ตอนที่ 605
บทที่ 1034 : เจ้าของคนใหม่!
October 22, 2026
สิบนาทีต่อมา..รถ Mercedes-Benz คันยาวก็เข้าไปจอดบนถนนกว้างหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง และทั้งหมดก็ลงจากรถ และเดินตรงเข้าไปที่ร้านทันที ร้านอาหารแห่งนี้เป็นร้านที่ไม่ใหญ่โตอะไรนักแต่กลับสะอาดสะอ้าน และเมื่อเข้าไปในร้านทุกคนก็สามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกสดชื่นได้ในทันที ภายในร้านมีโต๊ะอยู่เพียงแค่สิบกว่าโต๊ะเท่านั้น และดูเหมือนจะเป็นที่ฝากท้องในมื้อเช้าสำหรับคนทำงานทั่วไป.. หลังจากหลิงหยุนได้ลิ้มรสอาหารในร้านไปมากมายจนอิ่มแปล้แล้วไม่ว่าจะเป็นขนมปังบัน สเต๊ก หรือว่าเบอเกอร์ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีรสชาติดีเยี่ยมอย่างมากนั้น เขาก็ได้หันไปบอกถังเมิ่งว่า “ถังเมิ่ง..นายไปเจรจากับเจ้าของร้านเพื่อขอซื้อธุรกิจร้านอาหารนี้ แล้วจัดการขยายสาขาให้ทั่วจิงฉู อย่างน้อยๆ ก็ควรต้องมีสิบสาขาขึ้นไป..” ถังเมิ่งร้องถามออกมาอย่างตกใจและงุนงง“พี่หยุน.. นี่พี่จะซื้อธุรกิจร้านอาหารนี้ด้วยจริงๆน่ะเหรอ” หลิงหยุนพยักหน้า“แน่นอน! ธุรกิจทำเงินได้ดีแบบนี้ ไม่ซื้อก็น่าเสียดายแย่! นายดูสิ.. นี่แค่แปดโมงครึ่ง แต่โต๊ะในร้านเต็มเกือบทุกโต๊ะเลย..” ถังเมิ่งพยักหน้ารับรู้แต่กลับขมวดคิ้วเข้าหากันพร้อมกับบอกไปว่า “พี่หยุน.. แต่เจ้าของร้านนี้ก็แปลกอยู่นะ เขาเปิดร้านอาหารมากว่ายี่สิบปี แต่กลับไม่ยอมขยายสาขาเลย ดูท่าเขาน่าจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องเงินทองนัก..” แต่หลิงหยุนตอบกลับมายิ้มๆ“ฉันไม่เชื่อหรอก! มีใครบ้างทำธุรกิจแต่ไม่ให้ความสำคัญกับเงิน..” “นายไปจัดการ..จะใช้วิธีใหนก็แล้วแต่ จากนั้นก็รีบทำการขยายสาขาไปทั่วจิงฉูให้เร็วที่สุด!” “แล้วถ้าเจ้าของร้านคุยยากมาก..ไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไร ถ้าไม่มากจนเกินไปนายก็ตอบตกลงไปได้เลย!” ถังเมิ่งถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกพวกเขามาเพื่อกินอาหารเช้า แต่กลับกลายเป็นว่าได้ซื้อธุรกิจร้านอาหารกลับไป! หลังจากกินอาหารเช้ากันจนอิ่มแล้วหลิงหยุนก็ให้ตี้เสี่ยวอู๋ขับรถตระเวนไปดูธุรกิจต่างๆทั่วเมืองจิงฉู และเมื่อพบว่าธุรกิจใหนน่าจะทำรายได้ได้ดี หลิงหยุนก็สั่งให้ถังเมิ่งไปจัดการกว้านซื้อมาให้ได้.. และเวลานี้..หลิงหยุนก็สั่งให้ถังเมิ่งซื้อธุรกิจจำหน่ายรถหรู ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา โรงภาพยนตร์ โรงแรมห้าดาว โรงพยาบาลเอกชน ร้านอุปรกรณ์ก่อสร้าง และอีกมากมาย.. ทุกคนในรถต่างก็นิ่งอึ้งและได้แต่อ้าปากค้าง ถังเมิ่งรีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดคำนวนตัวเลขดูคร่าวๆ และพบว่าภายในเวลาเพียงแค่สามชั่วโมง หลิงหยุนใช้เงินไปกว่าสามพันล้าน.. ส่วนหลิงหยุนนั้นหลังจากสั่งการไปแล้วก็เอาแต่นั่งกำศิลากลั่นวิญญาณในมือไว้แน่น และพยายามรวบรวมสมาธิควบคุมจิตเพื่อเชื่อมต่อกับแหวนพื้นที่ จนไม่ทันสังเกตว่าภายในรถนั้นเงียบสนิท.. จนกระทั่งถังเมิ่งเป็นฝ่ายพูดทำลายความเงียบขึ้นมา“พี่หยุน.. เพียงแค่เดี๋ยวเดียวพี่จะซื้อธุรกิจมากมายขนาดนี้ ฉันถามจริงๆ พี่อยากทำมันจริงๆเหรอ” หลิงหยุนชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้วพร้อมกับพูดขึ้นว่า“จุดประสงค์ของฉันในการซื้อธุรกิจมีเพียงแค่สามข้อ..” “ข้อที่หนึ่ง..