ตอนที่ 713
บทที่ 1142 : ได้เวลาเตรียมสนามประลอง!
October 22, 2026
“พูด!” ครั้งนี้หลิงหยุนใช้มังกรคำรามตะโกนสั่งให้หานเถี่ยซินกับจ้าวจิ่งหมิงสารภาพเสียงของเขาจึงดังกระหึ่ม และแทงทะลุเข้าไปในแก้วหูของเหล่านักธุรกิจทั้งหมดที่นั่งอยู่ในห้องรับแขก ทั้งหานเถี่ยซินและจ้าวจิ่งหมิงต่างก็หวาดกลัวกันจนขาสั่นหานเถี่ยซินถึงกับแข้งขาอ่อนแรง และทรุดลงไปนั่งกับพื้นทันที ในขณะที่จ้าวจิ่งหมิงนั้นตกใจจนผงะถอยหลังไปชนเก้าอี้ และล้มลงหน้ากระแทกกับพื้นเช่นกัน.. ส่วนนักธุรกิจคนอื่นๆที่นั่งอยู่ในห้องต่างก็รู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลังขึ้นมาทันทีและเหงื่อเม็ดใหญ่ก็ผุดขึ้นเต็มใบหน้า บรรยากาศในห้องรับแขกตอนนี้เริ่มตึงเครียด จนไม่มีผู้ใดกล้าแม้แต่จะหายใจแรง เพราะเกรงว่าเสียงหายใจของตนนั้น จะไปสร้างความไม่พอใจให้กับหลิงหยุนจนถูกลงโทษเหมือนหานเถี่ยซินกับจ้าวจิ่งหมิง นักธุรกิจทุกคนที่เดินทางมาบ้านตระกูลหลิงในครั้งนี้ก็แค่ต้องการเงินลงทุนของตนเองคืนเท่านั้น ในเมื่อตอนนี้ก็ได้รับแล้ว เหตุใดยังต้องสร้างปัญหาให้กับตนเองอีกเล่า เพราะหากหลิงหยุนจะจัดการพวกเขาเหมือนกับที่ทำกับตัวแทนตระกูลหาน และตระกูลจ้าว พวกเขาก็คงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ หลิงหยุนเห็นท่าทีของทั้งสองคนแล้วก็ยิ่งมั่นใจว่าสิ่งที่ตนคาดเดาไว้ตั้งแต่แรกนั้นถูกต้อง และการที่ทั้งคู่ตั้งใจมาสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายให้กับตระกูลหลิงนั้น เพราะมีคนสั่งการอยู่เบื้องหลังนั่นเอง! ไม่เช่นนั้น..ทั้งสองคนคงไม่กล้าเสี่ยงที่จะมาทำอะไรเช่นนี้ในตระกูลหลิงเป็นแน่! และใครที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้นั้นหลิงหยุนก็แทบไม่ต้องคาดคั้นเอาคำตอบจากทั้งสองคนด้วยซ้ำไป เพราะจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากตระกูลเฉินกับตระกูลซัน! แต่ถึงอย่างไร..หลิงหยุนก็ต้องการให้ทั้งสองคนพูดออกมาจากปาก และให้ทุกคนที่อยู่ในห้องรับแขกนี้ได้ยินทั่วกัน! หลิงหยุนแสยะยิ้มพร้อมกับลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆเขาจ้องมองหานเถี่ยซินที่นั่งเหงื่อท่วมตัวอยู่กับพื้น และมองจ้าวจิ่งหมิงที่กำลังนอนหน้าทิ่มดิ้นขลุกขลักอยู่บนพื้น.. “เงยหน้าขึ้นมา!” จ้าวจิ่งหมิงรีบเงยหน้าขึ้นมาตามคำสั่งของหลิงหยุนใบหน้าของเขาซีดเผือด ร่างกายสั่นเทิ้ม และหวาดกลัวจนถึงกับปัสสาวะราด หลิงหยุนขมวดคิ้วพร้อมกับยกมือขึ้นถูจมูกพร้อมกับร้องสั่งว่า“หึ.. นี่เจ้าถึงกับปัสสาวะราดเลยงั้นรึ” จากนั้นจึงหันไปสั่งเหล่ากุ่ย“จัดการโยนมันออกไปข้างนอก..” เหล่ากุ่ยเดินตรงเข้าไปหาจ้าวจิ่งหมิงพร้อมกับเอื้อมมืออกไปคว้าร่างของเขาโยนออกไปนอกห้องรับแขกทันที.. “คนแซ่หาน..