ตอนที่ 630
บทที่ 1059 : ความเจ็บปวดของตระกูลฉิน!
October 22, 2026
“ท่านปู่ฉิน..บุตรสาวเจ้าสำนักกระบี่เทวะเทียนซันคือใครรึ” หลิงหยุนเอ่ยถามชื่อบุตรสาวของเจ้าสำนักกระบี่เทวะด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาเมื่อได้เห็นสีหน้าและแววตาที่เจ็บปวดของฉินฉางชิง.. “ตี๋..เสี่ยว.. เจิน..” ฉินฉางชิกัดฟันแน่นและค่อยๆ เค้นชื่อของบุตรสาวเจ้าสำนักกระบี่เทวะรอดไรฟันออกมาทีละคำ.. “ตี๋เสี่ยวเจิน..” หลิงหยุนพึมพำชื่อของบุตรสาวเจ้าสำนักกระบี่เทวะออกมาแล้วจึงถามต่อด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาไม่ต่างกันจากเมื่อครู่ “ดูท่าตี๋เสี่ยวเจินผู้นี้คงจะไม่ยินยอมให้หนิงเทียนหยาออกจากตระกูลหนิงและล้มเลิกการหมั้นหมายสินะ” ฉินฉางชิงพยักหน้าด้วยความโกรธแค้น“ถูกต้อง! ครั้งนั้นตี๋เสี่ยวเจินไม่เพียงไม่ยินยอมให้หนิงเทียนหยาล้มเลิกการหมั้นหมาย แต่นางยังเกลียดชังและเคืองแค้นจิวยื่อเป็นอย่างมากด้วย!” “ครั้งนั้น..จิวยื่อได้ไปอาศัยอยู่ในบ้านตระกูลหนิง ตี๋เสี่ยวเจินได้พาคนของสำนักกระบี่เทวะไปบุกตระกูลหนิง และต้องการที่จะสังหารจิวยื่อเพื่อสังเวยความเคียดแค้นของตนเอง..” หลิงหยุนฟังฉินฉางชิงเล่ามาถึงตอนนี้แววตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นเย็นชายิ่งกว่าเดิม สายตาของเขานั้นคมกริบราวกับกระบี่ และถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบ “แล้วยังไงต่องั้นรึ” “จิวยื่อที่ในเวลานั้นอยู่ในตระกูลหนิงเมื่อได้รู้ว่าหนิงเทียนหยามีคู่หมั้นคู่หมายแล้ว นางก็ได้แต่ผิดหวัง และเจ็บปวดใจอย่างที่สุด.. ” “คนของสำนักกระบี่เทวะนั้นล้วนแล้วแต่เป็นผู้บ่มเพาะตนทั้งสิ้น ตระกูลหนิงเองก็ไม่กล้าสร้างความขุ่นเคืองใจให้กับสำนักกระบี่เทวะ เมื่อตี๋เสี่ยวเจินพบจิวยื่อ นางก็ซัดฝ่ามือเข้าใส่จิวยื่อจนกระอักเลือด และได้รับบาดเจ็บสาหัสในทันที..” หลิงหยุนนั่งฟังด้วยหัวใจที่เจ็บปวดอย่างที่สุดและถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก “หนิงเทียนหยาล่ะเหตุใดเขาจึงไม่ขัดขวางตี๋เสี่ยวเจิน?” ฉินฉางชิงถอนหายใจพร้อมกับส่ายหน้าไปมาและเล่าให้หลิงหยุนฟังต่อด้วยสีหน้าที่เจ็บปวด “ขัดขวางงั้นรึต่อให้หนิงเทียนหยากับจิวยื่อร่วมมือกัน ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของตี๋เสี่ยวเจินเลย! เช่นนั้นแล้วจะขัดขวางนางได้อย่างไรกัน?” “แล้วคนของตระกูลหนิงล่ะไม่มีใครออกหน้าเลยงั้นรึ?” “การหมั้นหมายระหว่างหนิงเทียนหยากับตี๋เสี่ยวเจินเป็นการตกลงระหว่างผู้นำตระกูลหนิงกับเจ้าสำนักกระบี่เทวะ ในเมื่อหนิงเทียนหยาเป็นผู้ผิดข้อตกลง และเป็นฝ่ายต้องการล้มเลิกการหมั้นหมาย ตระกูลหนิงยังจะกล้าออกหน้าอะไรได้อีกรึ” ฉินฉางชิงยกมือขึ้นลูบใบหน้าของตนเองคล้ายกับต้องการจะปิดบังร่องรอยความเจ็บปวดที่ปรากฏออกมาทางสีหน้า เพราะไม่ต้องการให้หลิงหยุนเห็น “ครั้งนั้น..ลูกสาวของข้าต้องเผชิญกับความทุกข์ยากถึงเพียงนั้น แต่ข้าซึ่งเป็นพ่อกลับไม่รู้อะไรเลย!”