ตอนที่ 636
บทที่ 1065 : หมั้นหมาย!
October 22, 2026
หลิงหยุนนั่งหลับตานิ่งอยู่เนิ่นนานผ่านไปราวยี่สิบนาทีเขาจึงเอื้อมมือไปจับแขนเสี่ยวเม่ยเม่ยพร้อมกับบอกนางว่า “เอาล่ะข้าหายเมื่อยแล้ว..เดี๋ยวข้าจะออกไปฝึกวิชาข้างนอกสักครู่ เจ้าไปพักผ่อนได้แล้ว!” ระหว่างนั้นหลิงหยุนก็ได้เปิดจิตหยั่งรู้ออกสำรวจดูสมาชิกตระกูลเกาทั้งสิบคนที่เขาเพิ่งทำการรักษาให้และพบว่าสี่คนที่รักษาไปก่อนนั้น เวลานี้ได้ตื่นขึ้นมาแล้ว และต่างก็พ้นขีดอันตรายกันหมดแล้ว จะมีก็เพียงแค่ร่างกายที่ยังอ่อนแออยู่บ้างเท่านั้น.. เวลานี้ลู่เฉียวเฟิงที่หลิงหยุนทำการรักษาให้เป็นรายแรกนั้นตื่นขึ้นมาก่อนใคร และกำลังนั่งคุยอยู่กับเกาเฉินเฉินบนเตียง เมื่อเห็นคนตระกูลเกาต่างก็ปลอดภัยกันหมดเช่นนี้หลิงหยุนจึงสามารถออกไปฝึกวิชาได้ด้วยความโล่งอก สำหรับเขาแล้ว.. การฝึกวิชานับเป็นเรื่องใหญ่ และสำคัญที่สุดในชีวิต! เมื่อไหร่ที่มีเวลา..หลิงหยุนก็มักจะฝึกวิชาอย่างสม่ำเสมอ นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาสามารถก้าวหน้าขึ้นได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้! โม่วู๋เตาที่จนป่านนี้ยังไม่ได้หลับได้นอนนั้นเมื่อได้ยินว่าหลิงหยุนจะออกไปฝึกวิชาต่อก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที เขาเหลือบมองหลิงหยุนตาขวางพร้อมกับพูดจาประชดประชัน “เจ้าคนเสียสติผู้นี้จะบ้าฝึกวิชาไปถึงใหนกันนะ”แล้วก็หลับตาลงทันที.. เวลารุ่งสางเช่นนี้..เป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การฝึกวิชาดาราคุ้มกายอย่างที่สุด และแน่นอนว่าหลิงหยุนจะไม่ยอมพลาดช่วงเวลาดีๆนี้ไปอย่างแน่นอน ฉินตงเฉี่วยเองก็เช่นกัน! ทั้งคู่ฝึกฝนวิชาจนกระทั่งถึงเจ็ดโมงเช้า.. เกาเทียนหลงทำหน้าที่ดูแลคนในครอบครัวอยางดีและคนที่เขาต้องเอาใจใส่มากที่สุดก็ดูเหมือนจะเป็นปู่และพ่อของเขา เพราะหลังจากที่หลิงหยุนรักษาทุกคนให้หายจากการเป็นแวมไพร์แล้วนั้น ร่างกายของพวกเขาก็มีสภาพเป็นเพียงร่างกายของมนุษย์ธรรมดาทั่วไปซึ่งกำลังอ่อนแอ และต้องการการเอาใจใส่ดูแล.. คนตระกูลเกาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ไม่หวาดกลัวต่อแสงอาทิตย์ดังก่อนอีกเช่นนี้ย่อมเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าร่างกายของพวกเขาได้กลับคืนสู่สภาวะปกติแล้ว! และเวลานี้เกาซิงฉางและเกาเทียนหลง ก็ได้นั่งคอยหลิงหยุนอยู่ที่ห้องรับแขกเป็นเวลานานแล้ว.. “หลิงหยุน..