ตอนที่ 709
บทที่ 1138 : ตระกูลหลงยื่นมือเข้ามายุ่ง!
October 22, 2026
ในเวลานั้นเอง..เหล่ากุ่ยได้รีบพูดแทรกขึ้นมาทันที “ผู้นำตระกูล.. ท่านยังไม่รู้อะไร หลังจากที่ตระกูลซันกับตระกูลเฉินประกาศต่อสาธารณชนว่าสองตระกูลเป็นพันธมิตรกันแล้วนั้น พวกมันก็ได้แอบนัดหมายกันว่า จะลงมือกับตระกูลหลิงพร้อมกัน!” “เวลานี้..สถานการณ์ทั่วทั้งปักกิ่งล้วนไม่เป็นประโยชน์ต่อตระกูลหลิงเลยแม้แต่น้อย!” หลิงหยุนนั่งฟังด้วยท่าทีสงบนิ่งและดูเหมือนว่าความสงบภายในของหลิงหยุนนั้นได้ส่งผลไปถึงหลิงลี่ด้วย หลังจากที่หลิงลี่ได้ระบายความโกรธออกมาเมื่อครู่ เขาก็ค่อยๆกลับเข้าสู่ความสงบนิ่งเช่นเดียวกับหลิงหยุน หลิงลี่ครุ่นคิดอยู่นานแต่จู่ๆ ก็ตัดสินใจพูดออกไปว่า “หลิงหยุน.. ปู่รู้ดีว่าการประลองครั้งนี้จะเป็นการประลองเพื่อนำตระกูลหลิงให้กลับมาผงาดขึ้นมาได้อีกครั้ง!” “หลายวันมานี้..ปู่รู้ว่าเจ้าไดเ้ตรียมการสำหรับการประลองครั้งนี้จนใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่..” “แต่ดูเหมือนเวลานี้ทุกอย่างจะไร้ประโยชน์แล้ว..” ทันทีที่หลิงหยุนได้ยินคำพูดประโยคนี้ของหลิงลี่เขาก็ถึงกับใจสั่น และสังเกตเห็นว่าร่างของหลิงลี่เองก็สั่นสะท้านเช่นกัน และในดวงตานั้นก็ปรากกฏความรู้สึกที่ยากจะอธิบายออกมาได้.. จากนั้นหลิงหลี่ก็ได้เอื้อมมือที่สั่นเทาของตนเองออกไปหยิบจดหมายฉบับหนึ่งบนโต๊ะยื่นให้กับหลิงหยุนพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ.. “ตอนนี้สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว..” “เพราะตระกูลหลงได้ยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้..” หลิงหยุนนึกเย้ยหยันอยู่ในใจพร้อมกับเปิดจดหมายในมือออกอ่านและในกระดาษสีขาวแผ่นบางนั้น ก็มีตัวอักษรอยู่เพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น.. –ขอแนะนำตระกูลหลิง..ความสงบมีราคาแพงยิ่งนัก!- –ลงชื่อ..หลงฮ่าวหลาน– พร้อมตราประทับรูปมังกรและหงส์ร่ายรำ.. หากฟังดูเผินๆอาจจะคล้ายกับว่าเป็นคำแนะนำธรรมดาๆ แต่ในสายตาของหลิงหยุนแล้ว ตัวอักษรเพียงไม่กี่คำบนกระดาษแผ่นนี้ นัยยะแท้จริงแล้วมันคือคำสั่งที่แฝงมาด้วยความยะโสโอหัง! หลิงหยุนได้อ่านข้อความแล้วถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากันพร้อมกับเอ่ยถามหลิงลี่ “ท่านปู่.. หลงฮ่าวหลานคือใคร เหตุใดจึงได้ยะโสโอหังเช่นนี้?” แต่หลิงลี่กลับนิ่งเงียบ.. เหล่ากุ่ยที่ยืนฟังด้วยความนิ่งเงียบอยู่นานถึงกับยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อที่ไหลออกจากหน้าผาก พร้อมกับกระซิบเสียงเบาว่า “หลงฮ่าวหลานคือผู้นำตระกูลหลง!” “ผู้นำตระกูลหลงงั้นรึ!