ตอนที่ 1845
บทที่ 1898 ใส่ใจเรื่องชื่อเสียง
October 21, 2026
นักปราชญ์คิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ เซียวเฉวียนเป็นแค่ผู้รู้หนังสือตกกระป๋อง เป็นเขยแต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิง ทำไมถึงได้มีกำลังขนาดนี้ได้ ?
มันเหลือเชื่อจริงๆ
แต่ก่อนเขาคิดว่าเจี้ยนจงน่ากลัว แต่ตอนนี้เขารู้สึกว่าเซียวเฉวียนน่ากลัวกว่าเจี้ยนจงอีก
โดยเฉพาะเซียวเฉวียนที่อยู่ตรงหน้านี้ เขามีอำนาจแรงอาฆาตเต็มตัว นักปราชญ์ซึ่งเคยผ่านแรงลมแรงคลื่นมาก็อดสะทกสะท้านไม่ได้
มันกระทบกระเทือนใจคนมากมาย
ถ้าเป็นคนธรรมดา คงถูกอำนาจรัศมีของเซียวเฉวียนนี้ทำให้ตกใจจนฉี่แตกไปนานแล้วกระมัง ?
ไม่ต้องพูดถึงเซียวเฉวียน แค่ฝีมือของเสวียนอวี๋ก็พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับตอนที่อยู่กับนักปราชญ์
“แคร้ง !” ดาบจิงหุนของเซียวเฉวียนฟาดเข้าที่ไม้เท้าของยายเหยียนอย่างจัง
ผู้คนบอกว่าดาบจิงหุนนั้นแข็งแกร่งไร้เทียมทาน แรกๆ เซียวเฉวียนก็คิดว่าอย่างนั้น แต่ตอนนี้เขารู้สึกว่าไม้เท้าของยายเหยียนก็มีคุณสมบัติยอดเยี่ยมเช่นกัน
ถูกดาบจิงหุนของเขาฟาดไปหลายครั้ง ก็ยังไม่มีรอยดาบแม้แต่นิด
ถึงจะทำด้วยเหล็ก ก็ควรมีรอยถูกฟาดไปบ้าง
แต่ไม้เท้านี้กลับไม่เห็นมีรอยเลย
เซียวเฉวียนซึ่งเป็นวิญญาณมาจากยุคปัจจุบัน ยังไม่อาจรู้ได้ว่าไม้เท้านี้ทำมาจากวัสดุอะไร
เขาครุ่นคิดในใจว่า หากสามารถนำไม้เท้านี้กลับไปยังยุคปัจจุบันได้ ก็มีคุณค่าทางการวิจัยอย่างมาก
คิดถึงตรงนี้ เซียวเฉวียนก็รีบดึงสติของเขากลับคืนมาโดยด่วน
ถึงอย่างไร เขากำลังสู้รบกับยอดฝีมือของบรรดายอดฝีมืออยู่ เซียวเฉวียนยังมาออกอาการเหม่อลอย เห็นชัดว่าไม่ให้เกียรติต่อยอดฝีมือคนนี้อยู่
ในจังหวะนี้เอง เว่ยหงชักดาบยาวออกจากฝัก ด้วยความฉับไวดั่งแรงลมแทงมายังตัวของเซียวเฉวียน
เสวียนอวี๋ว่องไวทั้งตาและมือ เขาชูกิ่งไม้ที่สุ่มเด็ดมาไว้ในมือและบินไปข้างหน้าขวางการโจมตีของเว่ยหง
เห็นชัดว่ามันเป็นแค่กิ่งไม้ที่ธรรมดาจนไม่รู้จะธรรมดายังไง แต่พอมาอยู่ในมือของเสวียนอวี๋ มันกลับกลายเป็นอาวุธที่สามารถสู้รบกับดาบยาวได้
เว่ยหงมีชีวิตอยู่มากี่สิบปี ก็เป็นครั้งแรกที่มาเห็นเด็กหนุ่มอายุน้อยๆ มีพลังถึงขนาดนี้
เขาไม่รู้ คือพูดกันอย่างเคร่งครัด เสวียนอวี๋ยังเป็นเด็กน้อยคนหนึ่ง
เป็นเพราะอยู่กับเซียวเฉวียน อาหารการกินดี จึงโตเร็วไปหน่อย ทำให้เสวียนอวี๋ดูอย่างกับเด็กวัยรุ่น
ถ้าเว่ยหงรู้ว่า เสวียนอวี๋จริงๆ ยังเป็นเด็กวัยน้อยๆ รู้ว่าความแข็งแกร่งที่เขาภูมิใจมาตลอดนั้นเด็กน้อยยังมาเทียบเคียงได้ เว่ยหงคงจะสงสัยในชีวิตของตัวเอง
เพราะเขามองว่าเสวียนอวี๋เป็นเด็กวัยรุ่น เขายังถูกเสวียนอวี๋แหย่จนอารมณ์เดือดดาล
เสวียนอวี๋แค่เอากิ่งไม้ก็กล้ามาต่อสู้กับเว่ยหง แถมขวางการโจมตีของเว่ยหงได้สำเร็จ ท่านว่ามันน่าโมโหไหม ?
เว่ยเยี่ยนที่บังเอิญมาเห็นฉากนี้ อารมณ์โมโหร้ายของเขาถูกจุดไฟลุกฟุ่บ เขาเลิกสนใจยายเหยียนทางนั้นแล้ว ดาบยาวเดิมทีที่จะแทงไปหาเซียวเฉวียน หันขวับมุ่งมายังตัวเสวียนอวี๋
เสวียนอวี๋เหวี่ยงกิ่งไม้ในมืออย่างคล่องแคล่ว เคลื่อนร่างไปมาระหว่างพี่น้องเว่ยหงอย่างปราดเปรียว
กล่าวอีกนัยหนึ่ง เสวียนอวี๋สามารถรั้งพี่น้องเว่ยหงได้อย่างสำเร็จ
มีเพียงนักปราชญ์และลูกศิษย์ที่ช่วยยายเหยียนรับมือกับเซียวเฉวียน
ถึงแม้กำลังของนักปราชญ์และลูกศิษย์จะฟื้นกลับมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่ถึงระดับก่อนหน้านี้ เซียวเฉวียนยังสามารถรับมือได้อยู่
เห็นชัดว่ามันเป็นสนามรบของเจ็ดคน แต่ให้ความรู้สึกเหมือนมีกองทหารเป็นพันเป็นหมื่นกำลังประชันรบกันอยู่
แรงบรรยากาศอันทรงพลังทำให้หน้าผาโดยรอบสั่นสะเทือนไปด้วยกรวดหินดินทราย ใบหญ้าต้นไม้พลิ้วไหว
เหมือนมีพายุไต้ฝุ่นระดับแปดเคลื่อนผ่าน
ไม้เท้าของยายเหยียนแข็งมาก ฟาดดาบลงไปหลายครั้งติดต่อกัน แรงสะท้อนทำให้แขนของเซียวเฉวียนรู้สึกชา