ตอนที่ 708
บทที่ 1137 : ประกาศเป็นพันธมิตร!
October 22, 2026
“ท่านผู้นำตระกูล!” เพียงแค่หลิงหยุนก้าวเท้าออกมาจากประตูบ้านเขาก็พบเหล่ากุ่ยยืนรออยู่ด้านนอกแล้ว และจากท่าทางของเหล่ากุ่ยนั้น ดูเหมือนเขาจะมีเรื่องเร่งด่วนต้องการจะรายงานหลิงหยุน.. หลิงหยุนพยักหน้าส่งสัญญาณให้เหล่ากุ่ยรอก่อนแล้วจึงหันไปบอกกับโม่วู๋เตาว่า “โม่วู๋เตา.. ตอนนี้เจ้าอยากจะกินอะไร หรือจะนอนนานแค่ใหน เชิญเจ้าตามสบายได้เลย ข้ารับรองว่าจะไม่มีผู้ใดรบกวนเจ้าอย่างแน่นอน!” เวลานี้โม่วู๋เตาเหนื่อยจนสายตัวแทบขาดจึงได้แต่คร่ำครวญออกมา “หลิงหยุน.. เจ้าใช้งานข้าหนักเช่นนี้ได้อย่างไรกัน ข้าเหนื่อยแทบตายแล้วเจ้ารู้หรือไม่?” จะไม่ให้โม่วู๋เตาคร่ำครวญได้อย่างไรกันในเมื่อตั้งแต่คืนวันที่ 24 จนกระทั่งถึงคือวันที่27 นั้น ทั้งสามคนนอกจากจะต้องช่วยกันปลุกเสกยันต์แล้ว ต่างก็ยังต้องเดินลมปราณเพื่อฟื้นฟูพลังปราณในร่างของตนเองอีก เรียกว่าไม่ได้หลับได้นอนเลยก็น่าจะถูก และด้วยขั้นของโม่วู๋เตาเวลานี้ เขาสามารถอดทนมาจนถึงตอนนี้ได้ ก็นับเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์แล้ว! หลิงหยุนได้แต่ยิ้มออกมาหลังจากที่ได้ฟังโม่วู๋เตาคร่ำครวญจึงร้องบอกไปว่า “เจ้าจะคร่ำครวญไปทำไมกัน เหตุใดเจ้าจึงไม่คิดว่าหลายวันที่ผ่านมานั้น เจ้าได้เรียนรู้วิชาไปจากข้ามากมายเพียงใด? และนับเป็นกำไรชีวิตของตัวเจ้าเองมากเพียงใด?” “อ่อ..แล้วก็อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าขโมยยันต์ระดับหกของข้าไปมากมายหลายแผ่นด้วย..” “….” โม่วู๋เตาถึงกับพูดไม่ออกเมื่อหลิงหยุนประกาศเสียงดังต่อหน้าทุกคนเช่นนั้น แม้โม่วู๋เตาจะหน้าหนาอยู่มาก แต่ก็ยังพอมียางอายอยู่บ้าง.. แต่ก็เป็นเช่นนั้นจริง..โม่วู๋เตาแอบขโมยยันต์ระดับหกจากหลิงหยุนมาสำหรับไว้ใช้ปกป้องตัวเอง และนี่เป็นผลกำไรอย่างเดียวที่โม่วู๋เตาคิดว่าได้จากการช่วยงานหลิงหยุนในครั้งนี้! ความจริงโม่วู๋เตาเองก็รู้ดีว่า..การที่หลิงหยุนเก็บตัวนั้นก็เพื่อจะปลุกเสกยันต์ และสร้างวัตถุวิเศษต่างๆ แต่ที่หลิงหยุนเจาะจงให้เขาเข้าร่วมในกระบวนการทำสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่ต้นจนจบนั้น ก็เพราะว่าต้องการให้ตัวเขาได้เรียนรู้ และฝึกทักษะในการเขียนยันต์นั่นเอง! โม่วู๋เตาได้เรียนรู้ตั้งแต่การคัดเลือกสมุนไพรการควบคุมความร้อน การผสมหมึกสำหรับเขียนยันต์ การทำกระดาษเขียนยันต์ การเขียนอักขระของยันต์แต่ละประเภท และอื่นๆอีกมากมาย ทั้งหมดนั้นหลิงหยุนสอนเขาด้วยตัวเองทุกขั้นตอน! และนี่นับว่าเป็นของขวัญที่ล้ำค่ายิ่งนัก! โม่วู๋เตาเป็นศิษย์สำนักเหมาซานที่เลื่องชื่อด้านการปลุกเสกยันต์เขาติดตามอาจารย์ของตนมาตั้งแต่อายุยังน้อย แม้โม่วู๋เตาจะเป็นคนเกียจคร้าน แต่พื้นฐานการปลุกเสกยันต์ก็ค่อนข้างดีมากทีเดียว.. ที่สำคัญโม่วู๋เตานับว่าเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์มากคนหนึ่งภายในเวลาเพียงแค่สามวันที่หลิงหยุนสอนโม่วู๋เตาปลุกเสกยันต์นั้น เขาสามารถเรียนรู้ทุกขั้นตอนได้อย่างรวดเร็ว และเริ่มชำนาญมากขึ้นเรื่อยๆ และในช่วงเวลาสามสี่วันที่ผ่านมานั้น..โม่วู๋เตาก็ได้เห็นกับตาตัวเองว่า ความสามารถในการปลุกเสกยันต์ของหลิงหยุนนั้นเหนือกว่านักพรตเหมาซานมากมาย อีกทั้งแต่ละขั้นตอนในการปลุกเสกยันต์ของหลิงหยุนก็ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก จนเขาเองก็อดที่จะชื่นชมไม่ได้.. หลิงหยุนคิดเสมอว่า..การสอนให้คนตกปลาเป็นนั้น ดีกว่าการหาปลาให้เป็นใหนๆ! เขาจึงคิดว่าการสอนให้โม่วู๋เตาสามารถปลุกเสกยันต์ได้ด้วยตัวเองนั้น จะเป็นประโยชน์กับโม่วู๋เตาอย่างมากในวันข้างหน้า.. ไม่เพียงการปลุกเสกยันต์เท่านั้นหลิงหยุนยังอธิบายการสร้างวัตถุวิเศษให้กับโม่วู๋เตาฟังคร่าวๆ เพราะวิชาเหล่านี้ล้วนแล้วแต่จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้โม่วู๋เตากลายเป็นนักพรตที่เก่งกาจในวันข้างหน้า! และหากเปรียบเทียบกับการที่โม่วู๋เตาไม่ได้นอนหลับเพียงแค่สองสามคืนนั้นจึงนับเป็นเรื่องที่เทียบไม่ได้เลยกับประโยชน์ที่ได้รับไป! นี่ยังไม่นับยันต์ระดับหกที่โม่วู๋เตาขโมยไปจากหลิงหยุน! ในตระกูลหลิงมีคนตั้งมากมายและทุกคนก็ล้วนแล้วแต่เป็นพี่น้อง และคนในครอบครัวของเขาทั้งสิ้น แต่หลิงหยุนกลับเลือกโม่วู๋เตาให้ไปช่วยงาน.. และเพียงแค่นี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าหลิงหยุนนั้นเชื่อใจโม่วู๋เตามากเพียงใด และเห็นเขาเป็นดั่งพี่น้อง! โม่วู๋เตาใช้ทุกวิถีทางเพื่อช่วยเรียกวิญญาณของหลิงหยุนให้กลับออกมาจากประตูนรกและยังใช้วิชาแอบดูความลับสวรรค์ช่วยชีวิตหลิงเสี่ยวไว้ด้วย ความช่วยเหลือของโม่วู๋เตานั้นหลิงหยุนนึกซาบซึ้งอยู่ในใจอยู่เสมอ แม้ว่าเขาจะไม่เคยพูดเรื่องเหล่านี้กับโม่วู๋เตา แต่ก็ค่อยๆ แอบตอบแทนโม่วู๋เตาด้วยการกระทำแทน..