ตอนที่ 1839
ตอนที่ 1890 ยิ่งปกปิดก็ยิ่งฉาวโฉ่
October 21, 2026
บ้านหลังถัดไป อยู่ห่างออกไปไกล
แต่ทั้งสองคนมีทักษะยอดเยี่ยม ยามที่ไม่มีใครอยู่ เซียวเฉวียนและเสวียนอวี๋จะใช้วิชาตัวเบา กังฟูประมาณห้านาที ก็มาถึงประตูเรือนอีกหลัง
ณ ขณะนี้ เป็นเวลาสายแล้วและแดดค่อนข้างแรง แต่สิ่งที่เกินความคาดหมายของเซียวเฉวียนคือมีคนอยู่ในบ้าน อีกทั้งยังมีเด็กสองคนกำลังเล่นโคลนอยู่ตรงด้านหน้าประตู
เด็กทั้งคู่ดูอายุราว ๆสี่ห้าขวบ เนื่องจากทั้งสองดูอายุห่างกันไม่มากนัก
เด็กๆเล่นกันอย่างเพลิดเพลิน โดยไม่รู้เลยว่าเซียวเฉวียนและเสวียนอวี๋มา
เสวียนอวี๋จึงกระแอมในลำคอ เพื่อดึงดูดความสนใจของพวกเขา
กลิ่นอายจากร่างกายของเซียวเฉวียนและเสวียนอวี๋ แม้แต่ผู้ใหญ่เห็นยังรู้สึกกลัว แล้วจะนับประสาอะไรกับเด็ก
ดวงตาสีดำเข้มของเด็กทั้งคู่ฉายแววหวาดกลัว ไม่เล่นโคลนอีกต่อไป รีบวิ่งปรี่เข้าไปในบ้าน
ขณะที่วิ่งก็ส่งเสียงร้องตะโกนเรียก “พ่อ แม่!”
ซึ่งน้ำเสียงเต็มไปด้วยความกลัว
ทันใดนั้น มีเสียงของหญิงสาวผู้หนึ่งดังขึ้น “เกิดอะไรขึ้นหรือ?”
แม้นจะยืนอยู่ด้านนอกประตู เซียวเฉวียนก็ได้ยินเสียงเด็กน้อยฟันน้ำนมพูด “มีคนอยู่ด้านนอก ข้ากลัว”
หญิงสาวจึงพูดปลอบอย่างอ่อนโยน “โอ๋ ๆ ไม่ต้องกลัวนะ พวกเจ้าไปหาพ่อเถิด เดี๋ยวแม่จะออกไปดูเอง”
เพียงครู่เดียว เซียวเฉวียนก็เห็นหญิงสาวเดินออกมา
เมื่อหญิงสาวผู้นั้นเห็นเซียวเฉวียนและเสวียนอวี๋ก็ตกตะลึง จากสีหน้าของเธอเห็นได้ชัดว่าในใจนั้นรู้สึกกลัวมาก แต่เธอพยายามที่จะสงบสติอารมณ์
แล้วถามออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ “พวกท่านเป็นใครหรือเจ้าคะ?”
เสวียนอวี๋จึงตอบกลับไป “แม่หญิง พวกข้ากำลังตามหาคนอยู่ จึงเดินผ่านมาที่นี่”
ก็คือหมายความว่า เจ้าวางใจได้ พวกข้าไม่ใช่คนไม่ดี
ซึ่งการเรียกขานเช่นนี้ มาจากตอนที่เสวียนอวี๋ออกไปเดินเล่นในเมืองหลวง และได้เรียนรู้มาจากผู้อื่น
ในตอนนั้นมีชายวัยชราผู้หนึ่งกำลังสอนเด็กอายุราวคราวเดียวกันกับเสวียนอวี๋ ชายผู้นั้นนั้นกล่าวว่า ถ้าอยากจะทำให้ผู้อื่นประทับใจ เจ้าจะต้องปากหวาน หากพบบุรุษก็จงเรียกขานว่าท่านพี่หรือท่านอา แต่ถ้าหากพบเจอกับหญิงสาวก็เรียกว่าแม่หญิง
สรุปคือต้องเป็นบุคคลที่มีมารยาท การเรียกขานผู้อื่นจะต้องได้ใจจากคนฟัง ยิ่งการเรียกขานที่อ่อนกว่าวัยก็ยิ่งทำให้ผู้ฟังรู้สึกดี
ฉะนี้ก็สามารถทำให้ผู้อื่นรู้สึกประทับใจได้
ยกตัวอย่างเช่น หากฝ่ายตรงข้ามกำลังรู้สึกไม่ดีต่อคุณ แต่เมื่อได้ยินเสียงเรียกขานว่า “แม่หญิง” พวกเขาก็จะมีหน้าตาท่าทีที่อ่อนโยนยิ้มแย้มทันที
ยามได้ยินดังนี้ สีหน้าของหญิงสาวผ่อนคลายลงและเอ่ยพูด “ไม่ทราบว่าพวกท่านกำลังตามหาผู้ใดอยู่หรือ?”
เสวียนอวี๋จึงกล่าวตอบกลับ “มิทราบว่าแม่หญิงพบเห็นคนแปลกหน้าผ่านมาทางนี้บ้างหรือไม่?”
บอกว่ากำลังตามหาผู้ใด หญิงสาวผู้นี้อาจบอกว่าเคยเห็น เพราะเธอน่าจะไม่เคยเห็นนักปราชญ์และย่าเหยียน
อีกอย่างทั้งสองคนก็มีรูปลักษณ์ภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์อย่างเห็นได้ชัด
ส่วนเว่ยหงนั้น เสวียนอวี๋ไม่เคยพบเจอมาก่อน จึงไม่รู้ว่ามีรูปลักษณ์อย่างไร
ส่วนเสวียนจิ้งที่เป็นผู้ติดตามของนักปราชญ์ ถ้าหากเคยเจอะเจอกับนักปราชญ์ก็อาจเคยพบเห็นเสวียนจิ้ง
รวมแล้วมีทั้งหมดห้าคน เสวียนอวี๋เองจึงไม่แน่ใจว่าผู้ใดอยู่ที่นี่ ทางที่ดีจึงบอกว่าเป็นบุคคลแปลกหน้าไว้ก่อน
เมื่อได้ยินเสวียนอวี๋บอกว่ากำลังตามหาคนแปลกหน้า ทันใดนั้น หญิงสาวก็มีท่าทีหลบเลี่ยง
เหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็ไม่กล้าพูดออกมา
เธอจึงตอบกลับไป “ไม่เคยเห็นเจ้าค่ะ”