ตอนที่ 705
บทที่ 1134 : พันธมิตรผู้บ่มเพาะ!
October 22, 2026
“อะไรนะ!” หลิงหยุนฟังคำบอกเล่าของเย่ซิงเฉินแล้วถึงกับร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจนั่นเพราะหากสิ่งที่นางพูดเป็นเรื่องจริงย่อมหมายความว่า ในประเทศนี้มีผู้ฝึกบ่มเพาะตนอย่างเขาอยู่จริงๆ และน่าจะมีจำนวนมากอย่างที่เขาคิดไม่ถึง.. และหากตระกูลเย่สามารถจัดประมูลของวิเศษจากผู้ฝึกบ่มเพาะเช่นเขาได้ตระกูลเย่ย่อมต้องมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้บ่มเพาะตนเหล่านั้นด้วย.. หากเป็นเช่นนั้นจริง..ตระกูลเย่จะมีอำนาจอิทธิพลมหาศาลมากเพียงใด เพราะแม้แต่เหล่าผู้บ่มเพาะตนยังต้องให้หน้าตระกูลเย่! เมื่อคิดได้เช่นนี้..คิ้วรูปดาบของหลิงหยุนถึงกับขมวดเข้าหากันแน่น! หากห้องประมูลของตระกูลเย่มีของวิเศษที่เหล่าผู้บ่มเพาะนำมาประมูลแลกเปลี่ยนกันจริงย่อมเป็นประโยชน์ต่อการฝึกฝนของเขาในวันข้างหน้าอย่างแน่นอน.. นั่นเพราะของวิเศษต่างๆที่เขาไม่ต้องการแล้วก็สามารถนำไปขายผ่านห้องประมูลนี้ และยังสามารถหาซื้อของวิเศษที่คาดไม่ถึงได้จากที่ห้องประมูลนี้ด้วยเช่นกัน! หลิงหยุนกำลังครุ่นคิดถึงประโยชน์มากมายมหาศาลที่ผู้จัดการประมูลจะได้รับ.. ในเมื่อผู้จัดการประมูลคือผู้ที่ได้เห็นของที่จะนำมาประมูลเป็นคนแรกหากพบว่าเป็นสมบัติล้ำค่าจริง ผู้จัดประมูลสามารถซื้อเก็บไว้เองได้ แล้วจึงนำมาขายเมื่อมีผู้สนใจอยากได้จริงๆ เช่นนี้แล้วจะสามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว นอกเหนือจากเงินทองจำนวนมากที่จะได้รับ..ผู้จัดประมูลยังจะได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เป็นความลับอีกมากมาย ผู้ที่สามารถจัดห้องประมูลชาวยุทธขนาดใหญ่ได้จึงสามารถควบคุมชาวยุทธ ควบคุมทรัพยากรในการฝึก ควบคุมข้อมูลข่าวสาร และควบคุมผลกำไรได้ตามใจชอบ.. เช่นนี้แล้วตระกูลหลงกับตระกูลเย่จะยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งมากเพียงใด เมื่อครั้งที่อยู่ในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่หลิงหยุนเองก็เคยจัดการประมูลในลักษณะนี้มาก่อนเช่นกัน จึงรู้ว่าผลประโยชน์ที่ได้รับนั้นมีมากมายมหาศาลเพียงใด ในครั้งนั้นเขาเองก็นำเอาโอสถที่กลั่นเองยันต์ที่ตนเองปลุกเสก หินพลังชีวิต และอีกมากมายมาขายในห้องประมูลที่ตนเองจัดขึ้นเช่นกัน.. “หลิงหยุน..อาจารย์ของเจ้าเป็นผู้ใดกัน นี่เขาไม่ได้เล่าเรื่องพวกนี้ให้เจ้าฟังบ้างเลยงั้นรึ? เจ้าถึงได้ทำหน้าตาตกใจราวกับเด็กไร้เดียงสาเช่นนี้..” เย่ซิงเฉินถามขึ้นเมื่อเห็นหลิงหยุนนิ่งอึ้งไปหลังจากที่ตนพูดเรื่องผู้บ่มเพาะตนขึ้นมาแล้วจึงอธิบายต่อว่า “เขาจงหนานเป็นสถานที่ที่เหล่าผู้ฝึกบ่มเพาะตนไปรวมตัวกันและที่เขาฉู่ซานก็มีเซียนกระบี่ คุนหลุนมีดินแดนลี้ลับ และเผิงไล๋ซึ่งอยู่แถบทะเลจีนตะวันออกก็มีเหล่าเซียนในตำนานเล่าขานอาศัยอยู่..” เย่ซิงเฉินอธิบายให้หลิงหยุนฟังอย่างละเอียดแต่หลิงหยุนกลับกำลังครุ่นคิดอยู่กับเรื่องห้องประมูลชาวยุทธ เขาจึงรีบบอกกับนางว่า “เรื่องผู้บ่มเพาะตนบนโลกใบนี้ข้าเองก็รู้มานานแล้ว..” ไม่ว่าจะเป็นสมุดจักรพรรดิพู่กันจักรพรรดิ หม้อเสินหนง ตะเกียงวิเศษ ประคำโพธิ น้ำเต้าวิเศษ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นของวิเศษที่เหล่ายอดฝีมือระดับปรมาจารย์ใช้ทั้งสิ้น.. อีกทั้งมังกรจริงๆหลิวเทวะวิญญาณ แม้กระทั่งร่างของหลวงจีนกายเพชร เขาก็เห็นมากับตาตัวเองแล้วเช่นกัน.. หนำซ้ำเมื่อคืนวันที่14 กรกฏาคมตามปฏิทินจีนนั้น หลิงหยุนก็ได้พบกับผู้บ่มเพาะตนที่ค่ายกลดักมังกรมาแล้วด้วย.. แต่สิ่งที่เย่ซิงเฉินเปิดเผยออกมานั้นหลิงหยุนเองก็เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกเช่นกัน แต่นั่นทำให้เขาเริ่มมั่นใจมากขึ้นว่า ตำนานเล่าขานที่เล่ากันต่อๆมานั้น น่าจะมีมูลความจริงอยู่มาก.. เขามาจากโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่เริ่มฝึกบ่มเพาะมาจนเกือบจะเข้าสู่ขั้นอมตะได้ จึงพบเห็นสิ่งที่อัศจรรย์ และน่าเหลือเชื่อมามากมาย.. เย่ซิงเฉินมองหน้าหลิงหยุนพร้อมกับถามยิ้มๆ“ก็ถ้าเจ้ารู้แล้ว เหตุใดยังต้องทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเช่นนั้นด้วยเล่า” หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยและตอบกลับไปว่า “ข้ากำลังคิดเรื่องห้องประมูลชาวยุทธอยู่!”เย่ซิงเฉินนึกแปลกใจที่หลิงหยุนยังคงคิดเรื่องนี้อยู่“ห้องประมูลชาวยุทธมีอยู่มากมาย เจ้ากำลังคิดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้งั้นรึ” หลิงหยุนยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ“ก็ในเมื่อข้ามาอยู่ปักกิ่งแล้ว.. ห้องประมูลชาวยุทธก็ไม่ควรตกอยู่ในมือของตระกูลหลงกับตระกูลเย่อีกน่ะสิ!”เย่ซิงเฉินเข้าใจได้ในทันทีและรีบถามกลับไปว่า “นี่เจ้าคิดจะแย่งธุรกิจนี้มาจากตระกูลหลงกับตระกูลเย่งั้นรึ”หลิงหยุนหัวเราะออกมาอย่างถูกใจและเอื้อมมือออกไปจะจับไหล่บอบบงของเย่ซิงเฉิน แต่นางเบี่ยงหลบเสียก่อน แล้วเอ่ยชมว่า“เจ้าช่างหลักแหลมนัก!ถูกต้องแล้ว.. ข้าจะแย่งกิจการนี้มาจากตระกูลหลงกับตระกูลเย่..”หากเขาทำเช่นนั้นจริง..ตระกูลหลิงคงต้องเป็นศัตรูกับสองตระกูลใหญ่อย่างแน่นอน และหลิงหยุนเองก็รู้ว่าตระกูลหลงกับตระกูลเย่นั้น เป็นศัตรูที่แข็งแกร่ง และน่ากลัวยิ่งนัก!เย่ซิงเฉินไม่ใช่หญิงสาวที่หวาดกลัวอะไรง่ายๆหลังจากได้ฟังคำตอบของหลิงหยุน นางจึงถามขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “เจ้ามีแผนการแล้วงั้นรึ”หลิงหยุนส่ายหน้าพร้อมกับตอบไปว่า“เรื่องนี้ข้ายังไม่รีบร้อนนัก! รอให้จัดการกับตระกูลซันและตระกูลเฉินเสียก่อน แล้วเราค่อยปรึกษาเรื่องนี้กันอีกครั้้ง..”