เพื่อสร้างรายได้..” “ข้อที่สอง..นายเป็นคนบอกเองว่า ต้องมีธุรกิจในเครือมากๆ เพื่อให้สมกับชื่อของกลุ่มบริษัทเทียนตี้..” “และข้อที่สาม..เพื่อความสะดวกสบายในชีวิต..” ถังเมิ่งยกมือขึ้นเกาศรีษะอย่างไม่เข้าใจในจุดประสงค์ข้อที่สาม..หลิงหยุนจึงอธิบายยิ้มๆ “ไม่เห็นจะเข้าใจยาก..นายหิวเมื่อไหร่ก็มีร้านอาหารของตัวเอง อยากจะไปพักผ่อนก็มีโรงแรมของตัวเอง อยากซื้อหาอะไรก็มีซุปเปอร์มาร์เก็ตของตัวเอง อยากได้รถหรูก็มีร้านขายรถเป็นของตัวเอง แล้วถ้าอยากดูหนังก็มีโรงภาพยนตร์เป็นของตัวเอง…..” ถังเมิ่งถึงกับอึ้งจนพูดอะไรไม่ออกและได้แต่คิดในใจว่าใช้เงินสามพันล้านภายในสามชั่วโมงเพื่อซื้อความสะดวกสบายนี่นะ! หลิงหยุนเข้าสู่ขั้นพลังชี่แล้วและตราบใดที่เขาฟื้นคืนความแข็งแกร่งกลับมาได้ เขาก็จะต้องออกจากจิงฉู และเดินทางไปไกล จึงจำเป็นต้องเตรียมการเรื่องธุรกิจของครอบครัวให้เรียบร้อยเสียก่อน.. เพราะไม่ว่าอย่างไร..เมืองจิงฉูก็คือรากฐานของหลิงหยุน!ธุรกิจต่างๆที่หลิงหยุนซื้อไว้นั้นไม่เพียงแค่เรื่องความสะดวกสบายเท่านั้น แต่ยังเพื่อคนในครอบครัวของเขาด้วย..และธุรกิจต่างๆภายใต้บริษัทเทียนตี้คอร์ปอเรชั่นซึ่งมีหลิงหยุนเป็นเจ้าของนั้น จะไม่มีทางตกต่ำ และจะต้องมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไปเท่านั้น เมื่อถึงเวลานั้น.. หากจิงฉูซึ่งเป็นรากฐานของเขาแข็งแกร่งมากเท่าใด เขาก็จะยิ่งสามารถเดินทางไปที่ต่างๆได้อย่างหมดห่วงมากขึ้นเท่านั้น..จากนั้นหลิงหยุนจึงถามถังเมิ่งถึงเรื่องเงินจำนวนหนึ่งล้านสำหรับทุกครอบครัวบนถนนหลิงเจียนถังเมิ่งรายงานว่าเนื่องจากยอดเงินมากกว่าหนึ่งร้อยล้าน จึงต้องใช้เวลานานนิดหน่อยโม่วู๋เตาได้ยินเรื่องนี้ก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมาพร้อมกับถอนหายใจ..จากนั้นถังเมิ่งจึงถามขึ้นว่า“พี่หยุน.. แล้วเราจะไปที่ใหนกันต่อดี”“บริษัทเหลียนเฉิง เรียลเอสเตท!”.ไอรีนโนเวล.ตั้งแต่ได้รับมอบบริษัทเหลียนเฉิงเรียลเอสเตทมาจากกู่เหลียนเฉิงหลิงหยุนก็ยังไม่เคยเข้าไปดูบริษัทเลยสักครั้ง..ครึ่งชั่วโมงต่อมา..รถของหลิงหยุนก็ไปจอดอยู่หน้าอาคารเหลียนเฉิง ซึ่งเป็นอาคารสไตล์โมเดิร์นหรูหราสูงยี่สิบแปดชั้น และเพิ่งจะก่อสร้างเสร็จไปไม่กี่ปีนี่เอง..แต่เมื่อเห็นป้ายอาคารที่เขียนไว้ว่า‘อาคารเหลียนเฉิง’ หลิงหยุนก็ถึงกับขมวดคิ้ว และหันไปสั่งถังเมิ่ง“นายไปจัดการเปลี่ยนชื่ออาคารเป็น‘อาคารหลิงหยุน’ ด้วย”ถังเมิ่งพยักหน้ายิ้มๆจากนั้นทั้งหมดก็เดินเข้าไปภายในอาคาร โม่วู๋เตาที่แอบสำรวจดูพื้นที่รอบอาคารอย่างละเอียดก็ถึงกับร้องอุทานออกมา“โอ้โห..