ตอนที่ 578
บทที่ 1007 : แกร่งกว่าเดิมถึงสิบเท่า!
October 22, 2026
ยอดฝีมือระดับเริ่มต้นขั้นเซียงเทียน-9สองคน ยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-8 อีกทั้งยังเป็นแวมไพร์ขั้นเคานต์อย่างเฉินเจี้ยนกุ่ยอีกหนึ่งคน และเฉี่วยหยิงกงยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-8 อีกหนึ่งคน และเวลานี้หลิงหยุนเพียงคนเดียวก็กำลังรับมือกับยอดฝีมือที่เก่งกาจพร้อมกันถึงสี่คน! เป้าหมายของยอดฝีมือทั้งสี่ก็คือการสังหารหลิงหยุนให้ได้โดยเร็วที่สุด! “พวกท่านต้องระมัดระวังให้มาก!หลิงหยุนเป็นคนที่คาดเดาได้ยาก และยังยากที่จะรับมืออีกด้วย พี่ชายของข้าก็เคยพลาดพลั้งให้กับมันมาแล้ว!” เฉินเจี้ยนกุ่ยบินเข้าไปหาหลิงหยุนพร้อมกับยอดฝีมือคนอื่นๆแต่ก็ไม่ลืมที่จะร้องเตือนซือกงวู่จี๋กับยอดฝีมือที่เหลืออีกสองคนด้วย.. ประสบการณ์และบทเรียนของเฉินเจี้ยนกุ่ยนั้นล้วนต้องแลกมาด้วยเลือดเนื้อ และความเจ็บปวด! เมื่อครั้งที่สู้กับหลิงหยุนอยู่บนเขาหลงเมิ่งนั้น หลิงหยุนได้เผยไพ่มากมายในมือของเขาออกมา ทำให้สามารถสังหารเหล่าแวมไพร์ตายไปมากมาย แต่ที่น่ากลัวที่สุดก็คือวิชาพลังมังกรซึ่งเป็นไพ่ตายใบสุดท้ายของหลิงหยุน และนั่นเป็นเหตุให้หลิงหยุนสามารถสังหารเฉินเจี้ยนจื่อซึ่งเป็นยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-8 ตายได้! ภาพการต่อสู้ที่ดุเดือดในครั้งนั้นเฉินเจี้ยนกุ่ยยังจำได้ดีตั้งแต่ต้นจนจบไม่พลาดแม้แต่ฉากเดียว และเวลานี้ภาพเหล่านั้นก็กำลังปรากฏขึ้นในหัวของเขาอีกครั้ง และความหวาดกลัวในตัวหลิงหยุนก็เริ่มแผ่ซ่านครอบคลุมจิตใจของเฉินเจี้ยนกุ่ยอีกครั้งเช่นกัน! ซือกงวู่จี๋ได้ฟังคำเตือนของเฉินเจี้ยนกุ่ยก็ได้แต่หัวเราะออกมาเสียงดังพร้อมกับพูดขึ้นว่า.. “ฮ่า..ฮ่า.. ขอบคุณคำเตือนของคุณชายเฉินยิ่งนัก! แต่ท่านไม่ต้องกังวลใจไป คืนนี้หลิงหยุนไม่มีทางหนีพ้นเงื้อมือของข้า – ซือกงวู่จี๋ไปได้แน่!” จากนั้นร่างของยอดฝีมือทั้งสี่ก็กระโดดเข้าไปปิดล้อมหลิงหยุนไว้ทุกด้าน! แม้หลิงหยุนจะเผชิญหน้าอยู่กับสี่ยอดฝีมือไร้ยางอายที่ทำการปิดล้อมตนเองไว้เช่นนี้แต่เขาก็ไม่คิดที่จะหลบหนี ริมฝีปากของหลิงหยุนแสยะยิ้มออกมา แต่แววตานั้นสงบนิ่งอย่างน่าหวาดกลัว! แทบไม่ต้องสงสัย..นี่คือศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่หลิงหยุนเคยเผชิญหน้ามา! ครั้งนี้นับว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างความเป็นความตายอย่างแท้จริง และดูเหมือนจะเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดโหดเหี้ยมที่สุดของเขาอีกด้วย! ครั้งนี้ไม่เพียงศัตรูของหลิงหยุนจะแข็งแกร่งมากแต่ยังไร้ยางอายอย่างที่สุดด้วย! เพียงเพื่อสังหารหลิงหยุน นักบวชผู้ทรงศีลถึงกับกล้าร่วมมือกับโอรสพรรคมารอย่างไม่รู้จักอับอาย! แต่หลิงหยุนกลับไม่รู้สึกอะไรแม้แต่น้อยเขาไม่เพียงไม่รู้สึกคับแค้นใจ หรือแม้แต่ไม่พอใจ และเลือกที่จะเผชิญหน้ากับศัตรูอย่างสงบเยือกเย็น