ตอนที่ 577
บทที่ 1006 : สองยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-9!
October 22, 2026
เมื่อถูกซือกงวู่จี๋เปิดโปงเรื่องปีศาจภัยแล้งสีหน้าของนักบวชเลี่ยยื่อก็ถึงกับเปลี่ยนไปทันที.. และอีกคนที่ถึงกับหน้าเปลี่ยนสีก็คือไป๋เซียนเอ๋อ..นางยังจำปีศาจภัยแล้งที่เดินตามหลังนักบวชเลี่ยยื่อมาได้เป็นอย่างดี เพราะมันคือศัตรูตัวฉกาจของไป๋เซียนเอ๋อ แต่เพราะอยู่ช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน นางจึงต้องอดทนอดกลั้นที่จะไม่ผลีผลามลงมือกับปีศาจภัยแล้งตนนี้ อีกทั้งเวลานี้ไป๋เซียนเอ๋อก็โมโหซือกงวู่จี๋อย่างมากที่กล้าเรียกนางว่าปีศาจจิ้งจอกต่อหน้าผู้คนเช่นนี้! “อะไรนะ!ปีศาจภัยแล้งงั้นรึ?! นี่คือปีศาจภัยแล้งจริงหรือนี่?!” ทางด้านถังเมิ่งและคนอื่นๆเมื่อได้ยินชื่อปีศาจภัยแล้ง ก็ถึงกับขวัญผวาขึ้นมาทันที เพราะนี่คือปีศาจภัยแล้งที่เล่าขานกันต่อๆมาว่ามันสามารถกินคนได้! “แม่เจ้าโว้ย!!!คืนนี้โคตรสนุกเลย!” ถังเมิ่งถึงกับร้องตะโกนออกมาอย่างหมดความอดทนในใจของเขานั้นทั้งหวาดกลัวแล้วก็ตื่นเต้นไปพร้อมกัน จะไม่ให้ถังเมิ่งกรีดร้องออกมาได้อย่างไรกันเล่า ในเมื่อเวลานี้ตรงหน้าของเขานั้นมีทั้งปีศาจจิ้งจอก ปีศาจภัยแล้ง แล้วก็แวมไพร์ ทุกตัวล้วนแล้วแต่เป็นปีศาจในตำนานทั้งสิ้น! และหากถังเมิ่งได้ยินชื่อปีศาจภัยแล้งก่อนที่หลิงหยุนจะมาถึงแล้วล่ะก็..เขาคงต้องหวาดกลัวจนขนหัวลุก และแทบประสาทกินแน่! แต่ในเมื่อหลิงหยุนอยู่ด้วยทั้งคน เขาจึงไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวสิ่งใดอีก! ถังเมิ่งเชื่อมั่นในตัวหลิงหยุนอย่างมากอย่าว่าแต่ปีศาจภัยแล้งเลย ต่อให้เป็นเซียน หลิงหยุนก็มีวิธีที่จะรับมือ และจัดการได้อย่างแน่นอน! ไม่ใช่ถังเมิ่งคนเดียวที่มีท่าทางเช่นนั้นแม้แต่ฉินตงเฉี่วย หนิงหลิงยู่ และคนอื่นๆ ต่างก็มีท่าที และปฏิกิริยาไม่ต่างจากถังเมิ่ง ทุกคนล้วนแล้วแต่อยู่ในอาการตกใจเมื่อได้ยินชื่อปีศาจภัยแล้ง แต่แล้วก็ตามมาด้วยความโล่งใจเมื่อนึกขึ้นได้ว่าหลิงหยุนอยูที่นี่ด้วยแล้ว.. แต่ถึงกระนั้น..ภายในบริเวณบ้านเลขที่-1 ก็ยังมีคนคนหนึ่งที่ไม่ได้คิดเช่นคนอื่นๆ “อะไรนะ!