ตอนที่ 711
บทที่ 1140 : ตบหน้าสั่งสอน!
October 22, 2026
“อะไรนะ!เด็กนี่นะเหรอ.. ผู้นำตระกูลหลิง?!” “นี่..จะเป็นไปได้ยังไงกัน ผู้นำตระกูลหลิงไม่ใช่หลิงเจิ้นหรอกเหรอ?” “เขายังเด็กเกินไป!ดูเหมือนจะอายุไม่ถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำ จะไปรู้เรื่องธุรกิจได้ยังไง!” “หลิงหยุนเหรอทำไมฉันถึงได้รู้สึกว่าชื่อนี้คุ้นหูนักนะ?! ว่าแต่ฉันเคยได้ยินชื่อนี้มาจากที่ใหนกันนะ?!” …… หลังจากที่หลิงเย่วได้ประกาศฐานะของหลิงหยุนต่อหน้านักธุรกิจทุกคนในห้องรับแขกแล้วเวลานี้ทุกคนต่างก็ได้แต่นิ่งอึ้งไปตามๆกัน หลิงเย่วยกมือขึ้นห้ามเป็นการส่งสัญญาณให้ทุกคนในห้องอยู่ในความสงบพร้อมกับพูดขึ้นว่า “เอาล่ะ..ทุกท่านได้โปรดอยู่ในความสงบก่อน!” และเมื่อทุกคนต่างก็นิ่งเงียบกันแล้วหลิงเย่วจึงยิ้มออกมา และย้ำกับทุกคนในห้องว่า “ทุกท่านไม่จำเป็นต้องสงสัยเรื่องผู้นำตระกูลหลิง.. ตามกฏของตระกูล.. ทายาทที่มีอายุสิบแปดปีขึ้นไปจะสามารถขึ้นเป็นผู้นำตระกูลได้!” คำอธิบายของหลิงเย่วนั้นเท่ากับเป็นการประกาศย้ำฐานะผู้นำตระกูลหลิงของหลิงหยุนให้คนนอกได้รับรู้อย่างเป็นทางการ และเป็นการผลักดันหลิงหยุนให้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำตระกูลหลิงอย่างจริงจังเสียที! และเมื่อใดที่หลิงหยุนได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตระกูลหลิงอย่างเป็นทางการและคนนอกต่างก็รับรู้กันถ้วนหน้า หลิงหยุนจะได้สามารถจัดการเรื่องต่างๆด้วยตัวเองเสียที ไม่ต้องอยู่เฉพาะเบื้องหลังเหมือนที่ผ่านมา.. ท่ามกลางความสงสัยคลางแคลงใจของเหล่านักธุรกิจจากตระกูลระดับกลางจนถึงระดับเล็กที่อยู่ภายในห้องแต่หลิงหยุนกลับนั่งไขว่ห้างเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีผ่อนคลาย อีกทั้งสีหน้าที่สงบนิ่งนั้นก็ยังปรากฏรอยยิ้มหยันขึ้นที่มุมปาก พร้อมกับใช้นิ้วชี้เคาะโต๊ะกระจกใสอย่างเป็นจังหวะไปด้วย.. แม้สายตาของหลิงหยุนไม่คมกริบและดุดันดังเช่นก่อนหน้า แต่ก็ดูมีอำนาจจนสามารถสะกดคนธรรมดาสามัญที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างง่ายดาย หลิงหยุนจ้องมองคนเหล่านั้นพร้อมกับนึกขบขันอยู่ในใจ.. จากนั้นหลิงเย่วก็พูดขึ้นว่า“ขอทุกท่านได้โปรดมั่นใจ.. เวลานี้ผู้นำตระกูลหลิงอยู่ตรงหน้าทุกท่านแล้ว ผู้นำตระกูลจะต้องให้คำตอบที่ทุกท่านพอใจอย่างแน่นอน!” หลิงเย่วไม่จำเป็นต้องอธิบายความเป็นมาของหลิงหยุนให้ผู้คนที่อยู่ในห้องนี้ฟังอย่างละเอียดเพราะพวกเขาเหล่านี้ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะรับรู้ว่าหลิงหยุนเป็นใคร และมาจากใหน? หลิงเย่วจึงแค่ทำหน้าที่ผลักดันหลิงหยุนขึ้นสู่ฐานะที่สูงส่งนี้เท่านั้น.. “นี่มันอะไรกันตระกูลหลิงคิดจะเล่นตลกอะไร ถึงได้ให้เด็กเมื่อวานซืนมาเจรจาธุรกิจใหญ่โตเช่นนี้? คุณหลิง.. นี่คุณไม่ได้ล้อพวกเราเล่นใช่มั๊ย?” หลังจากที่หายจากอาการตกใจหานเถี่ยซินก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับพูดจาเย้ยหยันหลิงหยุนทันที และแทบไม่เห็นหลิงหยุนอยู่ในสายตา.. “นั่นสิ!