ตอนที่ 710
บทที่ 1139 : จงใจสร้างความวุ่นวาย!
October 22, 2026
หลิงลี่คิดไม่ถึงจริงๆว่าหลานชายของตนเองจะกล้าพูดจาห้าวหาญเช่นนี้ออกมา! ในเวลานั้น..สายตาของหลิงลี่กับเหล่ากุ่ยต่างก็บ่งบอกความรู้สึกที่เหมือนกัน ทั้งคู่ได้แต่คิดว่าหลิงหยุนช่างเป็นเด็กหนุ่มที่แข็งแกร่ง และไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดเลยจริงๆ! และนั่นยิ่งทำให้หลิงลี่มั่นใจว่าหลิงหยุนได้กลายมาเป็นเสาหลักของตระกูลหลิงแล้ว! แม้ว่าคำพูดและท่าทีของหลิงหยุนจะทำให้หลิงลี่ตกใจอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดความรู้สึกชื่นชมในตัวหลิงหยุนไม่น้อยด้วย! ในวันที่เผชิญหน้ากับตระกูลเฉินและตระกูลซันที่สุสานนั้นหลิงหยุนก็ได้จัดการจนทั้งสองตระกูลต้องล่าถอยกลับไปอย่างไม่เป็นท่า.. มาวันนี้..หลังจากได้รับจดหมายจากผู้นำตระกูลหลงอย่างหลงฮ่าวหลาน หลิงหยุนก็แสดงท่าทีไม่ยอมอ่อนข้อให้ถึงเพียงนี้! ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า..หลิงหยุนมีจิตใจที่แข็งแกร่ง มีความมุ่งมั่นและแน่วแน่ในสิ่งที่ตนทำ แม้ศัตรูจะแข็งแกร่งและมีอำนาจมากเพียงใด ก็ยังไม่สามารถทำให้จิตใจของหลิงหยุนสั่นคลอนได้! และนับตั้งแต่หลิงหยุนกลับเข้าตระกูลหลิง..การกระทำของเขาก็ล้วนแล้วแต่บ่งบอกถึงนิสัยใจคอเช่นนี้ได้อย่างชัดเจน! จิตใจของหลิงหยุนนั้นเสมือนเด็กที่ปราศจากความกังวลปราศจากความกลัว และเชื่อมั่นในตนเองสูงอย่างที่ไม่มีสิ่งใดจะมาขวางกั้นได้! คนเช่นหลิงหยุนนั้นนับว่าหาได้ยากนักแทบจะหนึ่งในล้านเลยก็ว่าได้! จึงไม่แปลกที่ภายในเวลาเพียงไม่ถึงครึ่งปี..หลิงหยุนกลับสามารถฝ่าฟันอันตรายนับร้อยพันมาได้ด้วยตนเองเพียงลำพัง อีกทั้งยังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ และด้วยจิตใจและจิตวิญญาณที่ห้าวหาญนี้ ทำให้ผู้คนมากมายยอมถวายชีวิตและวิญญาณเพื่อติดตามหลิงหยุน! “ฮ่า..ฮ่า.. ฮ่า..” จู่ๆหลิงลี่ก็หัวเราะออกมาพร้อมกับลุกขึ้นยืน และหันไปจับมือหลิงหยุนไว้พร้อมกับพูดขึ้นว่า “เยี่ยม!เยี่ยมมาก! เยี่ยมมาจริงๆ!” ความเศร้าหมองหดหู่ในจิตใจของหลิงลี่ที่มีก่อนหน้านี้ได้อันตรธานหายไปในทันที และอิทธิพลของตระกูลหลงก็ไม่ได้มีผลต่อจิตใจของเขาอีกเลย! หลิงลี่ยกมือขึ้นตบไหล่หลิงหยุนพร้อมกับพูดขึ้นว่า“หลิงหยุน.. คิดไม่ถึงว่าวันนี้เจ้าจะอบรมปู่ได้ดีเช่นนี้!” “ปู่ไม่ผิดจริงๆที่ยกตระกูลหลิงให้เจ้าดูแล!