ตอนที่ 1867
บทที่ 1922 ทำเอาคนตกตะลึง
October 21, 2026
มิคิดเลยว่า สัตว์สงครามสองตัวและคนอีกหนึ่งคนจะสามารถหลบหนีไปได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้!
ย่าเหยียนคลาดโอกาสที่จะได้ไล่ตามเซียวเฉวียนไปเสียแล้ว เมื่อเข้าสู่ช่วงวันที่สองแล้วนั้น ก็หาได้พบเจอร่องรอยของเซียวเฉวียนไม่ ความกระตือรือร้นในการติดตามของย่าเหยียนเองก็ลดลงเช่นกัน
ในเวลานี้ ทั้งนางและอาเล่อกำลังยืนอยู่บนยอดเขาที่เปลือยเปล่า พลางกวาดตามองไปรอบๆ
นางมั่นใจมากว่าตนเองจักสามารถตามหาเซียวเฉวียนเจอ จากนั้นก็ส่งเขาไปหายมบาลเสีย
แต่ความเป็นจริงก็กระแทกเข้าหน้านางอย่างจัง นางหาตัวเซียวเฉวียนไม่เจอด้วยซ้ำ!
มิรู้ว่าเป็นเพราะเซี่ยวเฟิงวิ่งเร็วเกินไปหรือเป็นเซียวเฉวียนที่เจ้าเล่ห์มากเกินไปกันแน่
ย่าเหยียนได้แต่ลอบหายใจออกมา ก่อนจะกล่าวว่า "พวกเราไปกันเถอะ"
การสังหารเซียวเฉวียนหาใช่สิ่งเดียวในภารกิจของนางไม่ ในเมื่อเซียวเฉวียนหลบหนีไปได้เช่นนี้ เกรงว่าหาค้นหาต่อไปก็คงมิอาจตามหาตัวเขาเจอได้ง่าย ๆ เช่นกัน
นางจึงทำได้แต่พากันแยกย้ายออกไปตาม สั่งให้คนของนางตามหาตัวเซียวเฉวียนในบริเวณใกล้เคียงต่อไป ในขณะที่สั่งให้คนอื่นๆ ออกไปตามหาที่อื่นแทน
ที่อื่นนั้นหมายถึงเมืองหลวง
ฐานทัพหลักของเซียวเฉวียนอยู่ที่เมืองหลวง ย่าเหยียนพลันรู้สึกว่าเซียวเฉวียนมีความเป็นไปได้มาที่จะกลับมาพักรักษาตัวที่เมืองหลวง
พบเจอหน้าเว่ยหงในคราก่อนนั้น ย่าเหยียนเคยบอกความเป็นไปได้นี้กับพวกเขาแล้วเช่นกัน
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ให้เว่ยหงและคนอื่น ๆ ยังคงค้นหาที่อยู่ของเซียวเฉวียนที่นี่ต่อไป ในขณะที่ย่าเหยียนกับอาเล่อจะกลับไปคอยเฝ้าดูที่เมืองหลวงแทน
ภายในวังหลังของพระราชวัง
เม่ยซีที่ว่างเว้นมิมีสิ่งใดทำนั้น นางมักจะหาเวลาว่างมาพูดคุยคลายความเบื่อหน่ายกับองค์หญิงต้าถงอยู่เสมอ
ทุกครั้งที่นางไปมาหาสู่เช่นนี้ เม่ยซีก็มักจะได้พบเจอเซียวหมิงชิวบ่อยครั้ง
ทว่า จากการที่นางได้พบเจอเซียวหมิงชิวมาแล้วหลายครั้ง นางก็อดรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาไม่ได้ ไม่ว่าจะคำพูดและการกระทำของ เซียวหมิงชิวล้วนแต่ดูไม่ธรรมดา
เซียวหมิงชิวสามารถเดินและพูดคุยได้เร็วกว่าเด็ก ๆ ในวัยเดียวกัน อีกทั้งนางยังฉลาดเป็นกรด นี่คือสิ่งนางพอจะบรรยายความแปลกนั้นออกมาได้
ยามที่อยู่ในอันหยวนนั้น เม่ยซีเองก็พบเห็นกระบวนการเติบโตของเด็กมามากมาย นางรู้ดีว่าความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน
เด็กบางคนสามารถเดินยามมีอายุเพียงสิบเดือน เด็กบางคนอาจจะเดินได้ตอนอายุเพียงหนึ่งปีครึ่งหรือบางคนอาจจะเดินได้ช้ากว่านั้น