ตลกสิ้นดี.. หลิงหยุนนี่นะเป็นผู้นำตระกูลหลิง ผมไม่เคยพบเจออะไรแบบนี้มาก่อนเลยจริงๆ นี่ตระกูลหลิงไม่เหลือใครแล้วจริงๆหรือยังไง? ถึงได้เอาเด็กขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูลแบบนี้?” จ้าวจิ่งหมิงรีบร้องตะโกนสนับสนุนทันทีเสียงตะโกนของเขานั้นดังราวกับเกรงว่าเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นภายในห้องจะยังวุ่นวายไม่พอ.. ….. หลังจากที่ตระกูลซันกับตระกูลเฉินประกาศเป็นพันธมิตรกันแล้วนั้นก็ได้วางแผนให้ตระกูลเล็กๆ อย่างตระกูลหานและตระกูลจ้าว ให้ไปทำการป่วนตระกูลหลิงให้เกิดความโกลาหลวุ่นวายอีกทางหนึ่ง โดยรับปากจะให้ผลประโยชน์มากมายกับสองตระกูลนี้! แต่เพราะตระกูลซันกับตระกูลเฉินต่างก็เพียงแค่ต้องการหลอกใช้ตระกูลหานกับตระกูลจ้าวไปเป็นหนังหน้าไฟแทนพวกตนเท่านั้นจึงไม่บอกแม้กระทั่งว่าเวลานี้ผู้นำตระกูลหลิงก็คือหลิงหยุน และไม่ได้บอกเล่าถึงความแข็งแกร่งของตระกูลหลิงที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วด้วย.. เรื่องที่หลิงหยุนไปช่วยหลิงเสี่ยวออกมาได้สำเร็จและเหตุการณ์ที่หลิงหยุนกำราบตระกูลเฉินกับตระกูลซันที่สุสานนั้น เรื่องต่างๆเหล่านี้มีหรือที่จะเล็ดลอดออกไปถึงหูตระกูลระดับกลางและระดับเล็กเหล่านี้ได้ จึงเป็นไปไม่ได้ที่คนเหล่านี้จะมีโอกาสรู้ความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง หานเถียนซินกับจ้าวจิ่งหมิงเองก็เช่นกัน! ความจริงแล้วไม่ว่าจะเป็นเรื่องการถอนหุ้นในธุรกิจต่างๆหรือแม้แต่การยุติโครงการที่ทำร่วมกันกับตระกูลหลิง ทุกเรื่องล้วนแล้วแต่สามารถนั่งเจรจาพูดคุย และปรึกษาหารือกัน เพื่อหาทางออกที่ทั้งสองฝ่ายพึงพอใจได้ แต่หากมีใครสักคนพยายามที่จะเป่าหู และปลุกระดมคนอื่นๆให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวาย จากเรื่องที่ง่ายก็จะกลายเป็นเรื่องที่ยากขึ้น และกลายเป็นปัญหาใหญ่ในที่สุด! เวลานี้หลายคนต่างก็เริ่มกระวนกระวายใจและแสดงออกว่าเห็นด้วยกับหานเถี่ยซิน และจ้าวเจี่ยหมิง.. “นั่นสิ!เวลานี้ตระกูลหลิงของพวกท่านถึงกับกล้าเป็นศัตรูกับตระกูลเฉิน และตระกูลซันจนถึงขั้นจะประลองกันแบบนี้ แต่พวกเรากลับต้องมาเสี่ยงกับตระกูลหลิงเช่นนี้ พวกเราก็ยากที่จะรับไหวนะ..”บางคนถึงกับพุ่งเข้าไปเกาะแขนหลิงเย่วไว้พร้อมกับอ้อนวอนว่า..“คุณหลิง..