เพราะไม่ว่าธรรมะ หรืออธรรม ทั้งหมดที่อยู่ต่อหน้าเขาเวลานี้ล้วนแล้วแต่เป็นศัตรูที่เขาจะต้องประมือด้วยทั้งสิ้น! แต่ถึงอย่างไรก็ตามด้วยความแข็งแกร่งของหลิงหยุนเวลานี้ เขาเองก็รู้อยู่แก่ใจดีว่าเป็นไปไม่ได้ที่ตนเองจะสามารถสังหารยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-9 ได้.. เพราะเมื่อครั้งที่อยู่บนยอดเขาหลงเหมินหลิงหยุนได้พยายามที่จะสังหารหลี่เคิ่นวู๋ เพื่อต้องการทดสอบความแข็งแกร่งของยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-9อย่างหลวงจีนเจี๋วยหยวนแห่งวัดเส้าหลิน แม้เขาจะประมือกับหลวงจีนเจี๋วยหยวนเพียงแค่ครั้งเดียว และแม้จะยังไม่รู้ผลแพ้ชนะอย่างเด็ดขาด แต่ก็พอที่จะรับรู้ถึงความแข็งแกร่งของยอดฝีมือขั้นนี้ได้แล้วบ้าง! อีกทั้งครั้งนั้นหลวงจีนเจี๋วยหยวนเองก็ต้องการเพียงแค่ช่วยคนเท่านั้นเขาจึงเพียงแค่รับมือหลิงหยุน และยังไม่ได้ลงมือจู่โจมอย่างจริงจัง.. แต่ยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-9ทั้งสองคนนี้แตกต่างจากหลวงจีนเจี๋วยหยวน เพราะจุดประสงค์ของพวกเขาทั้งคู่คือการสังหารหลิงหยุน! อีกทั้งจิตใจของคนทั้งคู่ยังเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังในตัวหลิงหยุน.. การที่ยอดฝีมือเก่งกล้าทั้งสามคนร่วมมือกันจู่โจมหลิงหยุนพร้อมๆกันเช่นนี้ต่อให้ไม่สามารถสังหารหลิงหยุนได้ แต่อย่างน้อยก็ทำให้หลิงหยุนหมดโอกาสตอบโต้กลับ และทำได้ดีที่สุดเพียงแค่ตั้งรับเท่านั้น! ที่พูดว่ายอดฝีมือเก่งกล้าทั้งสามคนนั้นเพราะหลิงหยุนไม่นับรวมเจ้าสำนักโลหิตมาร – เฉี่วยหยิงกงเข้าไปด้วย สำหรับหลิงหยุนเวลานี้ เฉีวยหยิงกงไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาด้วยซ้ำไป! เมื่อเป็นเช่นนี้..หลิงหยุนจึงรู้ดีว่าครั้งตนเองไม่สามารถที่จะถ่วงเวลาในการต่อสู้ได้ เขาจำเป็นต้องจบทุกอย่างให้ได้ในระยะเวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะหากยืดเวลาการต่อสู้ออกไปนานมากเท่าไหร่ เขาก็จะยิ่งตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบมากขึ้นเท่านั้น!อีกทั้งยังมีปีศาจภัยแล้งอีกตนที่รอให้เขาไปจัดการต่อ..หลิงหยุนรู้ดีว่าปีศาจภัยแล้งนั้นเป็นปีศาจที่ค่อนข้างแข็งแกร่งอย่างมากและเขาเองก็เกรงว่าลำพังไป๋เซียนเอ๋อเพียงคนเดียว อาจจะไม่สามารถเอาชนะมันได้!แม้ความกดดันในการต่อสู้ของหลิงหยุนครั้งนี้จะมีสูงมากแต่เขากลับไม่รู้สึกหวาดกลัว และยังคงเปี่ยมไปด้วยความมั่นอกมั่นใจ!ที่หลิงหยุนรู้สึกเช่นนั้นเพราะเขายังมีไพ่อยู่ในมืออีกมากมายและไพ่ตายใบสุดท้ายของเขานั้น เขามักจะนำมาใช้เมื่อถึงคราวคับขันเท่านั้น!และนี่ก็ถึงคราวคับขันของหลิงหยุนแล้ว..หลิงหยุนแทบไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายลงมือจู่โจมเลยเขาเลือกที่จะใช้ไพ่ตายในทันที และนั่นก็คือวิชาพลังมังกรที่สามารถเพิ่มศักยภาพในการต่อสู้ให้กับหลิงหยุนได้จากเดิมถึงสิบเท่า!