เด็กบางคนอายุเพียงขวบกว่าก็สามารถพูดคำบางคำได้แล้ว ยังมีเด็กบางคนที่อายุครบขวบหนึ่งแล้วยังไม่ยอมพูดออกมาเลยเช่นกัน
โดยรวมแล้วนั้น เด็กแต่คนล้วนแต่แตกต่างกันไป
อีกทั้งเซียวเฉวียนและองค์หญิงต้าถงเองก็เป็นบุคคลที่เฉลียวฉลาด ดังคำกล่าวที่ในเมื่อบิดาเป็นพยัคฆ์บุตรชายย่อมมิใช่สุนัขแน่นอน เป็นเรื่องปกติที่เซียวหมิงชิวจะรวมข้อดีของเซียวเฉวียนและองค์หญิงต้าถงเอาไว้ด้วยกัน นั่นจึงทำให้นางกลายเป็นบุคคลที่ยอดเยี่ยมกว่าคนธรรมดาทั่วไป
หากแต่เม่ยซีรู้สึกอยู่เสมอว่า ดวงตาสีดำที่เป็นประกายของเซียวหมิงชิวนั้น เสมือนกับว่าเด็กน้อยตรงหน้าสามารถมองผ่านทะลุจิตใจของผู้คนออกมาได้
ไม่ว่าเซียวหมิงชิวจักมีความสามารถเช่นนั้นจริง ๆ หรือไม่ ทว่า เซียวหมิงชิวเป็นเพียงเด็กที่อายุหนึ่งขวบสองขวบกว่าเท่านั้น นัยน์ตาของเด็กเล็ก ๆ เช่นนี้ควรจะต้องมีความใสซื่อบริสุทธิ์และไร้เดียงสาเสียมากกว่า
เม่ยซีสัมผัสได้ว่าดวงตาของเซียวหมิงชิวนั้น เสมือนกับดวงตาของผู้ใหญ่ก็ไม่ปาน
ฉะนั้น เม่ยซีจึงฉวยโอกาสยามที่นางอยู่เพียงลำพังกับองค์หญิงต้าถงนั้น เอ่ยถามขึ้นมาในทันที "องค์หญิงเพคะ เม่ยซีมีบางอย่างอยากเอ่ยถามท่าน แต่มิรู้ว่ามันสมควรถามออกมาหรือไม่"
เมื่อมีองค์หญิงต้าถงอยู่ด้วยนั้น เม่ยซีมักจะเอ่ยวาจาตรงไปตรงมาอยู่เสมอ หากแต่วันนี้นางกลับมีท่าทีลังเลที่จะกล่าวออกมา องค์หญิงต้าถงที่เห็นเช่นนั้นจึงรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย พระนางพลางกล่าวออกมาด้วยท่าทีอ่อนโยนว่า "พระชายาเชิญกล่าวออกมาได้เลยเพคะ"
องค์หญิงที่เติบโตขึ้นมาในวังตั้งแต่เล็กจนโตนั้น พระนางย่อมรู้จักกฎเกณฑ์และมารยาททั้งหมดเป็นอย่าง ถึงแม้ว่าภายในใจของนางจักถือว่าเม่ยซีเป็นคนในครอบครัวเดียวกันก็ตาม แต่ไม่ว่าจักสนิทสนมกันเพียงใด แต่ก็สมควรจักเอ่ยเรียกนางตามฐานะที่นางได้เช่นกัน สิ่งนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่ยังอยู่ในพระราชวังต้าเว่ยและเป็นอาณาจักรของผู้อื่น ดังนั้นควรจักต้องสำรวมและสุภาพ
องค์หญิงจึงเรียกขานเม่ยซีว่าพระชายาด้วยความเคารพ
เดิมทีเม่ยซีเป็นน้องสาวของไป๋ฉี่ ก่อนที่นางจักเข้ามาในวังหลวงนั้นนางก็ยังไปอยู่ในตรงกูลเซียวมาสักระยะหนึ่ง ดังนั้นพวกนางสองคนจึงสนิทสนมกันเป็นอย่างดีตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว
ในเมื่อเม่ยซีให้ที่พักที่ปลอดภัยกับองค์หญิงในยามนี้ บุญคุณในครานี้ องค์หญิงจับจดจำเอาไว้ในใจมิมีวันลืมเลยทีเดียว
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ไม่ว่าเม่ยซีจักเอ่ยถามอะไรต่อองค์หญิง ไม่ว่าเม่ยซีต้องการให้องค์หญิงช่วยเหลือสิ่งใด ขอเพียงองค์หญิงสามารถทำได้นั้น องค์หญิงย่อมช่วยเหลือนางจนสุดความสามารถ