เจ้าจะบอกข้าได้หรือยังว่าผู้ใดสั่งให้เจ้ามาก่อกวนที่นี่” หลิงหยุนจ้องมองหานเถี่ยซินและพูดขึ้นยิ้มๆ “เอาล่ะ.. เจ้าจะไม่ตอบก็ได้! แต่ถ้าเจ้าไม่ตอบก็อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอดออกไปจากบ้านตระกูลหลิงได้เลย!” “แต่หากเจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าทำจริง..อยากจะลองดูก็ได้!” หานเถี่ยซินที่ตอนนี้กำลังนั่งหน้าเศร้าและเจ็บปวดอยู่นั้น เขากัดฟันแน่น และดูเหมือนจะกำลังคิดใคร่ครวญอย่างหนัก ในที่สุดก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับผลักเก้าอี้ตรงหน้าออก จากนั้นจึงเดินตรงเข้าไปหาหลิงหยุน เมื่อไปถึงก็ทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเขา และเริ่มสารภาพความจริงทั้งหมด.. “ผู้นำตระกูลหลิง..ได้โปรดไว้ชีวิตผมด้วย! ผมยอมพูดแล้ว.. ผมจะเล่าทุกอย่างให้คุณฟังทั้งหมด!” จากนั้นหานเถี่ยซินก็เงยหน้าขึ้นมองหลิงหยุนพร้อมกับสารภาพด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อย และสำนึกผิด.. “คนตระกูลเฉินติดต่อผมมาและบอกกับผมว่า.. หลังจากนี้อีกสามวันเมื่อการประลองสิ้นสุดลง ตระกูลหลิงจะต้องพ่ายแพ้ให้กับตระกูลเฉินอย่างแน่นอน! และหากผมช่วยปลุกระดมนักธุรกิจที่ร่วมลงทุนกับตระกูลหลิงให้มาถอนหุ้น และยุติการร่วมทุนต่างๆกับตระกูลหลิงได้ ทรัพย์สินและธุรกิจของตระกูลหลิงที่ยึดได้หลังพ่ายแพ้การประลอง จะยกให้กับตระกูลหาน และตระกูลจ้าวแบ่งกัน!”“ฮ่า..ฮ่า.. ฮ่า..”ทันทีที่หานเถี่ยซินสารภาพออกมาหลิงหยุนถึงกับเงยหน้าขึ้นพร้อมกับหัวเราะออกมาเสียงดัง จากนั้นจึงก้มหน้าลงมองหานเถี่ยซินที่นั่งคุกเข่าอยู่แทบเท้าตนเอง พร้อมกับพูดขึ้นว่า“อ่อ..หลังจากที่เจ้าหลงเชื่อคำพูดคนตระกูลเฉิน ก็เริ่มเดินสายปลุกระดมคนพวกนี้ให้มาที่บ้านตระกูลหลิง เพื่อสร้างความวุ่นวายขึ้นที่นี่สินะ” หานเถี่ยซินไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองหลิงหยุนเขาได้แต่ก้มหัว และเพียงแค่ผงกหัวหงึกๆเท่านั้น..หลิงหยุนทำเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่พอใจและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูถูกเหยียดหยัน “หึ.. พวกเจ้าทุกคนในห้องนี้ก็ล้วนแล้วแต่โง่สิ้นดี!”“เสียทีที่พวกเจ้าอาศัยอยู่ในปักกิ่งมานานหลายปีเหตุใดพวกเจ้าจึงไม่ฉุกคิดกันบ้างว่า หากตระกูลเฉินกับตระกูลซันแข็งแกร่งกว่าตระกูลหลิงจริง และมั่นใจว่าจะเอาชนะตระกูลหลิงในการประลองครั้งนี้ได้ เหตุใดทั้งสองตระกูลยังต้องประกาศเป็นพันธมิตรกันเช่นนี้ด้วย”“มีเหตุผลอะไรที่สองตระกูลใหญ่แห่งปักกิ่งถึงกับจะต้องร่วมมือกันเพื่อจัดการกับตระกูลอ่อนแออย่างตระกูลหลิงตระกูลเดียวด้วย”“พวกเจ้าในที่นี้ลองใคร่ครวญดูให้ดี..