เมื่อพูดถึงตระกูลซันกับตระกูลเฉินขึ้นมาสีหน้าของเย่ซิงเฉินก็เปลี่ยนเป็นกังวลใจขึ้นมาทันที หลิงหยุนเห็นเช่นนั้นก็พอจะคาดเดาได้ว่า ต้องมีเรื่องที่หนักหนาเกินกว่าที่เขาจะสามารถควบคุมได้ จึงได้แต่ร้องถามออกไปว่า“มีเรื่องหนักใจงั้นรึ”เย่ซิงเฉินพยักหน้าและตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “หลิงหยุน.. ตระกูลเฉินรับมือได้ยากกว่าที่เจ้าคิดไว้มาก เจ้าต้องระมัดระวัง และเตรียมการให้ดี!”หลิงหยุนยิ้มพร้อมตอบกลับไปด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่ไร้กังวล “เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับความเป็นความตายของคนตระกูลหลิง ข้าย่อมต้องเตรียมการรับมืออย่างดีที่สุดอยู่แล้ว!” และเวลานี้..หลิงหยุนก็ได้เตรียมการจนเกือบเสร็จสิ้นแล้ว เหลือเพียงแค่การเตรียมการเล็กๆน้อยๆอย่างการปลุกเสกยันต์ระดับสูง และเร่งฝึกฝนให้ร่างกายของตนเองเข้าสู่ความสมบูรณ์สูงสุด เพื่อให้พร้อมเผชิญหน้ากับการประลอง..แต่เย่ซิงเฉินกลับส่ายหน้าไปมาอย่างกังวลใจและพูดขึ้นว่า “หลิงหยุน.. มันไม่ง่ายอย่างที่เจ้าคิด..”“จากข่าวที่ข้าได้มา..เวลานี้เฉินจิ้งเฉวียนได้ยอดฝีมือจากหน่วยนภามาช่วยอย่างน้อยสี่คน และทุกคนล้วนเป็นยอดฝีมือระดับเซียงเทียน-9 ขึ้นไปแล้วทั้งสิ้น!”“หากนับรวมเฉินจิ้งเฉวียนด้วยแล้ว..ฝ่ายนั้นก็มียอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-9 ถึงห้าคนเลยทีเดียว!”“นอกจากนี้..เฉินจิ้งเฉวียนยังส่งคนไปประเทศญี่ปุ่น เชิญนินจาระดับอาวุโสให้มาช่วยในครั้งนี้ด้วย และนินจาอาวุโสเหล่านั้นก็ล้วนแล้วแต่มาจากตระกูลโทคุงาวะ และตระกูลยากิอุซึ่งเป็นศัตรูของเจ้าทั้งสิ้น!”“หากข้าคาดการไม่ผิด..นินจาอาวุโสเหล่านั้นจะมาถึงตระกูลเฉินไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้!”ยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-9ห้าคน หนำซ้ำยังนินจาอาวุโสจากตระกูลโทคุงาวะ และตระกูลยากิอุจากประเทศญี่ปุ่นร่วมด้วยอีก หลิงหยุนได้ฟังยังถึงกับใจสั่น และตกใจไม่น้อย!นั่นเพราะต่อให้หลิงหยุนสามารถเอาชนะตระกูลเฉินได้ก็ต้องกลายมาเป็นศัตรูกับหน่วยนภา และเหล่านินจาญี่ปุ่นอีก..หลิงหยุนถึงกับกรอกตาไปมาและร้องตะโกนออกมาด้วยความโมโห “เฉินจิ้งเฉวียน.. เจ้าช่างร้ายกาจยิ่งนัก ถึงตายก็ยังทิ้งศัตรูไว้ให้ข้าอีกงั้นรึ”เย่ซิงเฉินจ้องมองหลิงหยุนด้วยสีหน้านิ่งเรียบและพูดต่อว่า “ข้ารู้มาว่าครั้งนี้เหล่านินจาที่เฉินจิ้งเฉวียนเชิญมานั้นล้วนเป็นนินจาขั้นเงาทั้งสิ้น แต่จะเชิญมากี่คนนั้นข้าเองก็ไม่รู้ แต่ข้าว่าต้องไม่ต่ำกว่าห้าคนเป็นแน่!” หลิงหยุนขมวดคิ้วพร้อมกับถามขึ้นว่า“นินจาขั้นเงางั้นรึ”เมื่อครั้งที่หลิงหยุนจับยามาดะกับมิตซุยมาได้นั้นเขาได้ข้อมูลมาว่านินจาขั้นโจนินนั้นเหนือกว่าขั้นจูนิน และที่เหนือกว่าโจนินก็คือนินจาขั้นเงา..ตระกูลโทคุงาวะนั้นมีนินจาขั้นเงาอยู่มากมายและที่สำคัญยังมีนินจาที่แข็งแกร่ง และลึกลับอย่างนินจาขั้นเงาเทวะด้วย!และนี่คือนินจาที่ทรงพลังและแข็งแกร่งที่สุดแล้ว!………..