นับจากนี้ไป.. เจ้าจงนำพาตระกูลหลิงไปในทิศทางที่เจ้าเชื่อมั่น และทำในสิ่งที่เจ้าต้องการจะทำ! ปู่จะเป็นเพียงแค่ผู้สนับสนุน และจะไม่คัดค้านใดๆอีก!” หลังจากพูดจบ..หลิงลี่ก็หยิบจดหมายบนโต๊ะอีกหนึ่งฉบับยื่นให้หลิงหยุนพร้อมกับพูดขึ้นว่า “หลิงหยุน..นี่เป็นจดหมายที่ลุงใหญ่ของเจ้าทิ้งไว้ให้ เจ้าลองอ่านดูสิ!” และจดหมายฉบับสุดท้ายที่หลิงลี่ยื่นให้กับหลิงหยุนก็คือจดหมายจากหลิงเจิ้นนั่นเอง! หลิงหยุนเพียงแค่ใช้จิตหยั่งรู้สำรวจดูก็สามารถรู้ข้อความในจดหมายฉบับนี้ได้แล้วจดหมายฉบับนี้เป็นจดหมายที่หลิงเจิ้นเขียนถึงหลิงหยุน โดยมีใจความคร่าวๆว่า.. การประลองระหว่างตระกูลหลิงกับตระกูลเฉินและตระกูลซันนั้นเขาเชื่อว่าหลิงหยุนจะสามารถนำพาตระกูลหลิงไปบดขยี้ศัตรูทั้งสองได้อย่างแน่นอน ส่วนตัวเขาที่ยังอยู่เพียงแค่ระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-7 นั้น ต่อให้เข้าร่วมการประลองในครั้งนี้ด้วยก็คงจะไม่สามารถช่วยอะไรได้มาก จึงไม่ขอเข้าร่วมการประลองในครั้งนี้ อีกทั้งตัวเขาเองก็กำลังโศกเศร้าเพราะเพิ่งจะสูญเสียลูกชายไป จึงขอออกเดินทางท่องเที่ยวไปสักพัก.. แต่ถึงกระนั้นหลิงหยุนก็แสร้งทำเป็นเปิดจดหมายออกอ่านจากนั้นจึงถามขึ้นว่า “ท่านปู่.. ท่านลุงใหญ่ทำเช่นนี้หมายความอย่างไรกัน และเหตุใดจึงต้องออกเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเวลาเช่นนี้?” หลงลี่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ“หลิงหยุน.. แม้หลิงห่าวจะอกตัญญูชั่วช้า แต่เขาก็เป็นลูกชายของลุงเจ้า เจ้าสังหารลูกชายของเขากับมือเช่นนี้ เขาย่อมเจ็บปวดเสียใจเป็นธรรมดา นี่เป็นความรู้สึกของมนุษย์ทั่วไปไม่ใช่รึ” “อีกอย่าง..ลุงของเจ้าก็เคยเป็นผู้นำตระกูลหลิงมาก่อน แต่เวลานี้เจ้ากลับเข้ามารับตำแหน่งนี้แทน ลุงของเจ้าย่อมรู้สึกเสียหน้าเป็นธรรมดา และคงไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับเจ้า เขาจึงได้เลือกที่จะออกเดินทางท่องเที่ยว เพื่อจงใจหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับเจ้า!” “ความเจ็บปวดจากการสูญเสียลูกชายนั้นคงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะรู้สึกดีขึ้น และระหว่างเจ้ากับลุงใหญ่ ก็คงต้องอาศัยเวลาอีกสักพักเช่นกัน..” “ปกติที่ผ่านมา..ลุงของเจ้าก็อยู่แต่ในปักกิ่งมาตลอด เวลานี้เขาได้ออกเดินทางท่องเที่ยวเช่นนี้ คงจะช่วยให้เขาผ่อนคลายจิตใจได้บ้าง!” “ที่สำคัญ..