ตอนที่ 637
บทที่ 1066 : แอบเข้าคฤหาสน์ตระกูลเฉินอีกครั้ง!
October 22, 2026
หลิงหยุนร้องบอกทุกคนทันที“ท่านปู่เกา.. ด้านนอกมีคนขับรถมาจอด ข้าจะออกไปดูก่อน!” แต่เกาจิ้นสงกลับหัวเราะออกมาพร้อมกับโบกมือให้หลิงหยุนนั่งลง “เจ้าไม่จำเป็นต้องออกไปดูหรอก.. นั่นคงเป็นพ่อครัวของข้าเอง!” เกาเฉินเฉินหันไปบอกหลิงหยุนด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน“หลิงหยุน.. ท่านปู่ไม่ได้กินของอร่อยมานาน.. เมื่อเช้าก็บ่นว่าอาหารที่พี่ใหญ่ซื้อมารสชาติไม่ดี ท่านปู่จึงสั่งให้พี่ใหญ่โทรไปเรียกพ่อครัวที่ท่านปู่ชื่นชอบรสชาติอาหาร ให้พวกเขามาทำอาหารเที่ยงให้ทุกคนทานที่บ้าน จะได้เป็นการเฉลิมฉลองไปในตัวด้วย..” และผู้ที่มาก็คือพ่อครัวที่เกาเทียนหลงโทรเรียกจริงๆ! ด้านหน้ารถมินิบัสนั้น..นอกเหนือจากคนขับรถแล้ว ก็มีชายวัยกลางคนอายุตั้งแต่สามสิบถึงห้าสิบนั่งอยู่สามคน ส่วนด้านหลังก็จะมีเด็กหนุ่มสาวนั่งอยู่อีกห้าคน แล้วก็ยังมีวัตถุดิบต่างๆสำหรับทำอาหาร มีทั้งผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์อยู่เต็มรถ.. ชายวัยกลางคนเดินลงมาจากรถแล้วก็รีบทักทาย และแนะนำตัวว่าเขาเป็นพ่อครัวที่ถูกเรียกให้มาทำอาหารที่นี่ หลิงหยุนถอนจิตหยั่งรู้กลับมาพร้อมกับแอบคิดอยู่ในใจว่า‘ชีวิตความเป็นอยู่ของคนในตระกูลระดับต้นๆของประเทศนี้ ช่างมีชีวิตความเป็นอยู่ที่หรูหรายิ่งนัก..’ ….. หลังจากที่พ่อครัวทั้งสามและผู้ช่วยจัดเตรียมอาหารสำหรับมื้อเที่ยงพร้อมแล้ว ทุกคนก็นำขึ้นมาเสิรฟที่โต๊ะอาหาร เกาจิ้นสงจึงพูดขึ้นว่า “เอาล่ะทุกคน..พวกเรามาร่วมดื่มฉลองกันได้แล้ว!” “สำหรับเหล้าแก้วแรก..ข้าขอดื่มให้กับหลิงหยุน! ขอบคุณที่ได้ช่วยชีวิตคนตระกูลเกาไว้!” ผู้นำตระกูลเกาคนก่อนไม่แม้แต่จะเปิดโอกาสให้หลิงหยุนได้ปฏิเสธหลังจากพูดจบเขาก็กระดกแก้วเหล้าเข้าปากทันที “แก้วที่สอง..ข้าขอดื่มแสดงความยินดี และฉลองที่ตระกูลเกาของเราได้ผ่านพ้นความทุกข์ยากมาได้ราวกับเกิดใหม่อีกครั้ง.. ดื่ม!” “แก้วที่สาม..