ท่านพ่อบอกกับข้าว่าเขารู้สึกหิว และอยากกินอาหาร ข้าให้พวกเขากินอาหารได้หรือไม่ ถ้าได้.. ข้าควรให้พวกเขากินอะไรดี?” ทันทีที่เห็นหลิงหยุนเดินเข้ามาในบ้านเกาเทียนหลงก็ร้องตะโกนถามทันที.. หลิงหยุนได้ฟังถึงกับหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข“เจ้ายังจะต้องถามข้าอีกรึ เวลานี้ทุกคนกลับมาเป็นปกติแล้ว พวกเขาอยากกินอะไร เจ้าก็หาให้พวกเขากินได้เลย เพียงแต่ต้องพยายามให้ทุกคนได้รับสารอาหารที่เพียงพอเท่านั้น..” “อ่อ..ข้าเข้าใจแล้ว!” เกาเทียนหลงพยักหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุขแล้วจึงพูดต่อว่า “ข้าจะออกไปหาซื้ออาหาร เสื้อผ้า และข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นให้กับทุกคนก่อน เดี๋ยวข้ากลับมา..” “เจ้าต้องการให้ข้าไปเป็นเพื่อนหรือไม่”หลิงหยุนเอ่ยถามเกาเทียนหลง เกาเทียนหลงรู้ดีว่าหลิงหยุนเป็นห่วงความปลอดภัยของเตนเองเขาจึงได้แต่หัวเราะพร้อมกับพูดขึ้นว่า “หลิงหยุน..เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง! นี่ยังกลางวันแสกๆอยู่เลย อีกอย่างปักกิ่งก็เป็นบ้านเกิดของข้า..” เห็นได้ชัดว่า..หลังจากที่คนตระกูลเกากลับมาเป็นปกติแล้วนั้น เกาเทียนหลงก็กลับมากล้าหาญ และมั่นใจมากยิ่งกว่าเดิม หลังจากนิ่งไปครู่หนึ่งเกาเทียนหลงจึงพูดต่อว่า“อีกอย่าง.. เวลานี้ตระกูลเฉินเองก็ยังเอาตัวไม่รอดด้วยซ้ำไป..” หลิงหยุนถึงกับหัวเราะออกมาเสียงดัง“ฮ่า..ฮ่า.. เอาล่ะ! ข้าจะไปเปิดประตูให้เจ้าเอง..” หลิงหยุนเดินไปเปิดประตูรั้วให้เกาเทียนหลงระหว่างที่เดินเข้าบ้านเขาก็ได้เปิดจิตหยั่งรู้ออกสำรวจดูอีกรอบ และพบว่าเวลานี้สมาชิกทั้งสิบของตระกูลเกาต่างก็ตื่นนอนกันหมดแล้ว หลิงหยุนจึงหันไปร้องบอกกับฉินตงเฉี่วยว่า.. “น้าหญิง..ข้าหิวแล้ว พวกเราออกไปทานอาหารเช้ากันดีกว่า!”หลิงหยุนจงใจพูดให้คนตระกูลเกาที่อยู่ข้างบนได้ยินเวลานี้แม้ว่าทุกคนจะกลับมาเป็นคนปกติแล้ว แต่หลิงหยุนก็รู้ดีว่าพวกเขาคงต้องการพื้นที่ความเป็นส่วนตัว เพื่อพูดคุยกันตามประสาคนในครอบครัว..อีกทั้งหลิงหยุนฉินตงเฉี่วย และเสี่ยวเม่ยเม่ย ต่างก็มีประสาทสัมผัสทั้งห้าที่ว่องไว หากพวกเขายังอยู่ในบ้านเช่นนี้ คนตระกูลเกาคงจะรู้สึกกระอักกระอ่วนใจที่จะพูดคุยกัน..“ก็ดี..ข้าเองก็หิวมากแล้วเช่นกัน พวกเราไปกันเลย!” ฉินตงเฉี่วยนั้นเข้าใจความต้องการของหลิงหยุนดี จึงรีบตอบรับเสียงดัง จากนั้นหลิงหยุนก็พูดกับเกาเฉินเฉินผ่านกระแสจิต-เฉินเฉิน..ตอนนี้เป็นเวลากลางวันแสกๆ ไม่น่าจะมีอันตรายอะไร ผมกับคนอื่นๆจะออกไปข้างนอกก่อน คุณกับคนในครอบครัวจะได้มีเวลาเป็นส่วนตัว แล้วถ้ามีอะไรก็รีบโทรหาผมทันที!–……“ดูท่าคนตระกูลเกาทั้งหมดคงจะกลับไปบ้านคืนนี้แน่!และทุกคนคงจะต้องมีเรื่องพูดคุยกับเจ้าเป็นการส่วนตัว..!”“ตระกูลฉินเองก็มีบ้านอยู่ในปักกิ่งหลายหลังข้าจะไปพักที่บ้านตระกูลฉิน และจะไปจัดการเรื่องของตัวเองด้วย!”