ตอนที่ 706
บทที่ 1135 : ข้าเชื่อแล้ว!
October 22, 2026
หลังจากที่เย่ซิงเฉินบอกเล่าข่าวคราวทุกอย่างที่นางรู้มาให้กับหลิงหยุนฟังแล้วจู่ๆ หลิงหยุนก็ก้าวเท้ามายืนอยู่ตรงหน้านาง และก้มหน้าเข้ามาใกล้พร้อมกับจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่งามของนาง พร้อมกับยิ้มสดใสเผยให้เห็นฟันขาวเรียงรายสวยงาม และลักยิ้มที่แก้มซ้ายของตนเอง จากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “ครั้งนี้เจ้าคงต้องทำงานอย่างหนักเลยสินะ!” เย่ซิงเฉินถึงกับหน้าร้อนผ่าวแต่ก็แสร้งมองไปทางประตูเพื่อหลบสายตาของหลิงหยุน และพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามยังคับให้นิ่งเรียบ “ไม่นี่..ข้ามีเครือข่ายที่เชื่อถือได้คอยส่งข่าวให้ ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร!” หลิงหยุนย่อมรู้อยู่แล้วว่าเย่ซิงเฉินนั้นมีแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้อยู่ในปักกิ่งแต่ภายในเวลาเพียงแค่สองสามวัน นางสามารถหาข่าวมาได้มากมายถึงเพียงนี้ ย่อมหมายความว่านางเองก็ต้องจ่ายไปในจำนวนไม่น้อยเช่นกัน! แต่แล้วจู่ๆหลิงหยุนก็หยุดพูด และเอื้อมมือไปจะคว้าแขนของเย่ซิงเฉินไว้.. “นี่เจ้า..” เย่ซิงเฉินถึงกับหน้าเปลี่ยนสีขึ้นมาทันทีเพราะคิดไม่ถึงว่าจู่ๆ หลิงหยุนจะเอื้อมมือมาคว้าแขนของตนเองเช่นนี้ ด้วยสัญชาติญาณเย่ซิงเฉินจึงกระโดดถอยหลังหนีทันที! หลิงหยุนจึงคว้าได้เพียงแค่ความว่างเปล่าแต่ก็รีบใช้มังกรพรางร่างตามเย่ซิงเฉินไปทันทีเช่นกัน.. “นี่เจ้าคิดจะหนีงั้นรึ” เย่ซิงเฉินเองก็ไม่ยอมหยุดเมื่อเห็นหลิงหยุนยังคงกระโดดตามมาเช่นนั้น นางจึงรีบกระโดดถอยหลังต่อไปเช่นกัน.. ในเมื่อเย่ซิงเฉินไม่หยุดหลิงหยุนจึงไล่ตามอยู่เช่นนั้น และทั้งคู่ก็ไม่ต่างจากเด็กที่กำลังเล่นไล่จับอยู่ภายในห้อง และเมื่อหลิงหยุนใกล้จะจับเย่ซิงเฉินได้แล้ว นางจึงร้องตะโกนออกมาอย่างโมโห.. “หลิงหยุน..เจ้าหยุดได้แล้ว!” ในที่สุดหลิงหยุนก็สามารถคว้าแขนของเย่ซิงเฉินไว้ได้พร้อมกับพูดขึ้นว่า “ถ้าเจ้ายังคงหนีข้าอีก.. ครั้งนี้ข้าจะไม่เพียงแค่จับมือเจ้าแล้ว!” เย่ซิงเฉินดิ้นรนพร้อมกับขู่หลิงหยุนว่า“หลิงหยุน.. ขืนเจ้ากล้ารังแกข้าแม้แต่นิดเดียว ข้าจะฟ้องท่านอาจารย์!” เวลานี้หลิงหยุนอยู่ในระดับสูงสุดขั้นเอ้อเฉิงชี่เย่ซิงเฉินจึงไม่สามารถเอาชนะหลิงหยุนได้อีก นางจึงได้ใช้วิธีนี้มาขู่หลิงหยุนแทน.. แต่แล้วเย่ซิงเฉินก็ต้องตกใจสุดขีด..