บทที่ 1853 ผู้อารักขาคนใหม่
October 21, 2026
คำพูดของจ้าวหลาน ทำให้จางจิ่นมองเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ใช้ได้ทีเดียว
คิดไม่ถึงว่าผู้ชายคนนี้ที่ดูสง่างาม เวลาโต้เถียงก็มีคำพูดตอบโต้เป็นชุดเหมือนกัน มีส่วนที่คล้ายกับเซียวเฉวียน
จะต้องพูดว่า นี่เป็นการเรียนรู้มาจากเซียวเฉวียนจริงๆ
หวังซวนและคนอื่นไม่อยากเอาเรื่องเกาะนกกระสามาพูดใช่ไหม?
จ้าวหลานรู้มานานแล้วว่าพวกเขาคิดอยากจะยกเอาเรื่องนี้มาพูด
เพื่อเป็นการรับมือกับพวกเขา จ้าวหลานได้ศึกษาเกี่ยวกับเกาะนกกระสาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
คนเหล่านี้ไม่มีความซื่อสัตย์จริงๆ รู้เรื่องทั้งหมดอย่างชัดเจน แต่ไม่ยอมพูด เอาแค่ผลที่ได้มาพูดเท่านั้น แสดงให้รู้ว่าต้องการโจมตีต่อเซียวเฉวียนไม่ยอมปล่อย
แต่พวกเขาก็มีแผนการของพวกเขา จ้าวหลานก็มีแผนการของจ้าวหลาน
พูดมาจนถึงตอนสุดท้าย จ้าวหลานตั้งใจพูดเน้นเสียง ทีละคำพูดว่า “เรื่องผ่านมาถึงขนาดนี้แล้ว ยังมีใครที่คิดว่าเซียวเฉวียนไม่มีความสามารถอีก?”
แน่นอนหวังซวนไม่ยอม ยังคิดจะพูดต่อไปอีก
หนึ่งในนั้นมีขุนนางใหญ่คนหนึ่งพูดขึ้นว่า “ในเมื่อเป็นแบบนี้ การที่เซียวเฉวียนมองข้ามไปไม่สนใจ ทำให้เกาะนกกระสาเกิดความเสียหายใช่ไหม?”
จัดการได้ไม่ดี ไม่มีการวางแผนที่เหมาะสม ก็ควรได้รับการลงโทษ ไม่อย่างนั้น หลังจากนี้จะได้รับการนับถือไว้ใจจากทุกคนได้อย่างไร?
เกียรติยศศักดิ์ศรีของกษัตริย์อยู่ที่ไหน?
ฟังดูสิ เอาเกียรติยศศักดิ์ศรีของกษัตริย์มาพูดกัน
จ้าวหลานไม่สนใจอะไรทั้งนั้นพูดว่า “ถ้าจะให้พูด ข้าน้อยอยากขอร้องต่อฝ่าบาท ให้ใต้เท้าหวัง หรือใต้เท้าหลี่ไปแทนใต้เท้าเซียว ไปจับนักปราชญ์มารับโทษให้ได้!”
ตัวเองไม่ได้อยู่ในสถานการณ์แบบนั้นแต่กลับพูดแทนคนอื่น!
ด้วยความสามารถของเซียวเฉวียน ยังปล่อยให้นักปราชญ์มีโอกาสหนีไปได้ ลองให้เหล่าขุนนางที่เอาแต่พูดอย่างเดียว ให้พวกเขาลองไปทำดูบ้างว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร
พวกเขาคิดว่าด้วยมาตราฐานความสามารถของเซียวเฉวียน พวกเขาไปและกลับมาก็คงจะต้องตายไปแล้วละ!
ตัวเองมีความสามรถแค่ไหน ต้องรู้ตัวเองดี!
จ้าวหลานอยากจะรอดู ว่าพวกเขาจะมีแผนอะไรอีก ดูสิพวกเขาจะกลัวหรือไม่!
ดูสิว่าพวกเขายังจะกล้าพูดไม่ดีอีกไหม!
กลัวว่าจะมีชีวิตอยู่สุขสบายมากไปหรือไง วันๆคิดแต่จะค่อยจ้องหาเรื่องเซียวเฉวียน!
ฮ่องเต้ก็ไม่คิดว่าจ้าวหลานจะโกรธอย่างนี้ พระองค์มองจ้าวหลานดวงตาของเขามีอะไรแปลกประหลาดไป
สะใจ!
พวกขุนนางหัวโบราณพวกนี้ จะต้องโดนคนตอบโต้กลับแบบนี้!
จ้าวหลานพูดถึงขนาดนี้แล้ว แน่นอนฮ่องเต้จะต้องช่วยส่งเสริมเขา พระองค์พูดออกไปว่า “อื้ม เรื่องนี้เกิดความขัดแย้งกันขึ้น จากที่ข้าเห็น ความคิดเห็นของผู้ตรวจการจ้าวดีมาก ไม่รู้ว่าขุนนางท่านไหนจะช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่จากข้าได้บ้าง?”
ความหมายก็คือ ใครยังจะกล้ามีความเห็นอีก?
ใครคิดว่าทำได้ก็เดินออกมา?
ใครสามารถทำได้ดีกว่าเซียวเฉวียน ก็ออกมา!
พูดจบ ฮ่องเต้ก็กวาดสายตามองไปที่ทุกคนที่อยู่ด้านล่าง สายตาไปหยุดอยู่ที่หวังซวน ฮ่องเต้ตั้งใจหยุดสายตาค้างอยู่หลายวินาที
เมื่อครู่หวังซวนที่พูดจาดุเดือดรุนแรง รีบก้มหน้าลง ไม่กล้ามองฮ่องเต้
ทำท่าทางไม่อยากให้ฮ่องเต้ทรงมองเห็น ทำเป็นเหมือนฮ่องเต้ทรงมองไม่เห็นเขา
พวกเขากลัวว่าฮ่องเต้จะฟังคำพูดของจ้าวหลาน และทรงทำอย่างนั้นจริงๆ ให้พวกเขาคนใดคนหนึ่งไปที่เกาะนกกระสา
ไม่ต้องพูดถึงนักปราชญ์ แม้แต่โจรทั่วไปที่จะให้พวกเขาไปต่อสู้ด้วย ก็ยังกังวล
พวกเขาเป็นปัญญาชนที่ซื่อสัตย์ ทำได้เพียงพูดอยู่แต่ในท้องพระโรง เรื่องที่ต้องออกไปเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาไม่จะเขาไปยุ่ง?
ให้พวกเขาไปจัดการกับนักปราชญ์ พวกเขาก็คงจะนิ่งไม่สนใจ
คำพูดของฮ่องเต้ เมื่อครู่ที่เรียกเหล่าขุนนางทั้งหลายดูน่ากลัวอย่างมาก ไม่มีใครกล้าตอบรับ
เพื่อหลีกเลี่ยงบรรยากาศที่เยือดเย็น จางจิ่นพูดขึ้นว่า “ใต้เท้าหวัง ไม่ทราบว่าท่านคิดว่าอย่างไร?”
ในขณะที่พูด จางจิ่นเอียงหน้ามองหวังซวนท่าทางเยาะเย้ยดีใจ