“ถ้าเช่นนั้นข้าเองก็จะไปพักที่โรงแรม!”เสี่ยวเม่ยเม่ยร้องบอกเช่นกันมีเพียงโม่วู๋เตาที่ถามออกมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“แล้วข้าล่ะ! ข้าจะทำเช่นไร?”นักพรตน้อยเพิ่งลงจากเขามาเป็นครั้งแรกไม่มีแม้แต่บัตรประจำตัวประชาชน อีกทั้งยังไม่มีเงินที่จะไปนอนโรงแรมด้วย..“ทำเช่นใดงั้นรึเจ้าก็ไปเดินสำรวจตามท้องถนนดูว่ามีร้านกาแฟที่ใหนบ้าง แล้วก็ไปอาศัยซุกตัวอยู่ตามร้านเหล่านั้นสิ!” หลิงหยุนพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชันแต่กลับคิดไม่ถึงว่าโม่วู่เตาจะหัวเราะออกมาและตอบโต้ทันที “อืมม.. เป็นความคิดที่ไม่เลวเลย! ข้าว่าจะเดินเล่นตามถนนหนทางในปักกิ่งไปเรื่อยๆ ระหว่างทางก็จะได้บอกกับทุกคนที่พบเห็นว่า – เวลานี้หลิงหยุนแห่งจิงฉูได้มาถึงปักกิ่งแล้ว!”“เจ้าว่าดีหรือไม่”โม่วู๋เตาหันไปถามหลิงหยุน“ฝากไว้ก่อนเถอะ!ไว้ข้าจะคิดบัญชีกับเจ้าคราวหลัง..”หลิงหยุนกัดฟันกรอดก่อนจะหันไปบอกโม่วู๋เตาว่า “เอาล่ะ.. ข้าจะช่วยจองโรงแรมห้าดาวให้กับเจ้าเอง เอาห้องเพรสซิเดนท์สูทเลยดีหรือไม่”โม่วู่เตาหัวเราะออกมาเสียงดังอย่างผู้กุมชัยชนะ..เหตุใดหลิงหยุนจึงต้องพาโม่วู๋เตามาปักกิ่งด้วยอย่างนั้นหรือก็เพราะเขาต้องการให้โม่วู๋เตาใช้วิชาทำนายดวงชะตาที่แม่นยำนั้น มาช่วยตามหาพ่อของเขา – หลิงเสี่ยว..หลังจากรับประทานอาหารเช้ากันเสร็จเรียบร้อยแล้วฉินตงเฉี่วยก็เรียกรถแท๊กซี่กลับไปบ้าน ส่วนหลิงหยุนก็ขับรถไปส่งเสี่ยวเม่ยเม่ยกับโม่วู๋เตาที่โรงแรม หลังจากนั้นเขาก็ขับรถเล่นในปักกิ่งเพื่อทำความคุ้นเคยกับถนนหนทางไปเรื่อยๆ..จนกระทั่งเกาเฉินเฉินโทรเข้ามาหลิงหยุนจึงได้ขับรถกลับไปที่บ้าน และไปถึงในเวลาสิบโมงครึ่งพอดี เมื่อเดินเข้าไปภายในบ้าน หลิงหยุนก็พบว่าสมาชิกตระกูลเกาทั้งสิบสองคนได้นั่งรอเขาอยู่ภายในห้องรับแขกกันหมดแล้ว..และทันทีที่หลิงหยุนก้าวเท้าเข้าไปในห้องรับแขกเกาจิ้นสงก็ลุกขึ้นจากโซฟาทันที และคนอื่นๆ ก็ลุกขึ้นตาม..เวลานี้คนตระกูลเกาทั้งหมดต่างก็ได้รับประทานอาหารเช้าและอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่กันหมดแล้ว สายตาทุกคู่ที่จ้องมองมาทางหลิงหยุนนั้น ล้วนเปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้งใจ..“ท่านปู่เกา..ท่านลุงเกา.. ท่านป้าลู่.. และทุกๆท่าน ข้าขอแสดงความยินดีด้วย!”หลิงหยุนยิ้มออกมาอย่างเบิกบานพร้อมกับเป็นฝ่ายเอ่ยทักทาย และแสดงความยินดีกับทุกคน..เกาจิ้นสงกระแอมเบาๆแล้วจึงเงยหน้าขึ้นพูดกับหลิงหยุน “หลิงหยุน.. พวกเราทุกคนได้หารือกันแล้ว และตกลงกันว่าจะกลับบ้านตระกูลเกาในคืนนี้ แต่ก่อนกลับข้ามีเรื่องต้องประกาศให้ทุกคนได้รับทราบเสียก่อน..”