แม้ว่าลุงของเจ้าจะอยู่ในระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-7 แต่หากเข้าร่วมการประลอง ก็คงไม่สามารถช่วยอะไรได้มาก!”“เพราะเหตุนี้..ระหว่างที่เจ้าเก็บตัวอยู่นั้น ลุงของเจ้าจึงได้มาปรึกษา และสอบถามความเห็นจากข้า หลังจากนั้นเขาจึงได้ตัดสินใจทำเช่นนั้น!”เรื่องระหว่างหลิงเจิ้นกับหลิงหยุนนั้นเห็นได้ชัดว่าหลิงลี่ไม่ต้องการพูดอะไรมาก เขาจึงได้อธิบายทุกอย่างให้หลิงหยุนฟังอย่างกระจ่างชัดในคราวเดียว และรอดูปฏิกิริยาของหลิงหยุนต่อไป..หลิงหยุนฟังแล้วก็เพียงแค่พยักหน้าและไม่แสดงอารมณ์ใดๆออกมา แต่ในสมองนั้นกำลังครุ่นคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่หลิงหยุนใคร่ครวญอย่างละเอียด..หลังจากที่เขาสังหารหลิงห่าวแล้ว นับตั้งแต่วันที่ไปเคารพหลุมศพบรรพชน เขาก็ไม่พบหน้าหลิงเจิ้นอีกเลย และในวันนั้น.. เขากับหลิงเจิ้นก็ไม่ได้พูดจากันแม้แต่คำเดียว มีเพียงแค่เอ่ยทักทายตามมารยาท และหลิงเจิ้นก็เพียงแค่พยักหน้าเท่านั้น!แต่ถึงอย่างไร..ในช่วงเวลาที่ตระกูลหลิงกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤติเช่นนี้ แต่หลิงเจิ้นกลับเลือกที่จะออกเดินทางไปท่องเที่ยว หลิงหยุนรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ไม่ปกติอย่างยิ่ง!และการที่หลิงหยุนสังหารลูกชายของหลิงเจิ้นตายต่อหน้านั้นหากจะบอกว่าหลิงเจิ้นไม่โกรธแค้นหลิงหยุน ย่อมไม่มีทางเป็นไปได้!หลิงหยุนมีลางสังหรณ์ที่แม่นยำเขาสังเกตเห็นความโหดเหี้ยมในแววตาของหลิงเจิ้นหลายครั้งหลายครา แม้กระทั่งในวันที่เขาลงมือสังหารหลิงห่าว!หลิงหยุนเองก็หาเหตุผลไม่ได้และคิดว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน และรอจนกระทั่งให้การประลองเสร็จสิ้น จึงจาหาโอกาสเจรจากับหลิงเจิ้นอย่างตรงไปตรงมา..แต่กลับคิดไม่ถึงว่าหลิงเจิ้นจะอ้างเหตุผลที่น่าเห็นใจนี้พาตัวเองออกจากตระกูลหลิง และออกจากปักกิ่งไปเช่นนี้เสียก่อน!อีกทั้งยังไม่มีใครรู้ด้วยว่าหลิงเจิ้นจะเดินทางไปที่ใดกันแน่หลิงหยุนครุ่นคิดอยู่ในใจและรู้สึกว่ายิ่งต้องระมัดระวังตัวให้มาก แต่ก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรออกไป และเพียงแค่พยักหน้ารับรู้เท่านั้น!หลิงลี่ได้แต่แอบถอนหายใจ..เขารู้ดีว่ารอยร้าวระหว่างหลิงหยุนกับหลิงเจิ้นนั้น ทั้งชีวิตนี้ก็ยากที่จะผสานคืนดังเดิมได้!