และการที่หลิงหยุนดูดเอาพลังปราณของยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-8เข้าไปพร้อมกันถึงสองคนก่อนหน้านี้ ล้วนเป็นการเตรียมพร้อมเพื่อการนี้นั่นเอง!ภายใต้วิชาพลังมังกรขั้นสุดพลังปราณจำนวนมหาศาลในจุดตันเถียนที่กว้างใหญ่ราวกับท้องทะเลของหลิงหยุนนั้น ก็เริ่มหมุนอย่างรวดเร็วทันที ทำให้หลิงหยุนสามารถเดินวิชาพลังลับหยิน-หยางได้รวดเร็วกว่าเดิมถึงสิบเท่า!หากเปรียบพลังปราณในจุดตันเถียนของหลิงหยุนมากมายดั่งน้ำในท้องทะเลก็คงต้องเปรียบเทียบความเร็ว และความรุนแรงของพลังปราณกับน้ำตกที่ตกลงมาด้วยความสูงหลายพันเมตร!พลังปราณที่หมุนอย่างรวดเร็วของหลิงหยุนนั้นจากที่เคยใช้เวลาราวห้านาทีในการที่จะเดินพลังลับหยิน-หยางได้หนึ่งรอบใหญ่ แต่เวลานี้เพียงแค่หนึ่งนาที ก็สามารถเดินวิชาพลังลับหยิน-หยางได้หลายรอบใหญ่มากแล้ว!และจากการหมุนเวียนของพลังปราณภายในร่างกายที่รุนแรงและรวดเร็วนี้ ทำให้ศักยาภาพต่างๆในตัวของหลิงหยุนเพิ่มขึ้นจากเดิมถึงสิบเท่า ไม่ว่าจะเป็นพลังในการจู่โจมคู่ต่อสู้ พลังในการป้องกันตัว ความเร็วในการเคลื่อนที่ ทุกอย่างล้วนเพิ่มขึ้นจากเดิมถึงสิบเท่า รวมทั้งจิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนก็ขยายเพิ่มจากเดิมอีกสิบเท่าเช่นกัน!เวลานี้ดวงตาทั้งสองข้างของหลิงหยุนจึงไม่ต่างจากตะเกียงที่มีแสงไฟสว่างไสวและสีผิวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงแดง ร่างกายพองออกอย่างเห็นได้ชัด กล้ามเนื้อต่างๆทั่วร่างกายปูดโปนคล้ายกับเกล็ดมังกร ร่างทั้งร่างดูแข็งแกร่งใหญ่โตอย่างน่ากลัว..ยอดฝีมือทั้งสามคนถึงกับตกตะลึงทันที!ในเมื่อหลิงหยุนได้ใช้วิชาพลังมังกรแล้วและเวลานี้ความแข็งแกร่งของร่างกายก็ได้ปรากฏต่อสายตาทุกคู่แล้ว เขาจึงต้องการที่จะรีบระบายพลังที่อัดอั้นอยู่นี้ออกอย่างเร่งด่วน..และภายใต้จิตหยั่งรู้ที่ทรงพลังมากกว่าเดิมถึงสิบเท่านั้นฝ่ามือของซือกงวู่จี๋ที่เคลื่อนไหวอยู่ตรงหน้าหลิงหยุนนั้น กลับกลายเป็นเชื่อช้าลงอย่างเห็นได้ชัด..หลิงหยุนแสยะยิ้มพร้อมกับร้องบอกซือกงวู่จี๋ว่า“ขอบใจเจ้ามาก!”ซือกงวู่จี๋ถามกลับด้วยความงุนงง“นี่เจ้าพูดอะไรกัน!”‘ขอบใจข้าเรื่องอะไรนี่หลิงหยุนมันไม่หวาดกลัวบ้างเลยงั้นรึ?’.Aileen-novel.แต่เพียงแค่พริบตาเดียว..ซือกงวู่จี๋ก็เริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของหลิงหยุนได้ในทันที เขารับรู้ได้ว่าสถานการณ์เริ่มไม่ดีแล้ว และพยายามที่จะถอยหนีให้ไกลจากหลิงหยุนมากที่สุด!“เจ้าไม่มีทางหนีรอด!พวกเจ้าทุกคนจะต้องชดเชยความโกรธครั้งนี้ให้กับข้า!”พูดจบ..หลิงหยุนก็พุ่งหมัดของตนเองตามร่างของซือกงวู่จี๋ไปทันที..หมัดของหลิงหยุนในครั้งนี้นั้นรุนแรงเกินกว่าที่จะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้และทันทีที่หมัดของเขาพุ่งผ่านอากาศออกไป ก็เกิดเป็นเสียงลมดังสนั่นขึ้น ก่อนจะพุ่งตรงเข้าไปปะทะกับฝ่ามือของซือกงวู่จี๋อย่างรุนแรง!