เพราะทันทีที่หลิงหยุนจับมือของนางไว้ได้ เขาก็ได้ถ่ายเทพลังปราณลงไปในร่างกายของเย่ซิงเฉิน และพลังปราณของหลิงหยุนนั้นก็คล้ายคลึงกับปราณปีศาจที่เย่ซิงเฉินฝึกฝน ทำให้ไม่เกิดการผลักดันกันภายในร่างกาย.. จากนั้นพลังปราณที่หลิงหยุนถ่ายเทลงไปก็ค่อยๆไหลเข้าสู่จุดตันเถียนของเย่ซิงเฉิน และจากจุดตันเถียนก็ไหลเวียนเข้าสู่เส้นลมปราณวิสามัญทั้งแปด ก่อนจะไหลเข้าสู่จุดหย่งเฉวียนกลางฝ่าเท้าต่อไป และเริ่มหมุนเวียนอยู่เช่นนั้นไปเรื่อยๆ.. พลังปราณภายในร่างกายของเย่ซิงเฉินหมุนเวียนอยู่เช่นนั้นทำให้นางรู้สึกร่างกายเบาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “ซิงเฉิน..เจ้าจดจำเส้นทางการเดินลมปราณเช่นนี้ไว้ให้ดี!” กลับกลายเป็นว่าหลิงหยุนไล่จับเย่ซิงเฉินเช่นนั้นไม่ใช่เพราะต้องการเอารัดเอาเปรียบนาง แต่ต้องการถ่ายเทพลังปราณให้กับนางนั่นเอง!“เจ้าตามข้ามา!”หลิงหยุนร้องบอกเย่ซิงเฉินพร้อมกับดึงมือของนางให้ตามเขาออกไปนอกบ้านทันที.. เวลานี้เย่ซิงเฉินรู้สึกว่าร่างกายของตนเองนั้นเบาราวกับขนนกคล้ายกับว่าร่างของตนเองได้กลืนเป็นส่วนหนึ่งกับอากาศรอบๆตัว แม้กระทั่งถูกหลิงหยุนดึงร่างเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็ว นางก็ยังไม่รู้สึกถึงแรงต้านที่ควรจะต้องเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย..วิชาตัวเบาของหลิงหยุนนั้นเคลื่อนที่ได้รวดเร็วอย่างน่าอัศจรรย์จนนางต้องเอ่ยถามออกมา..“นี่มันวิชาอะไรกันเหตุใดจึงเคลื่อนที่ได้รวดเร็วเช่นนี้!”“นี่เรียกว่าวิชามังกรพรางร่าง..หากเจ้าเรียนวิชานี้ เจ้าจะสามารถใช้วิชาเงาลวงตาได้!”“ซิงเฉิน..เจ้าเป็นธิดาพรรคมารจึงมีศัตรูมากมาย ต่อไปข้าจะถ่ายทอดวิชานี้ให้กับเจ้า เจ้าจะได้ใช้มันปกป้องตัวเองได้!”เย่ซิงเฉินจดจำเส้นทางการเดินลมปราณในแบบที่หลิงหยุนใช้พลังปราณของตนเองนำทางให้อยู่เพียงแค่สองสามรอบนางก็สามารถจดจำเส้นทางลมปราณได้อย่างแม่นยำ..เย่ซิงเฉินรีบร้องบอกหลิงหยุนทันที“เจ้าเป็นฝ่ายพูดเองว่าจะสอนวิชานี้ให้กับข้า ห้ามเจ้ากลับคำล่ะ!”หลิงหยุนยิ้มและตอบกลับไปตามตรง“ข้าเกรงว่าเจ้าจะไม่อยากเรียนมากกว่าน่ะสิ!”