ตอนที่ 584
บทที่ 1013 : ทัณฑ์เมฆา!
October 22, 2026
เวลานี้หลิงหยุนนั่งขัดสมาธิอยู่ภายในสวนบ้านเลขที่-1เขาทำการเปิดเนตรหยิน-หยางออกดู และพบว่าตนเองสามารถมองทะลุกำแพงบ้านเข้าไปเห็นเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องรับแขกได้อย่างชัดเจน! “เยี่ยม!” จากนั้นหลิงหยุนจึงทดสอบเนตรหยิน-หยางขั้นสุดต่อและพบว่าดวงตาของตนเองนั้นสามารถมองทะลุกำแพงได้ถึงเจ็ดแปดชั้น จากตำแหน่งที่หลิงหยุนนั่งอยู่นั้น เขาสามารถมองทะลุผ่านกำแพงไป และสามารถมองเห็นห้องเก็บของเล็กๆ ที่อยู่ด้านหลังได้.. แต่เวลานี้หลิงหยุนใช้เนตรหยิน-หยางภายใต้วิชาพลังมังกรแต่ต่อให้ไม่มีวิชาพลังมังกร ด้วยพลังของเนตรหยิน-หยางในขั้นพลังชี่นี้ หลิงหยุนก็สามารถมองทะลุกำแพงหินได้อย่างไม่มีปัญหา.. “โอ้..นี่มันดวงตาทิพย์ชัดๆ!” หลิงหยุนยิ้มกว้างมากยิ่งขึ้นและเริ่มรู้สึกคุ้นเคยกับความสามารถที่เพิ่มขึ้นในขั้นพลังชี่ จากนั้นจึงถอนสายตากลับมา และเริ่มหลับตาทำความคุ้นเคยกับความสามารถอื่นๆ ที่เพิ่มสูงขึ้นในขั้นพลังชี่ไปเรื่อยๆ! เป็นเพราะเข้าสู่ช่วงเวลาคับขันหลิงหยุนจึงต้องเร่งเข้าสู่ขั้นพลังชี่เพื่อให้มีพลังความสามารถที่เพิ่มสูงขึ้น จุดประสงค์ก็เพื่อสังหารปีศาจภัยแล้ง! สิ่งแรกที่เขาสัมผัสได้เมื่อเข้าสู่ขั้นพลังชี่ก็คือ..พละกำลังที่เพิ่มขึ้น! และหลังจากที่ผ่านเข้าสู่ขั้นพลังชี่ได้แล้วก็แทบไม่ต้องพูดถึงหมัดปีศาจเถียนกัง เพราะแค่กำลังแขนของหลิงหยุนเพียงอย่างเดียวในขั้นนี้ ก็มีพลังรุนแรงถึงเก้าพันกิโลกรัมแล้ว! แต่กำลังแขนขนาดเก้าพันกิโลกรัมนั้นเป็นกำลังในขีดจำกัดสูงสุดที่จะทำได้และใช่ว่าหลิงหยุนจะสามารถใช้พละกำลังขนาดนี้ได้ตลอดเวลา เพราะทุกอย่างล้วนแล้วแต่มีขีดจำกัดของมัน.. ขั้นพลังชี่นั้น..คือการใช้พลังปราณบ่มเพาะจิตวิญญาณ จึงมุ่งเน้นการฝึกเพื่อให้จิตหยั่งรู้ และพลังจิตของผู้ฝึกมีกำลังแก่กล้า นับจากนี้ไป.. การฝึกฝนผ่านไปในแต่ละระดับนั้น จิตหยั่งรู้และพลังจิตของหลิงหยุนก็จะเติบโตแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ และในขั้นนี้จะให้ความสำคัญกับร่างกายน้อยลงมาก.. และแน่นอนว่า..เมื่อพลังจิตของหลิงหยุนค่อยๆ แก่กล้าขึ้น พละกำลังของร่างกายก็ย่อมต้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน.. ยกตัวอย่างเช่น..หากให้หลิงหยุนเข็นรถที่บรรทุกหินไว้จนเต็มไปในระยะทางหนึ่งกิโลเมตร ในขั้นปรับร่างกายนั้นหลิงหยุนอาจจะใช้เวลาเพียงชั่วหนึ่งลมหายใจก็เหนื่อยมากแล้ว แต่เมื่อเข้าสู่ขั้นพลังชี่ เพียงแค่หนึ่งชั่วลมหายใจ เขาจะสามารถเข็นรถบรรทุกหินคันเดียวกันไปได้ไกลถึงสามกิโลเมตร หรืออาจจะถึงห้ากิโลเมตรเลยก็เป็นได้.. พละกำลังที่ใช้ในการต่อสู้ก็เป็นเช่นเดียวกัน! แต่ถึงกระนั้นขั้นพลังชี่นี้ก็ไม่มีผลกับความแข็งแกร่งของร่างกาย ไม่มีผลต่อการฝึกวิชาดาราคุ้มกาย ถึงแม้ว่าหลิงหยุนจะเข้าสู่ขั้นพลังชี่ แต่วิชาดาราคุ้มกายของเขาก็ยังคงมีความแข็งแกร่งเท่าเดิม! ส่วนเรื่องความรวดเร็วนั้นคงต้องรอดูจากการต่อสู้กับศัตรู! หลิงหยุนรู้สึกมีความสุขอย่างที่สุด!