ตอนที่ 1868
บทที่ 1923 ผิดที่มีพรสวรรค์
October 21, 2026
คนบริสุทธิ์แต่กลับโดนป้ายสีเพราะมีพรสวรรค์ เรื่องนี้จะให้คนรู้มากไม่ได้ เรื่องนี้เม่ยซีเข้าใจดี
ดังนั้นนางก็ไม่ถือสาอะไร หากเซียวเฉวียนและภรรยาจะซ่อนมันจากนาง
ตอนนี้เจ้าหญิงสามารถบอกความจริงได้ และจะเห็นได้ว่าเจ้าหญิงเองก็มองเม่ยซีเป็นเหมือนพี่น้อง ซึ่งทำให้เม่ยซีทราบซึ้งใจมาก
นางมีความสุขอยู่ในพระราชวังค์ เพลินเพลินกับความรุ่งโรจน์และความมั่งคั่งไม่รู้จบ แถมยังเป็นที่รักของราชา หากแต่นั่นเป็นเพียงสิ่งที่เม่ยซีตั้งใจแสดงให้เห็นเท่านั้น
ในความเป็นจริง น้ำในวังค์ลึกเพียงใด ที่ผ่านมานางจะเจ็บปวดมากเพียงไหน มีเพียงคนที่เคยผ่านมาเท่านั้นถึงจะรู้
เหมือนสุภาษิตที่ว่า เดินตามราชาเหมือนเดินตามเสือ
ถึงแม้นางจะเป็นคนโปรดของราชา แต่ในระหว่างที่อยู่เคียงข้างราชา นางเองก็ต้องระแวดระวังตัว
ทุกสิ่งทุกอย่างที่นางมีในวันนี้ก็มาจากราชา นางก็เกรงว่าหากนางทำอะไรผิดไปหรือไปทำให้หลงเหยียนไม่พอใจเข้า ทุกอย่างที่นางมีจะถูกยึดคืน
เพราะงั้น การมีชีวิตสุขสบายในวังค์ แลกมากับความปวดร้าวทุกย่างก้าว
ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ จะเอาอะไรมายินดีที่จะตกอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้?
นางต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความจำนนและจำยอม
สิ่งเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกสบายใจได้คงมีเพียงจวนเซียว
หรือจะพูดได้ว่าจวนเซียวเป็นเหมือนผู้สนับสนุนหลักของนาง
อะไรที่ไม่ดีสำหรับจวนเซียว นางก็จะไม่ทำ
กับเรื่องที่ไม่อำนวยต่อจวนเซียว นางยิ่งไม่เต็มใจใหญ่!
หลังจากที่เม่ยซีพูดจบ เจ้าหญิงก็ตอบกลับไปว่า “ขอบพระทัยพระนาง”
เมื่อก่อนเม่ยซีเคยคิดว่าเจ้าหญิงเป็นคนที่หลักแหลม แต่ตอนนี้นางยิ่งรู้สึกว่าเจ้าหญิงดูบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยาก
ให้ผู้ที่มีพระคุณเป็นล้นพ้นขนาดนั้นกล่าวขอบคุณ นางรู้สึกเสียหน้าจริงๆ จึงรีบตอบกลับไปว่า“เจ้าหญิง โปรดอย่ากล่าวเช่นนั้น มันน่าอายนักสำหรับเม่ยซี”
ในใจของเม่ยซี คนที่คู่ควรกับเซียวเฉวียนก็คงจะมีแต่เจ้าหญิงผู้ที่ทั้งอ่อนโอน รูปงาม หลักแหลม
อาจื่อคนนั้น หากเทียบกับเจ้าหญิงแล้วก็ยังไม่ได้แม้แต่เพียงปลายรองเท้า
ผู้หญิงแบบนั้นโง่เง่าสิ้นดี
ถึงได้ทิ้งคู่ชีวิตที่ดีอย่างเซียวเฉวียนไป ไม่รักษาวันคืนดีๆที่เคยมีร่วมกัน แถมยังหาแต่ปัญหามาให้อีก!
แต่ก็ถือว่าโชคดีที่การกระทำของหล่อนผลักให้เซียวเฉวียนได้มาเจอกับคู่ครองที่ดีอย่างเจ้าหญิงต้าถง
เรื่องการอภิเสกสมรส สำหรับเซียวเฉวียนแล้วก็คงเหมือนเปลี่ยนเรื่องร้ายกลายเป็นดี
หลังจากที่ทั้งคู่อธิบายจบ เซียวหมิงชิวก็เหงื่อไหลไคลย้อยเดินเข้ามา
“พระนาง!”
เห็นเม่ยซีอยู่ที่นี่ด้วย เซียวหมิงชิวก็ทักทายด้วยมารยาท “คาราวะพระนาง!”
การทักทายที่ไม่เหมือนใครเช่นนี้ ก็พอจะดูออกว่าเรียนมาจากเซียวเฉวียน
อันที่จริงเซียวเฉวียนก็ไม่เคยได้สอนอะไรจริงจัง เป็นเซียวหมิงชิวเองที่แอบสังเกตุและเรียนเอง
และเม่ยซีเองที่เคยอาศัยในจวนเซียว ก็คุ้นเคยดีกับท่าทางที่ดูโดดเด่นนี้ นางยิ้มอย่างอ่อนโอนตอบกลับไป “เซียวหมิงชิว”
เมื่อได้ยินดังนั้น หมิงชิวก็ส่งยิ้มที่ไร้เดียงสาให้กับเม่ยซี
ตั้งแต่วินาทีที่หมิงชิวเดินเข้ามา ก็สังเกตุเห็นความประหลาดใจและตกตะลึงบางอย่างที่ปรากฎบนหน้าของเม่ยซี
เมื่อหมิงชิวอ่านใจของเม่ยซีดูถึงได้รู้ว่านางร่วงรู้ความลับของเธอแล้ว เธอจึงพูดออกไปว่า “เนื่องจากฝ่าบาทรู้ความลับของกระหม่อมแล้ว หวังว่าฝ่าบาทจะช่วยกระหม่อมเก็บงำมันเพคะ”
นี่คงไม่ได้ตั้งใจจะแสดงความสามารถหรอกสินะ?
แถมยังแสร้งพูดขอให้เม่ยซีช่วยเก็บเป็นความลับอีก?