แต่หลิงลี่ก็รู้ดีว่าเรื่องราวลักษณะนี้ในตระกูลใหญ่ต่างก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงความขัดแย้งภายในเช่นนี้ได้!ทั้งหลิงหยุนกับหลิงลี่ต่างก็มีท่าทีกระอักกระอ่วนต่างคนต่างนิ่งเงียบ และไม่มีการถามถึงวันเดินทางของหลิงเจิ้นเลยแม้แต่น้อย..หลิงลี่เอื้อมไปหยิบกุญแจหลายดอกบนโต๊ะส่งให้หลิงหยุนพร้อมกับอธิบายว่า“หลิงหยุน.. นี่เป็นกุญแจที่ผู้นำตระกูลต้องเป็นผู้ถือไว้ ข้าเป็นตัวแทนมอบให้กับเจ้าแทนหลิงเจิ้น!”“นี่คือกุญแจห้องบรรพชนส่วนนี่คือกุญแจคุกใต้ดิน และนี่คือกุญแจบ้านในสวนชั้นที่สาม และดอกสุดท้ายคือกุญแจประตูใหญ่ เจ้าเก็บรักษาไว้ให้ดี!”“ก่อนลุงของเจ้าจะจากไปได้บอกกับข้าว่าเวลานี้เจ้าเป็นผู้นำตระกูลหลิงแล้ว จึงขอยกบ้าน และสวนชั้นที่สามให้กับเจ้าอยู่..”“ในฐานะที่เจ้าเป็นผู้นำตระกูลหลิงการที่จะให้เจ้าไปอยู่ในสวนชั้นที่เจ็ดเช่นนี้ จึงไม่ถูกต้องนัก!”“ระหว่างที่เจ้าเก็บตัวอยู่นั้นข้าก็ได้สั่งให้คนไปเก็บกวดบ้านในสวนชั้นที่สามเรียบร้อยแล้ว หากเจ้าต้องการอะไรเพิ่มเติม ก็บอกเหล่ากุ่ยให้ไปจัดการได้!”“เจ้าถือกุญแจเหล่านี้และอาศัยอยู่ในสวนชั้นที่สาม นี่จึงจะเป็นการบ่งบอกฐานะผู้นำตระกูลของเจ้า!”หลิงหยุนพยักหน้านิ่งเงียบและรับกุญแจทั้งหมดเข้าไปเก็บไว้ในแหวนจักรวาล พร้อมกับสาส์นท้าประลองจากตระกูลเฉินและตระกูลซันด้วย!“หลิงหยุน..ปู่ยังไม่ได้ถามเจ้าเลย การเก็บตัวหลายวันที่ผ่านมาเป็นเช่นใดบ้าง”หลิงหยุนยิ้มให้และตอบไปว่า “ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง ท่านปู่อย่าได้เป็นห่วงไปเลย อดใจรอให้ถึงวันประลอง ข้าจะทำให้ตระกูลเฉินกับตระกูลซันพ่ายแพ้ยับเยินเลยทีเดียว!”หลิงลี่ได้ฟังคำพูดมั่นอกมั่นใจของหลิงหยุนจึงได้แต่ยิ้มออกมา และพูดขึ้นว่า “เอาล่ะ.. ในเมื่อเจ้ามั่นอกมั่นใจเช่นนั้น ปู่ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลใจอีกแล้ว!” จากนั้นหลิงลี่จึงถามต่อว่า“หลิงหยุน.. แล้วเรื่องราววุ่นวานที่สวนด้านหน้าตระกูลหลิงในเวลานี้เล่า เจ้าคิดจะการเช่นใด”ด้วยขั้นของหลิงหยุนเวลานี้..ประสาทสัมผัสทั้งห้าของเขาจึงมีอานุภาพที่ทรงพลังยิ่งนัก สามารถรับรู้เหตุการณ์ที่อยู่ไกลมากกว่าหนึ่งกิโลเมตรได้ไม่ยาก มีหรือที่จะไม่ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายที่ดังอยู่ที่สวนด้านหน้า!หลิงหยุนพยักหน้ายิ้มๆและตอบกลับไปว่า “ท่านปู่.. พวกเราออกไปดูกัน!”…….