เพราะในขั้นปฐมชี่นี้ จิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนก็ขยายรัศมีการรับรู้ออกไปไกลถึงหนึ่งพันเมตรเลยทีเดียว แม้แต่ในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่ น้อยนักที่จะหาใครมีจิตหยั่งรู้ที่ทรงพลังเช่นนี้ได้! แต่เวลานี้หลิงหยุนยังคงอยู่ในช่วงเวลาของการใช้วิชาพลังมังกรจิตหยั่งรู้ของเขาจึงขยายรัศมีการรับรู้ออกไปไกลถึงหนึ่งหมื่นเมตร ส่วนความแข็งแกร่งนั้นเทียบเท่าระดับสูงสุดขั้นตรีชี่ หรืออาจจะถึงระดับเริ่มต้นของขั้นจตุชี่ก็เป็นได้.. หลิงหยุนใช้เวลาในการดูดลมปราณของยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-9ไปสามนาที ใช้เวลาในการเดินลมปราณก่อนเข้าสู่ขั้นพลังชี่อีกราวสามนาที และใช้เวลาสำรวจดูภายในร่างกายของตนเองไปอีกราวสามนาที รวมแล้วหลิงหยุนใช้เวลาไปทั้งหมดเก้านาที และเวลานี้เขาก็เหลือเวลาที่จะจัดการกับปีศาจภัยแล้งอีกเพียงแค่แปดหรือเก้านาทีเท่านั้น..เวลานี้นักบวชเลี่ยยื่อได้ถูกหลิงหยุนสกัดจุดจนสลบไสลไปจึงไม่มีใครคอยควบคุมปีศาจภัยแล้งไว้ได้ มันจึงดุร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ และเวลานี้ตั้งแต่ผมลงมาจนถึงเท้า ทั่วทั้งร่างของปีศาจภัยแล้งก็ได้กลายเป็นสีแดง ส่วนน้ำแข็งที่อยู่รอบตัวมันก็ค่อยๆละลายกลายเป็นน้ำ เหลือเพียงชั้นบางๆห่อหุ้มไว้เท่านั้น!ภายในสระว่ายน้ำที่กลายเป็นน้ำแข็งหนานั้นดวงตาสีแดงของปีศาจภัยแล้งก็กำลังกระพริบขึ้นลงพร้อมกับดิ้นรนไป..สร้อยประคำที่สวมอยู่ในลำคอของปีศาจภัยแล้งนั้นเริ่มทอประกายแสงสีทองเข้มขึ้น เห็นได้ชัดว่าการถูกสะกดไว้ด้วยสร้อยประคำนั้น ได้สร้างความเจ็บปวดให้กับปีศาจภัยแล้งอย่างมาก และสิ่งที่ประสบกับสายตาทุกคนนั้นทำให้เห็นว่าวิชาพลังเย็นของหลิงหยุนไม่สามารถควบคุมปีศาจภัยแล้งต้นนี้ไว้ได้ มันดิ้นรนไปมาอย่างรุนแรง และพยายามใช้กรงเล็บที่ยาวตะกุยทำลายชั้นน้ำแข็งเหนือศรีษะ..น้ำแข็งหนาหนึ่งฟุตยังไม่สามารถทานทนต่อความร้อนจากร่างของปีศาจภัยแล้งได้และในเวลานั้นตะเกียงวิเศษก็เริ่มทำการเปล่งรัศมีสีเขียวออกมา แทรกซึมผ่านชั้นน้ำแข็งลงไปกระทบกับกรงเล็บของมัน..ทันทีที่กรงเล็บของปีศาจภัยแล้งปะทะเข้ากับรัศมีสีเขียวจากตะเกียงวิเศษดูเหมือนว่ามันจะได้รับความเจ็บปวดอย่างที่สุด ภายใต้ชั้นน้ำแข็งจึงมีเสียงกรีดร้องดังสนั่น และร่างของปีศาจภัยแล้งก็กำลังดิ้นรน จนน้ำด้านล่างกระเพื่อมเป็นคลื่นขนาดใหญ่ และกระแทกเข้ากับชั้นน้ำแข็งด้านบนจนเริ่มแตกร้าว..