ตอนที่ 1838
บทที่ 1889 ค้นพบเบาะแส
October 21, 2026
นี่ควรจะเป็นคำถามของเสวียนอวี๋เสียมากกว่า
เนื่องจากที่เขาพูดออกมาเช่นนี้ นั่นก็เพราะว่าเขารู้สึกว่าเซียวเฉวียนน่าจะพกเถามันเทศติดตัวมาด้วย
เรื่องจากเซียวเฉวียนชอบกินมันเทศเอาเสียมากๆ และภาพชุนเซี่ยวก็สามารถใส่อะไรลงไปก็ได้
แต่คำถามนี้ของเซียวเฉวียน ถามออกมาราวกับว่าเขาไม่ได้พกเถามันเทศติดตัวมาด้วย
แต่ดูเหมือนว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะนี่ไม่ใช่พฤติกรรมของเซียวเฉวียนเอาเสียเลย
เสวียนอวี๋กะพริบตา เขามองไปที่เซียวเฉวียน “ท่านอาเซียวไม่ได้เอาเถามันเทศติดตัวมาด้วยงั้นหรือ?”
นี่มันผิดหลักวิทยาศาสตร์
เมื่อเห็นหน้าที่สับสนของเสวียนอวี๋ เซียวเฉวียนก็เลิกที่จะล้อเล่นกับเสวียนอวี๋ “เอามา”
แต่เนื่องจากเป็นการเดินทางออกจากเกาะนกกระสา เซียวเฉวียนจึงไม่ได้นำมันเทศมามากสักเท่าไหร่นัก ดังนั้นเขาจึงมอบมันเทศให้กับครอบครัวแต่ละครอบครัวได้เพียงสองสามหัวเท่านั้น จากนั้นก็ทำการสอนพวกเขาเพาะปลูกมันเทศเพื่อเป็นอาหารและขยายพื้นที่เพาะปลูกต่อไป
พูดจบเซียวเฉวียนก็เอาเถามันเทศออกมาจากภาพชุนเซี่ยวสองสามหัว จากนั้นก็เดินกลับไปยังบ้านที่เพิ่งจากมาเมื่อครู่
เห็นพวกของเซียวเฉวียนทั้งสองคนเดินกลับมาอีกครั้ง ผู้หญิงที่ยังไม่ทันกลับเข้าไปในบ้านก็ถามออกมาด้วยใบหน้าสงสัย “คุณชายทั้งสองมีเรื่องอันใดงั้นหรือ?”
เมื่อครู่นางกระตือรือร้นในการต้อนรับพวกเขา แต่พวกเขากลับรีบร้อนที่จะจากไป ตอนนี้เดินกลับมา ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือไม่
เสวียนอวี๋มอบเถามันเทศในมือให้กับผู้หญิงคนนั้นพร้อมกับกล่าวว่า “แม่นาง ท่านอาเซียวมอบสิ่งนี้ให้กับพวกท่าน”
จากนั้นเสวียนอวี๋ก็อธิบายเกี่ยวกับการเพาะปลูกมันเทศให้กับผู้หญิงคนนั้นฟัง รวมถึงวิธีกินแล้วนำมาใช้ประโยชน์อย่างละเอียด
ผู้หญิงที่ได้ยินเช่นนั้น ดวงตาคู่นั้นของนางเป็นประกาย มองมันเทศที่อยู่ในมือซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ้มออกมาตรงมุมปาก “บนโลกนี้มีพืชที่วิเศษขนาดนี้อยู่ด้วยงั้นหรือ ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก!”
เสวียนอวี๋กล่าวออกมาว่า “มันเทศไม่เพียงแค่สามารถกินเป็นอาหารได้เท่านั้น แต่ใบของมันก็สามารถนำมาทอดกินได้ด้วย”
สรุปก็คือ มันเทศเป็นสมบัติอันล้ำค่า
ผู้หญิงคนนั้นดีใจมากที่ได้ยินสิ่งนี้ นางยิ้มออกมาด้วยแววตาที่เปล่งประกาย “เยี่ยม! เยี่ยมไปเลย! เยี่ยมมาก! ขอบคุณคุณชายทั้งสองมาก”
เสวียนอวี๋ตอบกลับไปว่า “นี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเกรงใจ”
พูดจบทั้งสองคนก็เดินออกไปจากบ้านของผู้หญิงคนดังกล่าว
จนกระทั่งเงาของทั้งสองคนหายไป ผู้หญิงคนนั้นถึงเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับมันเทศอันล้ำค่าที่อยู่ในมือ
เห็นนางยิ้มไม่ยอมหุบ สามีและลูกของนางก็วิ่งเข้ามาล้อมรอบนางเอาไว้ มองมาที่มันเทศในมือของนางด้วยความสงสัย
สามีของนางถามออกมาว่า “สิ่งนี้มันคืออะไรอย่างนั้นหรือ?”
เหตุใดถึงทำให้นางมีความสุขได้มากถึงเพียงนี้?
ในความทรงจำของเขา แม้ว่านางจะได้เงินสนับสนุนจากครอบครัวของเขา เขาก็ไม่เห็นนางดีใจถึงเพียงนี้
ลูกชายของเขาพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “ใช่แล้ว แม่ สิ่งนี้คืออะไรอย่างนั้นหรือ?”
ผู้หญิงคนนั้นตอบกลับมาว่า “ของสิ่งนี้เรียกว่ามันเทศ เป็นพืชที่เป็นเหมือนสมบัติล้ำค่า”
เป็นพืช?
พวกเขาไม่เคยเห็นพืชที่มีหน้าตาเช่นนี้มาก่อน
ผู้หญิงคนนั้นอธิบายให้พวกเขาฟังเหมือนกับที่เสวียนอวี๋อธิบายออกมา
หลังจากสามีและลูกชายได้ยินเช่นนั้น ปฏิกิริยาของพวกเขาก็เหมือนกับปฏิกิริยาเดิมของนางทุกประการ
ผ่านไปครู่หนึ่ง สามีและลูกชายของเขาถึงจะได้สติกลับคืนมา พูดออกมาด้วยความตกใจว่า “มีของดีขนาดนี้อยู่จริงงั้นหรือ?”
พืชที่เปรียบเสมือนสมบัติ มันน่าประหลาดใจยิ่งนัก แถมยังสามารถกินเป็นอาหารได้
สำหรับที่นี่ เงินนั้นไม่ได้มีอำนาจเท่ากับอาหารในการดำรงชีพ
สำหรับชาวบ้านที่นี่ ขอแค่พวกเขามีกิน ได้กินอาหารสามมื้อต่อวัน แต่ให้พวกเขาไม่มีเงิน พวกเขาก็รู้สึกว่าชีวิตของพวกเขานั้นเป็นสุขแล้ว
หรือพูดอีกอย่างก็คือ ในสายตาของพวกเขา ความสุขของพวกเขาก็คือการได้อิ่มท้อง
ผู้หญิงคนนั้นกล่าวออกมาว่า “คุณชายทั้งสองกล่าวออกมาเช่นนี้ พวกเขาไม่มีความจำเป็นจะต้องโกหก ดังนั้นข้าจึงคิดว่ามันเป็นความจริง”
สุดท้ายแล้วจะเป็นความจริงหรือไม่ แค่ทำตามที่เสวียนอวี๋กล่าวออกมา แค่นั้นก็รู้แล้วไม่ใช่หรือ?
ทุกอย่างล้วนมีเหตุผลในตัวของมันเอง!
สามีและลูกชายของนางหยิบอุปกรณ์ เตรียมที่จะออกจากบ้าน