ลูกสาวที่เปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจถูกทำร้ายถึงเพียงนั้นแต่ผู้เป็นพ่อกลับไม่รู้เรื่องราว และไม่มีโอกาสได้ช่วยเหลืออะไร เรื่องราวเมื่อสิบแปดปีก่อนนี้จึงเปรียบเสมือนมีดแหลมคมที่คอยกรีดหัวใจของชายชราทุกครั้งที่คิดขึ้นมา..สีหน้าท่าทางของหลิงหยุนเวลานี้ตรงข้ามกับฉินฉางชิงอย่างสิ้นเชิงเวลานี้หลิงหยุนกลับสงบนิ่งจนดูน่ากลัว!“เอาล่ะ..อย่าได้สนใจตระกูลหนิง! ท่านปู่เล่าให้ข้าฟังต่อว่าหลังจากนั้นเป็นเช่นใด”ฉินฉางชิงยกมือขึ้นปาดน้ำตา“แต่นับว่ายังโชคดีที่หนิงเทียนหยานั้นมีใจรักจิวยื่ออย่างแท้จริง เขายอมเอาชีวิตของตนเองเข้าแลก เพื่อช่วยแม่ของเจ้า..”“ครั้งนั้นเพื่อช่วยชีวิตของจิวยื่อ..หนิงเทียนหยาถึงกับยอมให้ตี๋เสี่ยวเจินบังคับกรีดเลือดสาบานต่อหน้าจิวยื่อว่า ชั่วชีวิตของเขานับจากนั้นจะไม่พบหน้าจิวยื่ออีก!”“แต่เรื่องนี้ข้าเองก็คิดไม่ตำหนิใคร..เพราะทั้งสองคนนั้นได้ถูกหมั้นหมายกันมาก่อน จิวยื่อเป็นฝ่ายมาทีหลัง และเหตุการณ์ในครั้งนั้นก็นับว่าเป็นความผิดพลาดของจิวยื่อที่ก่อขึ้นด้วยตัวเอง..”“เพียงแต่…”สีหน้าของฉินฉางชิงเปลี่ยนเป็นดุดันขึ้นมาทันทีและกัดฟันพูดออกมาอย่างคับแค้นใจ“แต่กลับคิดไม่ถึงว่า..ตี๋เสี่ยวเจินจะน่ากลัวและร้ายกาจถึงเพียงนั้น หลังจากที่หนิงเทียนหยากรีดเลือดสาบานต่อหน้าจิวยื่อแล้ว นางก็ประกาศแต่งงานกับหนิงเทียนหยาทันที!”การกระทำของตี๋เสี่ยวเจินก่อนหน้านี้นั้นยังพอเข้าใจได้ว่านางทำไปเพราะความคับแค้นใจแต่การประกาศแต่งงานต่อหน้าฉินจิวยื่อนั้น เท่ากับเป็นการจงใจสร้างความอัปยศอดสูให้กับนางอย่างที่สุด!หลิงหยุนถามต่อทันที“ท่านปู่ฉิน.. นี่ท่านกำลังจะบอกข้าว่าตี๋เสี่ยวเจินต้องการให้แม่ของข้าเห็นนางแต่งงานกับหนิงเทียนหยาด้วยตาตัวเองงั้นรึ”ฉินฉางชิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ“จะเป็นอื่นไปได้อย่างไรเล่า”“เวลานั้นต่อให้แม่ของเจ้าอยากจะหนีออกมาจากที่นั่งก็คงยากที่จะทำได้!”หลิงหยุนได้ฟังก็ถึงกับโกรธจนหน้าเครียดและได้แต่ร้องตะโกนออกมา “ผู้หญิงคนนี้ช่างชั่วร้ายยิ่งนัก!”ฉินฉางชิงเล่าต่อ“เฮ้อ.. ตอนนั้นจิวยื่อคิดเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือฆ่าตัวตาย! แต่นางผู้หญิงชั่วช้านั่นกลับข่มขู่แม่ของเจ้าว่า หากจิวยื่อกล้าฆ่าตัวตาย นางจะพาคนของสำนักกระบี่เทวะไปทำลายล้างตระกูลฉินให้สิ้นซาก!”หลิงหยุนถึงกับกัดฟันกรอดด้วยความโกรธแค้นอย่างที่สุด!“ครั้งนั้น..จิวยื่อจะตายก็ไม่ได้ จะหนีก็ไม่ได้เช่นกัน จึงได้แต่อยู่อย่างกล้ำกลืน และทนดูหนิงเทียนหยากับตี๋เสี่ยวเจินเข้าพิธีแต่งงานกันจนเสร็จสิ้น ตลอดการเตรียมงานจนกระทั่งวันพิธีนั้น ก็กินเวลานานถึงเก้าวัน..“เรียกได้ว่าตลอดเก้าวันนั้นแม่ของเจ้าต้องทนกล้ำกลืนอยู่อย่างอัปยศอดสูเกินกว่าที่จะรับไหว!”“หลังจากงานแต่งงานเสร็จสิ้นลงจิวยื่อจึงได้ออกมาจากบ้านตระกูลหนิง.. ”“ครั้งนั้น..จิวยื่อท้อแท้สิ้นหวังอย่างที่สุด นางตั้งใจว่าจะกลับไปยังตระกูลฉินเพื่อพบกับข้าเป็นครั้งสุดท้าย แล้วจึงจะไปหาสถานที่สำหรับฆ่าตัวตาย! แต่เมื่อกลับไปถึงบ้านกลับพบว่าตนเองได้ตั้งท้องหลิงยู่แล้ว..”“แต่จิวยื่อกลับปิดปากเงียบไม่ยอมบอกใครเพราะรู้สึกผิด และได้แต่ทนทุกข์ใจอยู่เพียงผู้เดียว!”