ปีศาจภัยแล้งงั้นรึ?!” โม่วู๋เตาได้ยินแค่คำว่าปีศาจภัยแล้งเขาก็กระโดดลุกขึ้นจากพื้นราวกับถูกไฟลนก้นทันที! การศึกษาของเหล่านักพรตในลัทธิเต๋านั้นแยกออกเป็นห้าแขนงคือ ภูเขา (เซียน) การแพทย์ ชีวิต การทำนาย และการดู.. นักบวชแห่งสำนักเหมาซานนั้นเป็นพวกที่ศึกษาเพื่อความเป็นเซียนและงานหลักก็คือการจับภูตผีปีศาจ โม่วู๋เตาเองก็ได้ร่ำเรียนวิชาเหล่านี้มาตั้งแต่อายุยังน้อย แต่นักพรตน้อยผู้นี้กลับไม่ชื่นชอบ เขานิยมชมชอบการศึกษาเรื่องชีวิตตามหลักคำสอนของมรรคาจารย์ และการทำนายดวงชะตามากกว่า.. ความจริงแล้วหากเป็นนักพรตเต๋าก็ควรจะศึกษามรรคาแห่งเต๋าให้ลึกซึ้งแต่อาจารย์ของเขากลับไม่ชอบใจ และชื่นชอบแต่ศิษย์ที่มีพรสวรรค์เพียงเท่านั้น ส่วนโม่วู๋เตานั้นไม่สนใจจะฝึกวรยุทธของสำนักเหมาซาน กลับเอาแต่ศึกษาเรียนรู้เรื่องการทำนายดวงชะตาเท่านั้น.. หลังจากที่เกิดเรื่องกับนักพรตหลิวเต๋อหมิงอาจารย์ก็ได้สั่งให้โม่วู๋เตาลงเขามาสืบหาความจริงในเรื่องนี้ แต่ความจริงแล้วอาจารย์ส่งโม่วู๋เตาลงเขามา ก็เพื่อส่งให้โม่วู๋เตาได้มาเรียนรู้ประสบการณ์ที่น่ากลัวของโลกภายนอก หลังจากได้รับบทเรียนครั้งนี้ โม่วู๋เตาก็จะได้ยินดีกลับขึ้นเขาไปฝึกฝนวรยุทธอย่างเต็มใจ แต่เมื่อโม่วู๋เตาได้ยินชื่อปีศาจภัยแล้งและปีศาจจิ้งจอกเขาก็ไม่สามารถสงบจิตสงบใจได้อีกต่อไป “สวรรค์!นี่ข้าเข้าใจอะไรผิดหรือไม่ ข้าได้ยินว่าที่นี่มีปีศาจภัยแล้ง ใครก็ได้ช่วยบอกข้าทีว่าข้าไม่ได้หูฝาดไปใช่หรือไม่?” แต่แล้วจู่ๆโม่วู๋เตาก็ดูเหมือนจะนึกถึงนักบวชเลี่ยยื่อขึ้นมาได้ เขารีบยกกระบี่ไม้ในมือขึ้นชี้หน้านักบวชผู้นั้นทันที พร้อมกับร้องตะโกนออกไปว่า..“ท่านนักพรต..ท่านเป็นถึงนักบวชผู้ทรงศีล แต่กลับเลี้ยงปีศาจภัยแล้งไว้งั้นรึ ปีศาจร้ายและเป็นภัยต่อโลกมนุษย์เช่นนี้ สำนักเหมาซานของข้าไม่ปล่อยท่านไว้แน่!”ระหว่างเขาหลงหู่กับสำนักเหมาซานต่างก็เป็นสำนักเต๋าทั้งคู่โม่วู๋เตาจึงเข้าใจดีว่านักบวชเลี่ยยื่อกำลังต้องการทำอะไร!แต่นักบวชเลี่ยยื่อกลับเพียงแค่เหลือบตาขึ้นมองโม่วู๋เตาและไม่สนใจที่จะต่อปากต่อคำกับเขาเลยแม้แต่น้อย..สายตาของหลิงหยุนปรากฏแววตาแห่งความชื่นชมขึ้นมาวูบหนึ่งและได้แต่แอบคิดอยู่ในใจว่า ‘นักพรตน้อยโม่วู๋เตาผู้นี้ ไม่ได้ไร้ประโยชน์อย่างที่ข้าคิดนัก!’.Aileen-novel.จากนั้น..ทุกคนต่างก็ได้ยินเสียงของซือกงวู่จี๋ดังขึ้นอีกครั้ง เขาพูดขึ้นอย่างไม่สนใจผู้ใด“ท่านนักบวช..