ตระกูลเช่นใดจึงจะมีค่าเพียงพอให้สองตระกูลใหญ่ต้องทำเช่นนั้นด้วย”หลิงหยุนไม่เพียงแค่ต้องการอธิบายให้หานเถี่ยซินฉุกคิดได้เท่านั้นแต่เขาต้องการให้นักธุรกิจจากตระกูลเล็กๆที่มาในวันนี้ฉุกคิดได้ด้วยเช่นกัน..ระหว่างที่พูดนั้น..หลิงหยุนก็ได้กวางตามองไปยังเหล่านักธุรกิจหน้าโง่ทั้งหลายที่อยู่ในห้อง ก่อนจะอธิบายต่อพร้อมกับตำหนิไปตรงๆ“พวกเจ้าในห้องนี้ทั้งหมดล้วนแล้วแต่โง่เง่าสิ้นดี!”“เพียงแค่ได้ยินว่าตระกูลเฉินกับตระกูลซันร่วมมือกันก็ลืมที่จะใช้สมองไตร่ตรองใคร่ครวญดูว่า.. เหตุใดทั้งสองตระกูลจึงต้องจับมือเป็นพันธมิตรกันเช่นนั้น และเหตุใดจึงต้องให้ทุกคนรีบมาขอเงินลงทุนคืนจากตระกูลหลิง..”“พวกเจ้าลองคิดดูให้ดี..หากตระกูลเฉินกับตระกูลซันเป็นฝ่ายชนะการประลองจริง ธุรกิจและทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลหลิงก็ต้องตกเป็นพวกเขาสองตระกูลอยู่แล้ว และหากข้าเป็นพวกเขา.. ข้าย่อมต้องยึดธุรกิจและทรัพย์สินเหล่านั้นไว้เองอยู่แล้ว ข้าคงไม่ใจดียกให้กับเจ้าเป็นแน่!”“การที่ตระกูลเฉินต้องการให้พวกเจ้าแห่มาถอนหุ้นและขอเงินลงทุนคืนนั้น ก็เพื่อต้องการให้ตระกูลหลิงของเราขาดแคลนเงินเท่านั้นเอง!”“…..”ทุกคนในห้องต่างก็พากันนิ่งอึ้งหลังจากที่ได้ฟังหลิงหยุนอธิบายอย่างละเอียดส่วนหานเถี่ยซินถึงกับเงยหน้าขึ้นมองหลิงหยุนด้วยความรู้สึกอับอาย..นั่นเพราะสิ่งที่หลิงหยุนกำลังอธิบายนั้นไม่ได้ยากเย็นเกินกว่าที่จะทำความเข้าใจได้เลย และเวลานี้แต่ละคนก็เริ่มฉุกคิดขึ้นมาได้แล้ว สภาพของทุกคนราวกับกำลังตื่นจากฝันกลางวัน พวกเขาเริ่มนึกถึงคำพูดของหลิงหยุนก่อนหน้านี้ ที่พยายามเตือนสติทุกคนก่อนที่จะเริ่มลงมือจ่ายเงินคืนให้..หลิงหยุนพูดได้ถูกต้องยิ่งนัก!หากตระกูลหลิงอ่อนแอจริง เหตุใดตระกูลเฉินยังต้องใช้วิธีนี้จัดการกับตระกูลหลิงด้วยเล่าและหากตระกูลหลิงเป็นฝ่ายชนะการประลอง..นั่นย่อมหมายความว่าตระกูลหลิงเพียงตระกูลเดียว แต่สามารถล้มตระกูลใหญ่ได้ถึงสองตระกูลในคราวเดียว ตระกูลหลิงจะแข็งแกร่งมาเพียงใดแต่หากตระกูลหลิงพ่ายแพ้..ทั้งสองตระกูลก็ยังเป็นเพียงแค่ตระกูลอันดับสาม และสี่ดังเดิม!แต่ตระกูลเล็กๆอย่างพวกเราที่อยู่ตรงนี้เล่ายิ่งไปกว่านั้น..การที่หลิงหยุนจัดการคืนเงินให้กับนักธุรกิจทุกคนโดยไม่ลังเลเช่นนี้ ย่อมแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของตระกูลหลิงในระดับหนึ่ง ไม่เช่นนั้นก็คงยากที่จะทำเช่นนี้ได้!