น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว..” หลิงหยุนแสยะยิ้มพร้อมกับพูดขึ้นว่า“ในเมื่อหลงฮ่าวหลานเป็นผู้นำตระกูลหลง ข้าเองก็เป็นผู้นำตระกูลหลิง ทั้งข้าและเขาต่างก็เป็นผู้นำตระกูลทั้งคู่ เหตุใดจึงต้องยะโสโอหังกับข้าเช่นนี้” เวลานี้หลิงหยุนรู้สึกโมโหหงุดหงิดอย่างมากนั่นเพราะจากสีหน้าของหลิงลี่ และท่าทางของเหล่ากุ่ยนั้น บ่งบอกว่าทั้งคู่กำลังถูกผู้นำตระกูลหลงผู้นี้สร้างความกดดันให้มากเพียงใด! และเป็นความกดดันที่ไม่สามารถหาทางออกได้อีกด้วย! หลายวันมานี้..หลิงหยุนได้เตรียมการมากมายสำหรับการประลองที่กำลังจะเกิดขึ้น และเขาหวังที่จะนำพาตระกูลหลิงให้กลับมารุ่งเรืองได้อีกครั้ง เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับเหล่าสมาชิกตระกูลหลิงทุกคน แต่ทุกอย่างกลับต้องมาพังทลายลง เพียงเพราะตัวอักษรไม่กี่คำของหลงฮ่าวหลานงั้นหรือ หลิงหยุนครุ่นคิดเรื่องนี้แล้วก็ยิ่งโมโหและเริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล และหากเขาจัดการกับเรื่องนี้ไม่ระมัดระวัง ตระกูลหลิงอาจต้องพบเจอปัญหาใหญ่ได้! หลิงหยุนกำจดหมายในมือแน่นและหันไปถามเหล่ากุ่ยว่า “เหล่ากุ่ย.. ใครเป็นคนนำจดหมายฉบับนี้มาส่งให้ตระกูลหลิง”เหล่ากุ่ยเห็นสีหน้าหลิงหยุนเวลานี้ก็รู้ได้ทันทีว่าเขากำลังโมโหอย่างมากจึงรีบตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว“ตอบท่านผู้นำตระกูล..เป็นลูกพี่ลูกน้องของหลงฮ่าวหลาน ชื่อว่าหลงฮ่าวเฉียง เขาเป็นยอดฝีมือที่อีกครึ่งระดับก็จะเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-9 แล้ว!”“หึ..”หลิงหยุนคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ให้ยอดฝีมือที่ยังไม่เข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-9 เป็นผู้นำมาส่งสาส์นให้กับข้า เห็นได้ชัดว่าตระกูลหลงไม่ได้เห็นตระกูลหลิงอยู่ในสายตาเลย สิ่งแรกที่ข้าจะทำคือหักขาของหลงฮ่าวหลานทิ้งทั้งสองข้าง!”“เอิ่ม..”เหล่ากุ่ยได้ฟังคำพูดของหลิงหยุนแล้วถึงกับเหงื่อตกและได้แต่แอบคิดในใจว่า.. ขาของคนตระกูลหลงใช่ว่าคิดอยากจะหัก ก็สามารถหักได้ง่ายๆที่ใหนกัน!“หลิงหยุน..เจ้าใจเย็นๆก่อน!”ในเวลานั้นเอง..หลิงลี่ที่นั่งฟังโดยไม่พูดอะไรมาตลอด ก็ได้หันไปมองหลิงหยุนพร้อมกับถอนหายใจออกมา และพูดขึ้นว่า“หลิงหยุน..ที่ผ่านมาตระกูลหลงก็นับว่าดีกับตระกูลหลิงไม่น้อย! อีกทั้งตระกูลหลงยังเป็นตระกูลอันดับหนึ่ง ในเมื่อเวลานี้ตระกูลใหญ่ทั้งสามตระกูลจะประลองกันเช่นนี้ ตระกูลหลงคงไม่สามารถนิ่งดูดายได้ จึงเป็นธรรมดาที่ต้องยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยว!”“แล้วในจดหมายก็ไม่ได้เป็นการสั่งว่าตระกูลหลิงจะต้องทำเช่นนั้นแต่เป็นเพียงแค่การแนะนำเท่านั้น!”หลิงลี่พยายามอธิบายเพื่อให้หลิงหยุนรู้สึกดีขึ้นและจิตใจเย็นลงเท่านั้นเอง..แต่มีหรือที่หลิงหยุนซึ่งกำลังโมโหจะยอมฟังเขายังคงต่อล้อต่อเถียงกับหลิงลี่ “ท่านปู่.. ตระกูลหลงดีต่อตระกูลหลิง เรื่องนั้นพวกเราตระกูลหลิงย่อมซาบซึ้งใจ! แต่การที่ตระกูลหลงจงใจส่งจดหมายฉบับนี้มาให้ เห็นได้ชัดว่าจงใจข่มเหงคนตระกูลหลิง!”“หากตระกูลหลงต้องการที่จะให้เกิดความสงบอย่างที่ปากว่าจริงๆก็ควรจะเรียกตระกูลใหญ่ทั้งสามตระกูลมาพูดคุยเจรจาพร้อมหน้ากัน และหว่านล้อมด้วยเหตุผลอย่างเท่าเทียมกัน เหตุใดจึงต้องส่งจดหมายเช่นนี้ให้กับตระกูลหลิงเพียงแค่ตระกูลเดียวด้วย”“และตัวอักษรในจดหมายของหลงฮ่าวหลานที่ขัดหูขัดตาข้ามากที่สุดก็คือคำว่า‘มีราคาแพง’ มันมีความหมายเช่นใดงั้นรึ”หลิงหยุนพูดออกมาตามตรงอย่างที่ตนเองรู้สึก..เหล่ากุ่ยได้ฟังคำโต้แย้งของหลิงหยุนแล้วก็ไม่รู้จะทำเช่นใดจึงได้แต่ยกมือขึ้นมาปาดเหงื่ออีกครั้ง และได้แต่คิดในใจว่าดูจากอารมณ์ของหลิงหยุนเวลานี้ หากเขาอยู่ในวันที่หลงฮ่าวหลานมาส่งจดหมายฉบับนี้ คงต้องสั่งให้หักขาหลงฮ่าวเฉียงทิ้งอย่างแน่นอน..หลิงหยุนจึงถามขึ้นอีกครั้งว่า“ท่านปู่.. หลงฮ่าวเฉียงพูดอะไรบ้างในวันที่มา”หลิงลี่รู้ว่าการกระทำของผู้นำตระกูลหลงนั้นได้สร้างความไม่พอใจให้กับหลิงหยุนเป็นอย่างมากหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่จึงบอกกับหลิงหยุนไปว่า“หลงฮ่าวเฉียงไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่บอกว่าอยากพบเจ้า แต่ข้าห้ามไว้โดยใช้ข้ออ้างว่าเจ้ากำลังเก็บตัวฝึกวิชอยู่!”“แต่ก่อนที่หลงฮ่าวเฉียงจะกลับไปเขาได้บอกว่า.. ตระกูลหลงให้เวลาตระกูลหลิงคิดอย่างรอบคอบหนึ่งคืน และในวันพรุ่งนี้จะต้องให้คำตอบ!” หลิงหยุนได้ยินจึงร้องออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน“ดี! ในเมื่อตระกูลหลงอยากยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้นัก ข้าย่อมมีคำตอบให้พวกเขาแล้ว!”พูดจบ..หลิงหยุนก็แสยะยิ้มออกมา และพับจดหมายฉบับนั้นเก็บเข้าไปในซองดังเดิม แล้วเรียกเก็บเข้าไปในแหวนจักรวาล..จดหมายฉบับนี้ไม่สามารถฉีกทิ้งได้แล้วเพราะหากจะฉีก ต้องฉีกต่อหน้าคนตระกูลหลงเท่านั้น ไม่เช่นนั้นหลิงหยุนคงจะไม่หายแค้นใจ!หลิงหยุนหันไปมองหลิงลี่พร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด“ท่านปู่.. นับจากนี้ไป เรื่องระหว่างตระกูลหลิงกับตระกูลหลง หลานจะเป็นคนจัดการเอง ท่านปู่ไม่ต้องกังวลใจไป!”หลิงหยุนพูดเช่นนั้นไม่ใช่เพราะความจองหองอวดดีและไม่ใช่เพราะไม่เคารพอาวุโสเช่นหลิงลี่ แต่หลิงหยุนได้ตัดสินใจแล้ว! นั่นเพราะหลังจากที่ได้พิจารณาอย่างรอบคอบและทำความเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว หลิงหยุนจึงรู้ว่านอกจากหลิงหยุนแล้ว สมาชิกคนอื่นๆในตระกูลหลิง ตั้งแต่รุ่นอาวุโสไปจนถึงทายาทรุ่นเล็ก ล้วนแต่มีบุญคุณของตระกูลหลงค้ำคออยู่ทั้งสิ้น ทุกคนในตระกูลหลิงต่างก็เกรงใจตระกูลหลงไปจนถึงขั้นเกรงกลัวเลยทีเดียว และในเมื่อผู้นำตระกูลหลงเป็นผู้ส่งสาส์นมาโดยตรงเช่นนี้ มีหรือที่คนตระกูลหลิงจะกล้าปฏิเสธ..