ข้าขอดื่มฉลองให้กับการหมั้นหมายระหว่างเฉินเฉินกับหลิงหยุน และการรวมเป็นทองแผ่นเดียวกันของตระกูลเกากับตระกูลหลิง!” ทุกคนในห้องต่างก็ร่วมดื่มและรับประทานอาหารกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ภายในห้องมีเพียงเสียงหัวเราะ และบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความสุข.. และนี่เป็นการร่วมรับประทานอาหารอย่างเป็นทางการครั้งแรกระหว่างหลิงหยุนกับตระกูลเกา! …… การรับประทานอาหารดำเนินไปร่วมสองชั่วโมงและในช่วงบ่ายคนตระกูลเกาก็ได้เตรียมตัวที่จะกลับบ้านกันแล้ว ระหว่างที่ทุกคนกำลังวุ่นวายกันอยู่นั้น เกาเฉินเฉินก็แอบกระซิบกับหลิงหยุน.. “หลิงหยุน..แม่ของฉันอยากให้ฉันกลับไปอยู่บ้านเป็นเพื่อนสักสองสามวัน..” หลิงหยุนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงถามขึ้นว่า“คุณต้องการให้ผมส่งคนไปคอยคุ้มครองมั๊ย” เกาเฉินเฉินยิ้มให้พร้อมกับตอบไปว่า“เรื่องนั้นนายไม่ต้องเป็นห่วง! ท่านปู่บอกว่าสถานการณ์ในปักกิ่งเวลานี้ ที่ดูเหมือนสงบนั้น ความจริงแล้วต่างฝ่ายต่างก็นิ่งดูท่าทีกันอยู่ ทั้งหมดนี้อาจเกี่ยวข้องกับตระกูลหลิงของนายก็เป็นได้..” “ท่านปู่บอกว่าตราบใดที่นายยังไม่ปรากฏตัวตระกูลหลงกับตระกูลเย่ก็คงจะยังคงนิ่งไม่เคลื่อนไหวใดๆ เมื่อสองตระกูลใหญ่ไม่เคลื่อนไหว ตระกูลอื่นๆก็คงทำได้เพียงแค่นั่งดูเงียบๆ!” “สถานการณ์ในปักกิ่งช่วงนี้จึงนับว่าปลอดภัยมากไม่เช่นนั้นท่านปู่คงจะไม่ตัดสินใจพาทุกคนกลับไปบ้านตระกูลเกาอย่างแน่นอน!”“ท่านปู่ยังบอกอีกว่า..การที่พวกเรากลับเข้าบ้านตระกูลเกาเช่นนี้ ย่อมเป็นการประกาศว่าแผนการของตระกูลเฉินนั้นล้มเหลว อีกทั้งเฉินเจี้ยนกุ่ยเองก็ถูกจับตัวไว้ได้เช่นนี้ ตระกูลเฉินคงไม่กล้าแอบเล่นงานตระกูลเกาอีก..”“การกลับไปของตระกูลเกาครั้งนี้ตระกูลอื่นๆในปักกิ่งคงต้องมีปฏิกิริยาออกมาบ้าง และยิ่งตระกูลต่างๆ เคลื่อนไหวมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเป็นผลดีกับนายมากขึ้นเท่านั้น..”“และการที่พี่ใหญ่ไปร่วมพิธีเปิดบริษัทเทียนตี้อย่างเปิดเผยเช่นนั้นก็เพื่อเป็นการประกาศว่าใครที่คิดจะเป็นศัตรูกับนาย ก็เท่ากับเป็นศัตรูของตระกูลเกาด้วย!”“ท่านปู่บอกว่า..ช่วงเวลานี้คงไม่มีใครกล้าแอบเล่นงานตระกูลเกาแน่ จึงนับว่าเป็นช่วงเวลาที่ปลอดภัยยิ่ง!”หลิงหยุนได้ฟังคำบอกเล่าของเกาเฉินเฉินก็ได้แต่คิดในใจว่า‘อาวุโสเกานับว่าฉลาดล้ำลึกยิ่งนัก มิน่าวันนี้จึงได้เรียกพ่อครัวมาทำอาหารเลี้ยงฉลองกันอย่างเอิกเกริก..’หลิงหยุนพยักหน้า“เอาล่ะ.. ถ้าอย่างนั้นคุณก็ตามทุกคนกลับไปบ้านตระกูลเกา ถึงแม้ว่าเรื่องร้ายๆ จะได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่ที่ผ่านมาตระกูลเกาก็ต้องสูญเสียสมาชิกในครอบครัวไปมาก ในใจคงจะยังเสียใจอยู่ไม่น้อย..”