ฮวงจุ้ยที่นี่ดีมากเลยทีเดียว! ดูเหมือนผู้ที่เลือกพื้นที่ก่อสร้างอาคารให้ จะเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องฮวงจุ้ยเป็นอย่างดี!”ก่อนที่จะเดินเข้าไปภายในตัวอาคารนั้นโม่วู๋เตาก็ยกมือขึ้นชี้ไปที่ตัวอาคารสูงตรงหน้าพร้อมกับพูดขึ้นว่า“พวกเจ้าดูตึกนี้สิ..ถึงแม้จะสูงกว่าร้อยเมตร แต่ก็ยังต่ำกว่าภูเขาที่อยู่ด้านหลังนั้นเล็กน้อย ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว.. นี่คือการยืมพลังจากธรรมชาติ และเมื่อมีขุนเขาอยู่ด้านหลังเช่นนี้ ก็เสมือนหนึ่งมีสิ่งค้ำยันที่แข็งแกร่ง จึงยากที่ผู้เป็นเจ้าของจะตกอับได้..”หลิงหยุนถึงกับยิ้มออกมาและบอกกับโม่วู๋เตาว่า “โม่วู๋เตา.. ข้าว่าเจ้าคงไม่เก่งอย่างที่โอ้อวดแล้วล่ะ!”“หากเป็นจริงตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว..เจ้าของที่ผืนนี้จะต้องร่ำรวย เพราะมีพลังจากขุนเขาที่แข็งแกร่งคอยสนับสนุน จึงไม่มีวันตกต่ำ แล้วเหตุใดกู่เหลียนเฉิงจึงต้องยกทรัพย์สินทั้งหมดของเขาให้กับข้าจนตนเองตกต่ำด้วยเล่า”โม่วู๋เตาไม่รีบร้อนตอบหลิงหยุนนักเขาเหลือบมองหลิงหยุนครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นว่า “หลิงหยุน.. เจ้าช่างพูดได้ไม่อายปาก! ทุกอย่างเจ้าเองก็รู้อยู่แก่ใจดี.. ว่าเป็นเพราะเหตุใด”โม่วู๋เตาไม่รอให้หลิงหยุนได้ตอบโต้และรีบอธิบายต่อทันที “แม้ข้าจะไม่เคยพบหน้ากู่เหลียนเฉิง ไม่รู้แม้กระทั่งวันเดือนปีเกิดของเขา แต่จากชื่อของเขานั้น ข้าก็พอจะบอกได้ว่า..”“ชายผู้นี้เป็นผู้ที่ความทะเยอทะยานสูงยิ่งนักอีกทั้งยังเป็นผู้ที่มีชื่อเสียง สามารถก่อร่างสร้างตัวได้ในเวลาอันรวดเร็ว จนกระทั่งสามารถก่อตั้งบริษัทเหลียนเฉิงเรียลเอสเตทที่ยิ่งใหญ่นี้ได้ ความจริงแล้ว.. ชะตาชีวิตของเขาจะต้องร่ำรวย และไม่ควรต้องประสบพบเจอกับความทุกข์ยากเช่นนี้..”หลิงหยุนหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข“เจ้าอย่าเล่นลิ้นดีกว่า.. แล้วก็ช่วยตอบให้ตรงคำถามด้วย!”โม่วู๋เตายิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นว่า“นั่นเพราะกู่เหลียนเฉิงโคจรมาพบกับเจ้าน่ะสิ! เขาเปรียบเสมือนนกน้อยที่บินหลงเข้าไปในพายุหมุนลูกใหญ่ ไม่เช่นนั้นแล้ว.. ชะตาชีวิตของเขาก็คงจะไม่พลิกผลันถึงเพียงนี้แน่!”จากนั้นโม่วู๋เตาก็ก้มหน้าลงพร้อมกับถอนหายใจก่อนจะพูดต่อว่า “กู่เหลียนเฉิงทำผิดพลาดใหญ่หลวงอยู่สองเรื่อง..”“เรื่องแรก..เขาไม่ควรหมกมุ่นในอิสตรีมากจนเกินไป! และเรื่องที่สอง.. เขามีลูกแต่กลับไม่อบรมลูกให้ดี สุดท้ายทุกอย่างจึงต้องลงเอยเช่นนี้!”หลิงหยุนถึงกับอึ้งและหันไปจ้องโม่วู๋เตาเขม็ง เขาได้แต่แอบคิดอยู่ในใจว่า ‘โม่วู๋เตาผู้นี้ทำนายได้แม่นยำราวกับตาเห็น’นั่นเพราะกู่เหลียนเฉิงได้พบกับหลิงหยุนครั้งแรกเพราะเขาต้องการที่จะได้ตัวหลินเมิ่งหาน จากนั้นจึงชักนำเรื่องราวต่างๆมากมายให้เกิดขึ้น จนกระทั่งในที่สุดกู่เหลียนเฉิงต้องหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง..