ตอนที่ 712
บทที่ 712 ข่าวลือยิ่งแพร่มากขึ้น
October 21, 2026
ในเวลานี้เอง จิ่นเซ่อสวมผ้าคลุมค่อยๆเดินมา
“เขาพูดถูก หากอยากนำเมล็ดพันธุ์ของส้มไป จำเป็นต้องเขียนจดหมายแล้วประทับตราประจำตัวของท่านพี่ พวกเขาถึงจะเพาะปลูกส้มได้”
“มิเช่นนั้น หากวันหน้าถูกที่ว่าการพบเข้า หรือมีคนไปรายงาน พวกเขาล้วนต้องโทษตายเท่านั้น”
ส้มแสนแพงและล้ำค่าเป็นของบรรณาการของต้าเว่ย
แม้แต่คนในราชวงศ์เองก็ไม่อาจกินได้ตามปรารถนา
ทุกวันนี้ต้าเว่ยมีต้นส้มเพียง 70 ต้น นอกจากพระราชวังที่มี 40 ต้นแล้ว นอกนั้นที่เหลือ 30 ต้นตกสู่จวนตระกูลชนชั้นสูงในพระราชวังแต่ละแห่ง ทั้งหมดเพราะอดีตฮ่องเต้หรือจักรพรรดิพระราชทานให้
3 ต้นของจวนเซียวได้มาจากอดีตฮ่องเต้พระราชทานแก่อี้อู๋หลี่ อี้อู๋หลี่จึงนำมาปลูกในสวน เวลาผ่านไปหลายปีได้บำรุงอย่างดีมากจนออกผลดก
ดังนั้นส้มจึงเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งรุ่งโรจน์
เป็นเกียรติแก่ผู้มั่งคั่งและขุนนาง
หลักการกล่าวไว้ เหล่าขุนนางชนชั้นสูงสามารถมอบส้มให้แก่คนภายนอกได้ แต่ไม่มีใครสักคนที่ทำเช่นนั้น ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นความมั่งคั่งที่จักรพรรดิพระราชทานให้ ใครล้วนไม่ยินยอมแบ่งออกไปทั้งนั้น
ขี้งกก็ขี้งกไปสิ ยังทำเป็นมั่งคั่งไม่มั่งคั่งอะไรได้เช่นนี้
กะอีแค่ส้ม ดูเจ้าพวกชนชั้นสูงกลุ่มนี้เห็นเป็นของรักของหวง
“จิ่นเซ่อ นำเครื่องเขียนกระดาษ พู่กัน หมึก แท่นฝนหมึกและตราประทับของชิงหยวนมาหน่อย! ข้าจะเขียนจดหมายของแต่ละคนนำเมล็ดพันธุ์ให้พวกเขาพากลับไป!”
เซียวเฉวียนตรงไปตรงมาเช่นนี้ทำเอาบรรดาช่างไม้ทั้งตะลึงและดีใจ “ขอบพระคุณใต้เท้าเซียว! ขอบพระคุณใต้เท้าเซียว!”
เยี่ยมมากเลย! พวกเขาต้องการเมล็ดพันธุ์ส้มมาตั้งนานแล้ว อย่างแรกการได้เมล็ดพันธุ์ส้มมาได้ถือเป็นการเทิดเกียรติให้บรรพบุรุษ อย่างที่สองคือส้มอร่อย พวกเขาอยากให้ลูกหลานของตนได้ลิ้มรสชาติเปรี้ยวหวานอร่อยของส้ม
แต่เหล่าชนชั้นสูงที่มีอำนาจไหนเลยจะเห็นกลุ่มช่างไม้อยู่ในสายตา? คิดจะให้พวกเขามอบเมล็ดพันธุ์ให้นั้นเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้เลย
ส่วนเซียวเฉวียนกลับเต็มใจมอบให้ทุกคน! และยังเต็มใจเขียนจดหมายให้ทุกคนด้วย?
“เรื่องเล็กน้อย มิมีค่าควรเอ่ยถึง!” เซียวเฉวียนสะบัดแขนเสื้อแทบจะใช้น้ำเสียงเชิงขอร้อง “พวกเจ้าลุกขึ้นมาก่อนได้ไหม พวกเจ้าลุกขึ้นมาแล้วข้าค่อยเขียนต่อ อย่าเอะอะแล้วเอาแต่จะคุกเข่าอย่างเดียว ข้ากลัว ไม่ คนแซ่เซียวเช่นข้ากลัวอายุสั้น”
“ไม่ ไม่ การคุกเข่ารอหนังสือจดหมายของใต้เท้าเป็นเกียรติของพวกเรา!”
พวกเขาต่างพยักหน้างกๆ ราวกับเซียวเฉวียนได้มอบของที่สุดยอดอะไรสักอย่าง
ความรู้สึกเจ็บแปลบไม่แน่ชัดก่อขึ้นในใจเซียวเฉวียน เวทนาหัวใจพ่อแม่ในใต้หล้า ช่างไม้กลุ่มนี้ก็แค่อยากให้ลูกหลานได้ลองชิมรสชาติด้วยเช่นกัน ถึงได้ละศักดิ์ศรีขอเมล็ดพันธุ์ไม่มีเม็ดนี้กับเซียวเฉวียน
แค่เมล็ดที่กินแล้วคายไม่กี่เม็ดเท่านั้น กลับเป็นของล้ำค่าที่พวกเขาเอามาไม่ได้
ใช้ชีวิตในศตวรรษที่ 21 ดีกว่า อยากกินอะไรก็ได้กิน ขอแค่มีเงินก็พอ
แต่ที่ต้าเว่ยต้องดูฐานะศักดิ์และชนชั้น คนในต้าเว่ยช่างลำบากลำบนเกินไปแล้ว
“จิ่นเซ่อ ลองไปดูว่ายังมีส้มอีกไหม เด็ดมาให้พวกเขานำกลับบ้าน ให้ลูกพวกเขาได้ลิ้มลองด้วยเช่นกัน”
“ค่ะ ท่านพี่” จิ่นเซ่อยิ้มหวานแล้วไปทำตามคำสั่ง
“ขอบพระคุณใต้เท้า!”
ช่างไม้ที่ได้รับสิ่งโดยไม่คาดฝัน ต่างก็คุกเข่าลงกราบขอบคุณอีกครั้ง เซียวเฉวียนก็ห้ามพวกเขาไม่อยู่ และก็ไม่โน้มน้าวให้พวกเขาลุกขึ้นแล้ว รีบเขียนจดหมาย ดีที่จะให้พวกเขาสามารถนำเมล็ดพันธุ์กลับไป
เมืองหลวง โรงหมอไม่กี่แห่งที่ใกล้จวนเซียวที่สุดล้วนได้รับข่าวสารที่เซียวเฉวียนต้องการให้พวกเขารักษาภาวะไตพร่อง
จุกสำคัญคือ เซียวเฉวียนและไตพร่อง
ปาเย่ว์ประกาศพวกเขาเสร็จ ก็ประกาศบ้านต่อไปต่อเนื่องอีก
ตามคาดไม่ผิดจากที่คิดไว้เลย ปาเย่ว์เดินไปที่ใด คนที่มาหาหมอที่โรงหมอเหล่านั้นล้วนได้ยินเรื่องสำคัญอันยอดเยี่ยมนี้
เรื่องที่เซียวเฉวียนไตพร่องจึงได้แพร่ออกไปทันที
เรื่องเซียวเฉวียนไตพร่องไม่สำคัญเท่าไหร่ ที่สำคัญคือเหตุใดเขาถึงไตพร่อง?