แม้ท่านจะมีความคิดว่าธรรมะและอธรรมไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ แต่ในอดีตกาลมาจนถึงบัดนี้นับหลายพันปี พรรคมารก็ยังคงอยู่ไม่ใช่รึ ข้าไม่เห็นว่าฝ่ายธรรมะจะขจัดพรรคมารได้เลย..”ระหว่างนั้นนักบวชเลี่ยยื่อก็เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดอะไรแต่ดูเหมือนว่าเขาได้ตัดสินใจอะไรบางอย่างไปแล้ว จึงตอบกลับซือกงวู่จี๋ไปว่า..“ไม่ว่าอย่างไรจุดประสงค์ของข้ากับท่านก็แตกต่างกันอยู่ดีแต่เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ข้าเห็นตรงกับท่านว่าจำเป็นต้องกำจัดหลิงหยุนเสียก่อน! และด้วยเหตุนี้ข้าจึงตกลงที่จะร่วมมือกับเจ้าสังหารหลิงหยุน..”ซือกงวู่จี๋สังเกตเห็นปฏิกิริยาของนักบวชเลี่ยยื่อและพยายามใช้ลิ้นสองแฉกของตนเองเกลี้ยกล่อมต่อไป“ในเมื่อท่านเห็นตรงกันกับข้าเช่นนี้พวกเราทั้งหมดก็ควรจะจู่โจมหลิงหยุนในคราวเดียวพร้อมๆกัน หรือท่านจะรอให้หลิงหยุนสังหารทุกคนตายหมด แล้วเหลือท่านเพียงแค่คนเดียว”ซือกงวู่จี๋จึงรีบพูดเตือนสตินักบวชเลี่ยยื่อต่อ..“หากเป็นเช่นนั้นจริง..ท่านเองก็คงไม่สามารถสังหารหลิงหยุนได้แน่ อย่าลืมว่าเวลานี้กลองสะบัดมารของท่าน ก็ใช้กับนางปีศาจจิ้งจอกไม่ได้ผลแล้ว!”ซือกงวู่จี๋พยายามชักแม่น้ำทั้งห้าและในที่สุดเขาก็ทำได้สำเร็จ!นักบวชเลี่ยยื่อเหลือบตาขึ้นมองไปทางหลิงหยุนก่อนจะพยักหน้าช้าๆ พร้อมกับร้องบอกซือกงวู่จี๋ว่า“ได้..ข้ารับปากร่วมมือกับท่าน! แต่.. ท่านเองก็ต้องรับปากข้าก่อนเช่นกัน!”ซือกงวู่จี๋พยักหน้าและได้แต่แอบคิดอยู่ในใจว่า ‘จิ้งจอกเฒ่า.. เจ้าแค่อ้าปาก ข้าก็เห็นลิ้นไก่ของเจ้าแล้ว!’ในเมื่อเหตุการณ์พลิกผลันและซือกงวู่จี๋ก็จำเป็นต้องหาแนวร่วมเช่นนี้ จึงเปิดโอกาสให้นักบวชเลี่ยยื่อสามารถสร้างเงื่อนไขต่อรองได้ เขาจึงรีบฉวยไว้ทันที..นักบวชเลี่ยยื่อใช้แส้ปัดในมือชี้ไปทางไป๋เซียนเอ๋อพร้อมกับพูดขึ้นว่า..“นอกเหนือจากปีศาจจิ้งจอกตนนั้นแล้ว หม้อเสินหนง และยันต์ของหลิงหยุนต้องเป็นของข้า! อ่อ.. แล้วก็ศิลาในมือของนางจิ้งจอกตนนั้นด้วย!”แทบไม่ต้องรอให้นักบวชเลี่ยยื่อพูดจบทั้งหลิงหยุนและซือกงวู่จี๋ต่างก็คิดเหมือนกันว่า ‘จิ้งจอกเฒ่าผู้นี้ช่างโลภมากยิ่งนัก!’ซือกงวู่จี๋พยักหน้าโดยไม่ต้องคิด“ไม่มีปัญหา.. ตราบใดที่พวกเราร่วมมือกันกำจัดหลิงหยุนได้สำเร็จ เรื่องสิ่งของเหล่านี้ย่อมสามารถเจรจาตกลงกันได้!”