ตอนที่ 656
บทที่ 1085 : ได้เวลาล้างแค้น!
October 22, 2026
เมื่อเห็นว่าจินเหยียวเริ่มจดจำหลิงเสี่ยวได้แล้วหลิงหยุนจึงค่อยรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก ราวกับได้ยกภูเขาออกจากอก.. ท่ามกลางการต่อสู้ที่ต่างฝ่ายต่างก็มุ่งเอาชีวิตกันนั้นแต่หลิงหยุนกลับเลือกที่จะรักษาสภาพจิตใจของจินเหยียวก่อนเรื่องอื่น ก็ด้วยเหตุผลเพียงสามข้อเท่านั้น.. เหตุผลข้อแรก..หากจินเหยียวยังคงเสียสติไม่รู้เนื้อรู้ตัวต่อไปเช่นนี้ แล้วเกิดตกใจกลัวจนหนีหายไปอีก แน่นอนว่าการจะตามหาตัวนางกลับมาอีกครั้ง ย่อมเป็นเรื่องที่ยากพอๆกับการงมเข็มในมหาสมุทร.. เหตุผลข้อที่สอง..การที่จินเหยียวประมือกับซือกงถู และลูกชายทั้งสองคนโดยไม่ได้รับอันตรายอะไรใดๆ หนำซ้ำยังสามารถหนีรอดไปได้นั้น ย่อมแสดงให้เห็นว่าวรยุทธของนางย่อมต้องล้ำเลิศในระดับหนึ่ง หากสามารถทำให้จินเหยียวฟื้นคืนสติกลับมาได้ หลิงหยุนเชื่อว่าด้วยความร่วมมือกันระหว่างนางกับเขา และเย่ซิงเฉิน จะต้องสามารถส่งซือกงถูไปเกิดใหม่ได้อย่างแน่นอน! และเหตุผลข้อสุดท้ายก็คือ..หลิงหยุนพบว่าอาการบาดเจ็บในอดีตของจินเหยียวนั้นค่อนข้างสาหัสไม่น้อย หากปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปนานกว่านี้ ก็จะยิ่งเป็นอันตรายต่อตัวนางมากขึ้น อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้! อาการเสียสติและสูญเสียความทรงจำของจินเหยียวนั้นเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น หลิงหยุนคาดเดาว่าที่นางไม่สามารถจดจำอะไรได้นั้น น่าจะเกิดจากการตกหน้าผา แล้วศรีษะไปกระแทกกับของแข็งอย่างแรงนั่นเอง.. ดูจากการแต่งกายของจินเหยียวรวมถึงการที่นางรู้ว่าต้องสวมผ้าคลุมปิดบังใบหน้านั้น แสดงให้เห็นว่านายยังสามารถใช้ชีวิตในด้านอื่นได้เป็นปกติ.. และสาเหตุที่นางคล้ายคนเสียสตินั้นก็เพราะความทรงจำของนางได้หายไป ทำให้ไม่สามารถจดจำเรื่องราวในอดีตได้ อีกทั้งหลังจากที่ได้ใช้ปราณปีศาจระเบิดร่างตัวเองนั้น ก็ได้ทำให้ธาตุไฟของนางแตกซ่าน และกลายเป็นมารไปเช่นนี้ จิตใจของนางยังฝังแน่นอยู่กับการสังหารซือกงถู นางจึงได้มีสภาพอย่างที่เห็น.. สำหรับหลิงหยุนแล้ว..ความทรงจำที่หายไปของเจินเหยียวนั้น ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไรสำหรับเขา แต่ปัญหาที่แท้จริงก็คือร่างกายที่เริ่มถดถอย และอาการธาตุไฟแตกซ่านนี่ต่างหากเล่า.. เมื่อหลิงหยุนได้พบเจอจินเหยียวในสภาพเช่นนี้เขาก็ได้แต่สาบานกับตัวเองว่าจะไม่ยอมให้นางต้องได้รับอันตรายอะไรอีก! ด้วยเหตุนี้..แม้จะอยู่ท่ามกลางศัตรูที่แข็งแกร่งมากก็ตาม แต่หลิงหยุนก็เลือกที่จะรักษาจินเหยียวก่อน เพราะหากนางยังมีสภาพจิตใจที่อ่อนไหวไม่มั่นคงเช่นนี้ หากนางเกิดหายตัวไปในระหว่างการต่อสู้ แล้วอาการบาดเจ็บเกิดกำเริบจนเป็นอันตรายถึงชีวิต หลิงหยุนคงต้องรู้สึกผิดต่อนางอย่างมาก.. ด้วยเหตุนี้..หลิงหยุนจึงจำเป็นต้องรักษาจินเหยียวให้หายก่อน! และในสถานการณ์ที่ต้องรักษาอย่างเร่งด่วนเช่นนี้แม้หลิงหยุนจะรู้ดีว่ายันต์ชำระใจของตนเองนั้น ไม่อาจรักษาอาการเสียสติของจินเหยียวให้ขาดได้ในคราวเดียว แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้นางมีสติอยู่ราวหนึ่งหรือสองชั่วโมง.. แม้แต่ยันต์บำบัดระดับหกยังสามารถสร้างเนื้อเยื้อและกระดูกขึ้นใหม่ได้ยันต์ชำระใจระดับหกก็ย่อมส่งผลต่อจิตใจได้ดีไม่แพ้กัน.. เมื่อเห็นว่าจินเหยียวกับหลิงเสี่ยวต่างก็ร้องห่มร้องไห้หลิงหยุนจึงไม่รีบร้อนที่จะแสดงตนให้นางจำได้นัก เขาค่อยๆหันไปมองซือกงถูช้าๆ ก่อนจะก้าวเท้าไปข้างหน้า.. “ซือกงถู..