และโม่วู๋เตาเองก็ไม่ใช่คนโง่การกระทำของหลิงหยุนนั้นเขาเองก็ดูออก ด้วยเหตุนี้เขาจึงซาบซึ้งใจในสิ่งที่หลิงหยุนทำให้ตนเองอยู่ไม่น้อย..แต่ซาบซึ้งใจก็ส่วนซาบซึ้งใจ..เวลานี้โม่วู๋เตามาถึงจุดที่ร่างกายยากจะทานทนได้อีกแล้ว เขาจึงร้องตะโกนใส่หลิงหยุนด้วยความโมโห“ใครขโมยของเจ้าไปกัน..ข้าแค่หยิบมาใช้เฉยๆ!”“อีกอย่าง..ข้าช่วยเจ้าปลุกเสกยันต์เป็นพันๆแผ่น ข้าทำงานเหนื่อยแทบตาย จะไม่มีสิทธิ์ใช้ยันต์สักสองสามแผ่นเลยหรือยังไง”โม่วู๋เตาไม่กล้ามองหน้าหลิงหยุนเขาพูดปกป้องตนเองออกมาเพียงแค่สองสามประโยค แล้วจึงรีบพูดต่อว่า“ข้าหิวข้าวมากแล้วข้าจะรีบไปกินข้าว..”“ท่านน้าจินเหยียว..เหล่ากุ่ย.. ข้าไปก่อนล่ะ!”หลังจากเอ่ยลาจินเหยียวกับเหล่ากุ่ยแล้วโม่วู๋เตาก็ไม่รีรอ และรีบใช้วิชาตัวเบาหนีออกไปจากตรงนั้นทันที“เจ้านักพรตน้อยนี่จริงๆ..”หลังจากโม่วู๋เตาหนีหายไปแล้วหลิงหยุน จินเหยียว และเหล่ากุ่ย ก็ได้แต่ยืนยิ้มออกมาพร้อมกัน..หลิงหยุนเปิดจิตหยั่งรู้ออกสำรวจดูจึงพบว่าเวลานี้โม่วู๋เตากลับไปที่ห้องนอนของตนเอง และกำลังตรวจดูว่าทองคำแท่งของตนนั้นยังอยู่ที่เดิมหรือไม่หลิงหยุนเห็นเช่นนั้นจึงได้แต่แอบคิดในใจว่า‘นักพรตน้อยผู้นี้สนใจแต่เรื่องเงินๆทองๆ นิสัยใจคอช่างคล้ายคลึงกับถังเมิ่งยิ่งนัก!’หลิงหยุนได้แต่ส่ายหน้าไปมาเพราะนึกขันในท่าทีของโม่วู๋เตาจึงบอกผ่านทางกระแสจิตว่า..–นักพรตน้อย..สองสามวันนี้ข้าไม่มีอะไรจะให้เจ้าช่วยแล้ว เจ้าก็พักผ่อนให้เต็มที่ ถึงเวลาฝึกก็ต้องหมั่นฝึก แต่ไม่ต้องรีบร้อนข้ามขั้น ถึงเวลาที่เหมาะสมข้าจะช่วยเจ้าเอง!-“ข้ารู้แล้วน่า..”โม่วู๋เตาที่กำลังนั่งยองๆอยู่ในห้องนอน ลูบไล้ก้อนทองแท่งของตนไปมาอย่างมีความสุข พร้อมกับร้องตะโกนบอกหลิงหยุนเสียงห้วน และเขาก็รู้ว่าหลิงหยุนต้องได้ยินอย่างแน่นอน!…..หลังจากทะเลาะกับโม่วู๋เตาจบแล้วหลิงหยุนจึงหันไปทางจินเหยียว..หลังจากที่ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันถึงสี่วันสามคืนหลิงหยุนกับจินเหยียวต่างก็เริ่มคุ้นเคย และสนิทสนมกันราวกับญาติแท้ๆในความรู้สึกของหลิงหยุนนั้นจินเหยียวไม่ต่างจากแม่ของเขาคนหนึ่ง และจินเหยียวเองก็ปฏิบัติต่อหลิงหยุนราวกับลูกของตนเองเช่นกันจินเหยียวจ้องมองหลิงหยุนด้วยแววตารักใคร่และชื่นชมพร้อมกับพูดขึ้นว่า “หลิงหยุน.. คิดไม่ถึงว่าฝีมือในการสร้างค่ายกล และปลุกเสกยันต์ของเจ้าจะล้ำเลิศถึงเพียงนี้ ทำให้ข้านึกอัศจรรย์ใจยิ่งนัก!”