หลิงหยุนรู้ดีว่าแม้พลังวิเศษจากสมบัติพุทธองค์จะแข็งแกร่งทั้งสร้อยประคำและตะเกียงน้ำมันต่างก็มีพลังอำนาจมากก็จริง แต่ก็ไม่สามารถควบคุมปีศาจภัยแล้งได้ ทำได้เพียงแค่สะกดมันไว้เท่านั้น และปีศาจภัยแล้งก็สามารถที่จะดิ้นหลุดออกมาเมื่อไหร่ก็ได้!ปีศาจภัยแล้งกรีดร้องเสียงดังและดิ้นรนอยู่ใต้น้ำ ทุกคนในบ้านก็ได้แต่ตกตะลึง และพากันตกใจ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไร จึงได้แต่พร้อมใจกันหันมองไปทางไป๋เซียนเอ๋อ..หากหลิงหยุนยังไม่สามารถผ่านเข้าสู่ขั้นพลังชี่ได้ในเวลาอันสั้นนี้ก็จะเหลือเพียงแค่ไป๋เซียนเอ๋อกับแวมไพร์สองตนเท่านั้น ที่พอจะสามารถรับมือกับปีศาจภัยแล้งได้! แต่ก็เพียงแค่ชั่วเวลาสั้นๆเท่านั้น..หลิงหยุนยิ้มออกมาอย่างมีความสุขแต่ในขณะที่เขากำลังจะกระโดดออกมาจากค่ายกลลวงตานั้น จู่ๆ เขากก็หันหน้าไปทางทิศเหนือพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองไปบนท้องฟ้า..ท้องฟ้ายามค่ำคืนทางด้านทิศเหนือเวลานี้มีค้างคาวสีดำหกตัวที่จู่ๆก็โผล่เข้ามาในรัศมีจิตหยั่งรู้ของหลิงหยุน และพวกมันทั้งหมดก็กำลังบินตรงมาที่บ้านหลังนี้!และแน่นอนว่าพวกมันคือเหล่าแวมไพร์นั่นเอง!“ตระกูลเฉินยังจะส่งแวมไพร์มาที่นี่อีกงั้นรึนี่พวกเจ้าต้องการช่วยเฉินเจี้ยนกุ่ยถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”ค้างคาวทั้งหกตัวบินฝ่าความมืดของท้องนภามาด้วยความเร็วอย่างน่าตกใจและเพียงแค่พริบตาเดียวพวกมันต่างก็บินมาได้ไกลราวสองสามร้อยเมตรแล้ว และเวลานี้ทั้งหมดก็อยู่ห่างจากบ้านเลขที่-1 ของหลิงหยุนไปเพียงแค่ห้ากิโลเมตรเท่านั้น ระยะทางสั้นๆแค่นี้เหล่าแวมไพร์บินไม่กี่นาทีก็ถึงแล้ว..“ดูเหมือนแวมไพร์ทั้งหกตนนี้จะแข็งแกร่งมากทีเดียวเพียงแค่อึดใจเดียวพวกมันก็บินมาได้ไกลถึงเพียงนี้!”ระหว่างที่เหล่าค้างคาวทั้งหกบินเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆนั้นหลิงหยุนได้แต่ขมวดคิ้วแน่น เพราะสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งที่น่าสะพรึงกลัวของพวกมัน และอันตรายที่กำลังเข้าปกคลุมบ้านเลขที่-1 อีกครั้ง!แม้หลิงหยุนจะเคยสังหารเหล่าแวมไพร์ขั้นมาร์ควิสมาแล้วแต่ก็ไม่เคยสัมผัสถึงบรรยากาศที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้มาก่อน..เพราะครั้งนี้ดยุคแดร็กคิวล่าบุกมาด้วยตัวเอง!หลังจากที่หลิงหยุนสังหารแวมไพร์ขั้นมาร์ควิสเคานต์ ไวส์เคานต์ และบารอนไปตั้งมากมาย ในที่สุดดยุคแดร๊กคิวล่าก็ทนนิ่งเฉยต่อไปอีกไม่ได้ และต้องปรากฏตัวออกมาจัดการกับหลิงหยุนด้วยตัวเอง..หลังจากที่คาดเดาว่าครั้งนี้ดยุคแดร๊กคิวล่าจะต้องมาล้างแค้นให้กับลูกหลานแวมไพร์ด้วยตัวเองแล้วหลิงหยุนจึงร้องตะโกนออกไปทันที..