ได้โปรดให้พวกเราถอนหุ้น และคืนเงินลงทุนให้กับพวกเราเถิด รอให้ตระกูลหลิงเสร็จสิ้นการประลองกับตระกูลเฉินและตระกูลซันก่อน แล้วพวกเราค่อยมาลงทุนร่วมกันใหม่อีกครั้ง!”………. ไอลีนโนเวลหลังจากถูกหานเถี่ยซินและจ้าวจิ่งหมิงปั่นหัว นักธุรกิจคนอื่นๆอีกราวสิบกว่าคนก็เริ่มตื่นตระหนก และกระวนกระวายใจอย่างมากเช่นกัน พวกเขาเกรงว่าตระกูลหลิงจะไม่ยอมคืนเงินลงทุนให้..และในเวลานี้..ภายในห้องรับแขกก็เริ่มโกลาหลวุ่นวายขึ้นมาอีกครั้ง ทุกคนต่างก็พากันร้องตะโกนโวยวายออกมา และหันไปทางหลิงเย่ว ไม่มีสักคนที่สนใจหลิงหยุนซึ่งนั่งอยู่ตรงหน้า“พวกเจ้าสองคนหุบปากได้แล้ว!”จู่ๆสายตาของหลิงหยุนก็พุ่งเป้าไปที่หานเถี่ยซินและจ้าวจิ่งหมิง พร้อมกับร้องตะโกนออกมาด้วยเสียงที่ดุดัน“พวกเจ้าสองคนไม่คิดว่าตนเองทำเกินไปหน่อยรึ”จากนั้นหลิงหยุนก็หันไปทางเหล่ากุ่ยพร้อมกับสั่งว่า“เหล่ากุ่ย.. จัดการสั่งสอนพวกมันแทนข้า!”“ขอรับ..ผู้นำตระกูล!”เหล่ากุ่ยเองก็เริ่มหมดความอดทนเช่นกันหลังจากที่ได้รับคำสั่งจากหลิงหยุน เขาก็ตรงเข้าไปยืนตรงหน้าหานเถี่ยซิน และเงื้อมือขึ้นตบเข้าที่ใบหน้าของเขาอย่างแรง..เพียะ..เพียะ.. เพียะ..เสียงฝ่ามือกระทบกับใบหน้ารวเจ็ดแปดครั้งดังสนั่นไปทั่วทั้งห้องรับแขก..หลังจากตบหน้าหานเถี่ยซินเสร็จแล้วเหล่ากุ่ยก็เดินตรงเข้าไปหาจ้าวจิ่งหมิง และจัดการตบหน้าเขาไปมาราวเจ็ดแปดครั้งเช่นกัน!หลังจากตบหน้าทั้งสองคนที่คอยสร้างความปั่นป่วนขึ้นภายในห้องแล้วทุกคนต่างก็พากันเงียบกริบ ไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจดังขึ้นให้ได้ยินด้วยซ้ำไป!และเวลานี้..คนอื่นๆที่อยู่ภายในห้องก็ถึงกับนิ่งอึ้งไป และต่างก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจับใจ!นั่นเพราะภาพที่ทุกคนในห้องเห็นอยู่ตอนนี้ก็คือ..ทั้งหานเถี่ยซินและจ้าวจิ่งหมิงต่างก็มีเลือดไหลกลบปาก ใบหน้าทั้งสองข้างมีรอยนิ้วมือสีแดงประทับอยู่ และเวลานี้ใบหน้าของทั้งคู่ก็เริ่มบวมเปล่งราวกับซาลาเปาลูกใหญ่!“โอ๊ย..”“โอ๊ย..”หลังจากเหล่ากุ่ยตบหน้าไปราวสิบวินาทีเสียงกรีดร้องเจ็บปวดก็ดังตามขึ้นมา ดูเหมือนว่าทั้งคู่เพิ่งจะรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นหลังจากที่หายตกใจ..หลิงหยุนยังคงนั่งยิ้มดวงตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่หานเถี่ยซินและจ้าวจิ่งหมิงในขณะที่พูดออกไปว่า“พวกเจ้าพูดอีกสิ!หรือยังอยากจะขึ้นให้ได้ยินด้วยซ้ำไป!และเวลานี้..คนอื่นๆที่อยู่ภายในห้องก็ถึงกับนิ่งอึ้งไป และต่างก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจับใจ!นั่นเพราะภาพที่ทุกคนในห้องเห็นอยู่ตอนนี้ก็คือ..ทั้งหานเถี่ยซินและจ้าวจิ่งหมิงต่างก็มีเลือดไหลกลบปาก ใบหน้าทั้งสองข้างมีรอยนิ้วมือสีแดงประทับอยู่ และเวลานี้ใบหน้าของทั้งคู่ก็เริ่มบวมเปล่งราวกับซาลาเปาลูกใหญ่!