“นี่เจ้าจะพาข้าไปที่ใหนกันแน่”เย่ซิงเฉินเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่ถูกหลิงหยุนลากออกมานอกบ้านเช่นนี้หลิงหยุนยิ้มให้พร้อมกับยกมือชี้ไปทางภูเขาด้านตะวันออกและตอบไปว่า “เนินเขาตรงโน้น.. ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก!”เย่ซิงเฉินหันหน้ามองกลับเข้าไปในบ้านและมีท่าทีลังเล นั่นเพราะของขวัญที่หลิงหยุนมอบให้กับนางนั้นยังวางอยู่บนโต๊ะ นางจึงไม่สบายใจนักหากจะออกไปโดยที่วางมันไว้เช่นนั้น.. ดูเหมือนหลิงหยุนเองก็จะอ่านใจเย่ซิงเฉินออกเขาจึงพูดขึ้นว่า “เจ้าอย่าได้กังวลใจไปเลย.. ของพวกนั้นไม่หายไปใหนหรอก!”ระหว่างทางหลิงหยุนได้บอกเคล็ดวิชามังกรพรางร่างให้กับเย่ซิงเฉินและให้นางฝึกใช้มังกรพรางร่างวิ่งตรงไปยังเนินเขาด้านตะวันออก ส่วนหลิงหยุนก็วิ่งตามหลังไป..ในเริ่มต้นนั้นเย่ซิงเฉินก็ไม่คุ้นเคยกับมังกรพรางร่างนักแต่หลังจากพยายามไปเรื่อยๆ นางก็สามารถใช้มังกรพรางร่างได้คล่องแคล่วมากขึ้นเรื่อย จนกระทั่งไปถึงยอดของเนินเขาที่หลิงหยุนบอก..เย่ซิงเฉินยังคงใช้มังกรพรางร่างวิ่งไปเรื่อยจนสามารถทิ้งเงาไว้ในตำแหน่เดิมได้ หลิงหยุนเห็นเช่นนั้นจึงพูดขึ้นว่า“หากเจ้าฝึกต่อไปเรื่อยๆจะสามารถฝึกวิชาเงาลวงตาได้ถึงขั้นสูงสุด ที่สามารถแยกร่างได้ถึงสามสิบหกร่าง วิชานี้เป็นประโยชน์ในการรับมือกับศัตรู และใช้หนีเอาตัวรอดในยามวิกฤติ..” หลิงหยุนตะโกนบอกเย่ซิงเฉินที่กำลังสนุกกับวิชามังกรพรางร่างและแล้วร่างของเย่ซิงเฉินก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าหลิงหยุนพร้อมกับพูดขึ้นว่า“มิน่า..ยอดฝีมือมากมายล้อมเจ้าไว้ แต่กลับไม่สามารถสังหารเจ้าได้!”หลิงหยุนตอบเย่ซิงเฉินพร้อมกับหันหน้ามองไปยังเส้นขอบฟ้าทางทิศตะวันออกซึ่งตอนนี้แสงแรกของวันกำลังปรากฏขึ้น ดวงอาทิตย์สีแดงค่อยๆ โผล่ขึ้นจากขอบฟ้า..“ซิงเฉิน..เจ้าฟังให้ดี!”“ท้องฟ้าสีดำผืนแผ่นดินสีเหลือง กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา จักรวาลไร้ขอบเขต.. ทั่วทั้งสามโลกล้วนปกคลุมด้วยแสงอาทิตย์ แสงจันทร์ และแสงดารา..”หลิงหยุนพร่างพรูคำพูดออกมามากมายเป็นพันๆคำทั้งหมดล้วนเป็นเคล็ดวิชาดาราคุ้มกาย จากนั้นจึงทวนซ้ำอีกครั้ง แล้วหันไปถามเย่ซิงเฉินว่า “เจ้าจำได้ทั้งหมดหรือไม่”