เกาเฉินเฉินกุมมือหลิงหยุนไว้พร้อมกับเป็นฝ่ายพูดขึ้นว่า“หลิงหยุน.. นายต้องรับปากฉันว่าจะระมัดระวังตัวให้มาก และไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น นายต้องโทรบอกฉัน อย่าให้ฉันต้องกังวลใจ..”หลิงหยุนตอบยิ้มๆ“เฉินเฉิน.. คุณทำใจให้สบาย ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะผมจะไม่เป็นอะไรแน่!”…..ในช่วงเวลาเย็น..หลิงหยุนเดินตามออกไปส่งคนตระกูลเกาที่สวนหน้าบ้าน และได้สั่งให้มาร์ควิสเอ็ดเวิร์ดไปนำตัวเฉินเจี้ยนกุ่ยออกมาจากห้องใต้ดิน.. “ท่านปู่เกา..ข้าขอมอบเฉินเจี้ยนกุ่ยให้กับท่าน! จากนี้ไปแล้วแต่ท่านปู่จะจัดการเช่นใดกับมัน”นาทีที่หลิงหยุนส่งเฉินเจี้ยนกุ่ยให้กับตระกูลเกานั้นเฉินเจี้ยนกุ่ยก็นับเป็นศพในสายตาของเขาแล้ว เขาจึงไม่สนใจว่ามันจะตายด้วยวิธีใดหลังจากส่งคนตระกูลเกากลับไปแล้วภายในสวนหน้าบ้านก็เหลือเพียงหลิงหยุนกับมาร์ควิสเอ็ดเวิร์ดสองคนเท่านั้น..“เอ็ดเวิร์ด..ตอนนี้เจ้าอยู่ระดับสูงสุดขั้นมาร์ควิสแล้วงั้นรึ”“ใช่แล้วเจ้านายที่เคารพ..”“อืมม..ไว้รอให้ถึงคืนพระจันทร์เต็มดวงเมื่อใด ข้าจะช่วยให้เจ้าเข้าสู่ขั้นดยุค!”แววตาของมาร์ควิสเอ็ดเวิร์ดปรากฏร่องรอยแห่งความยินดีพร้อมกับร้องออกมาอย่างตื่นเต้นดีใจ“ขอบคุณเจ้านายที่เคารพ!” “เอาล่ะ..เจ้าไปพักผ่อนได้แล้ว คืนนี้ต้องออกไปทำงานกับข้า!”จากนั้นหลิงหยุนก็กลับเข้าไปในห้องนอนปลี่ยนเป็นชุดผ้าแพรไหมดำ และออกไปฝึกวิชาดาราคุ้มกายอยู่ด้านนอก.. ไอลีนโนเวลเวลานี้หลิงหยุนได้ฝึกดาราคุ้มกายเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นที่สองแล้วแต่การจะเข้าสู่ขั้นที่สามได้นั้นนับว่าเป็นเรื่องที่ยากยิ่งนัก แต่หลิงหยุนก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝนต่อไปเท่านั้น..นั่นเพราะวิชาดาราคุ้มกายนั้นนับเป็นวิชาที่ใช้ปกป้องร่างกายได้ดีที่สุด ไม่เพียงแค่ใช้ในการต่อสู้เท่านั้น แต่หลิงหยุนยังเตรียมไว้สำหรับการรับทัณฑ์สวรรค์ในด่านสุดท้ายของตัวเองด้วย..หลิงหยุนฝึกวิชาต่อเนื่องกันถึงสองชั่วโมงจนกระทั่งเวลาห้าทุ่มตรงหลิงหยุนจึงได้หยุด..……ในยามค่ำคืน..หลิงหยุนกับมาร์ควิสเอ็ดเวิร์ดกระโดดข้ามกำแพงบ้านออกไป ทั้งคู่มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ และตรงเข้าไปในป่าลึกอย่างรวดเร็ว