เจ้าคนถ่อย!” ที่ผ่านมาหลิงหยุนเอาแต่นิ่งเงียบและไม่กร่นด่าซือกงถูเลยแม้แต่คำเดียว เพราะเวลานี้ในสายตาของหลิงหยุนนั้น ซือกงถูเป็นเพียงแค่ซากศพเท่านั้น!เพราะไม่ว่าอย่างไร..คืนนี้หลิงหยุนจะต้องสังหารซือกงถูให้ได้!แต่ถึงกระนั้นเขาก็จะไม่ปล่อยให้ซือกงถูได้ตายง่ายนักเพราะเขายังต้องให้มันได้ชดใช้ความแค้นของตัวเอง ความแค้นของพ่อแม่ และความแค้นของจินเหยียว หลิงหยุนต้องให้ซือกงถูชดใช้กลับคืนเป็นร้อยเท่าพันทวี!ซือกงถูถึงกับหัวเราะออกมาเสียงดัง“ฮ่า.. ฮ่า.. ฮ่า.. ข้าได้ยินว่าผู้คนทั้งจิงฉูต่างก็เรียกตั้งฉายาให้หลิงหยุนว่าหมออมตะ.. คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะได้เปิดหูเปิดตา!”“ฮ่า..ฮ่า.. เจ้ารักษานังหญิงบ้านี้ให้หายก็ดี! นางจะได้ตายอย่างมีสติ และก่อนตายข้าจะให้นางได้เห็นเจ้ากับพ่อของเจ้าตายไปต่อหน้า ส่วนข้าก็จะได้ชื่นชมความเจ็บปวดที่นางได้รับ เพราะนั่นคือความสุขที่สุดของชายชราอย่างข้า!”หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยและคร้านที่จะต่อปากต่อคำกับซือกงถู และร้องบอกซือกงถูเพียงแค่สั้นๆ “เจ้าอย่าได้พล่ามให้เสียเวลานักเลย ลงมือเลยดีกว่า!”“เจ้าเตรียมตัวตายได้แล้ว..!” ทันทีที่พูดจบ..รังสีสังหารก็พวยพุ่งออกมาจากร่างของหลิงหยุน และทันทีที่หลิงหยุนคิด กระบี่เหินเงาธนูที่ยังคงลอยอยู่กลางอากาศนั้น ก็พุ่งตรงไปข้างหน้าทันที!และเป้าหมายของมันก็คือร่างของซือกงถู!ทางด้านของซือกงวู่ฉิงที่ยืนอยู่ข้างซือกงถูนั้นหลังจากที่ได้เห็นความสามารถของหลิงหยุนก่อนหน้านี้ มันก็ได้เพิ่มความระมัดระวังตัวมากขึ้นอีกหลายร้อยเท่า เมื่อเห็นกระบี่เหินพุ่งเข้าใส่พ่อของตนเช่นนั้น มันก็รีบชักอาวุธประจำตัวออกจากข้างเอวทันที..อาวุธของซือกงวู่ฉิงก็คือแส้ที่ยาวกว่าสามเมตรแส้ยาวของซือกงวู่ฉิงนั้นถักขึ้นด้วยผ้าแพรไหมดำ มันจึงมีสีดำที่เป็นมันวาว..ซือกงวู่ฉิงสะบัดข้อมือเพียงเล็กน้อยแส้ยาวสามเมตรนั้นก็พุ่งเข้าใส่เข้าใส่กระบี่เหินของหลิงหยุนที่จู่โจมเข้ามาทันที!และภายใต้การควบคุมด้วยพลังจิตของหลิงหยุนนั้นกระบี่เหินก็สามารถบินหลบแส้สีดำยาวเส้นนั้นได้ทัน ก่อนจะพุ่งตรงเข้าใส่ร่างของราชันย์นักฆ่าทั้งสามที่กำลังดูแลซืองกงวู่เปิ่นอยู่ด้านหลัง..ราชันย์นักฆ่าทั้งสามเห็นเช่นนั้นก็รีบใช้วิชาตัวเบากระโดดถอยหลังหลบทันที!ปัง!ซือกงวู่ฉิงสะบัดข้อมืออีกครั้ง..แส้ยาวในมือของเขาพุ่งไปกลางอากาศ และเคลื่อนไหวไปมาได้รวดเร็ว และแม่นยำราวกับสิ่งมีชีวิต แส้ของซือกงวู่ฉิงพุ่งตรงเข้าใส่กระบี่เหินของหลิงหยุนอีกเป็นครั้งที่สอง!“เจ้าเตรียมตัวตายได้แล้ว!”เมื่อเห็นหลิงหยุนลงมือ..เย่ซิงเฉินก็ขยับตัวเช่นกัน และเพียงแค่สะบัดแขนเรียวงามทั้งสองข้าง ผ้าแพรไหมดำในมือของนางก็พุ่งออกไปราวกับงูพิษ และฉกเข้าที่ร่างของซือกงวู่ฉิงทันที!ทั้งเย่ซิงเฉินและหลิงหยุนนั้นเคยร่วมมือกันสังหารเฉินเจี้ยนห่าว โทคุงาวะมุโตะ และแวมไพร์ขั้นมาร์ควิสบนเทือกเขาเซียนเหยินหลิงมาแล้ว ทั้งคู่จึงค่อนข้างรู้ใจกันและกันเป็นอย่างดี และสามารถเข้าใจกลอุบายการต่อสู้ของกันและกัน จนสามารถต่อสู้เข้าขากันได้เป็นอย่างดี..