ตอนที่ 714
บทที่ 1143 : สองพันธมิตร!
October 22, 2026
หลังจากที่จัดการกับตระกูลเล็กๆเสร็จสิ้นแล้ว ตกดึกหลิงหยุนก็ออกจากคฤหาสน์ตระกูลหลิง และมุ่งหน้าไปยังรอยตัดระหว่างเขาหยุนเมิ่งกับเขาหลงหยุน ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์บัญชาการใหญ่ขององค์กรนักฆ่าสาขาปักกิ่ง เพื่อไปตระเตรียมสนามประลอง.. ….. ก่อนหน้านั้น..เมื่อเหล่าตัวแทนจากตระกูลเล็กๆในปักกิ่งได้ออกจากบ้านตระกูลหลิงไปแล้วนั้น ยิ่งคิดทุกคนก็ยิ่งโมโห! ทุกคนต่างก็โมโหหานเถี่ยซินและจ้าวจิ่งหมิงเพราะคำพูดของหลิงหยุนนั้นยังดังก้องอยู่ในโสตประสาทของพวกเขาทุกคน.. หลังจากที่ช่วยกันพยุงร่างของหานเถี่ยซินกับจ้าวจิ่งหมิงออกมาจากคฤหาสน์ตระกูลหลิงได้แล้วทุกคนต่างก็โกรธมาก และได้ทิ้งร่างของทั้งสองคนไว้ที่พื้นถนนเช่นนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจางเสี่ยวตงที่ถึงกับพูดกับคนทั้งคู่ด้วยน้ำเสียงดุดัน“พวกคุณสองคนฟังผมให้ดี.. หากการประลองในครั้งนี้ตระกูลหลิงเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ผมจะนำกระเช้าไปขอบคุณ และขอโทษพวกคุณถึงบ้าน พร้อมกับจะมอบผลประโยชน์ให้มากมาย..” “แต่หากตระกูลหลิงเป็นฝ่ายชนะแล้วล่ะก็..ผมจะตัดสัมพันธ์กับพวกคุณทั้งสองตระกูลแน่ และพวกคุณทั้งสองจะต้องได้รับบทเรียนราคาแพง! พูดจบ..จางเสี่ยวตงก็เตะเข้าที่ขาของหานเถี่ยซินด้วยความโมโห จากนั้นคนอื่นๆ ก็พากันสาปแช่งหานเถี่ยซินกับจ้าวจิ่งหมิง แล้วต่างก็จากไป.. และนี่ก็คือธรรมชาติของมนุษย์..มิตรภาพ ความจงรักภักดีอย่างนั้นหรือ แท้จริงก็คือความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ทั้งสิ้น! หลังจากที่นักธุรกิจจากตระกูลต่างๆได้พากันรุมด่ารุมประนามทั้งคู่จนพอใจ และแยกย้ายกันกลับไปแล้ว คนขับรถของพวกเขาจึงมานำตัวคนทั้งสองส่งโรงพยาบาล ระหว่างทางที่ไปโรงพยาบาลนั้นหานเถี่ยซินก็ได้กดโทรศัพท์หาใครบางคนในตระกูลเฉิน.. “แผนการล้มเหลว..” “และตระกูลหลิงก็ได้คืนเงินพวกเราทุกคนจนครบ..” “ยังมีอีกเรื่อง..รบกวนคุณช่วยไปบอกคุณเฉินด้วยว่า ตระกูลหานไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก ผู้นำตระกูลหลิงคนใหม่ทั้งแข็งแกร่งและดุดัน ผมไม่สามารถรับมือได้แน่..” ทางด้านจ้าวจิ่งหมิงเองก็เช่นกันเขาได้โทรหาตระกูลเฉิน และพูดเช่นเดียวกับหานเถี่ยซิน.. และครั้งนี้ทั้งคู่ก็ได้บทเรียนกว่าต่อให้มีปืนในมือก็ต้องพิจารณาคุณสมบัติของตนเองด้วย.. และระหว่างตระกูลหลิงกับตระกูลเฉินนั้น คุณสมบัติของพวกเขาทั้งสองยังห่างไกลที่จะต่อกรด้วยนัก.. …… ในคืนวันเดียวกัน..ภายในคฤหาสน์ตระกูลเฉิน คฤหาสน์ตระกูลเฉินนั้นแตกต่างจากคฤหาสน์เก้าชั้นของตระกูลหลิงเพราะคฤหาสน์ตระกูลเฉินนั้นแม้จะไม่ได้แบ่งเป็นสัดส่วนอย่างเด่นชัด แต่ก็นับว่าใหญ่โตมโหฬารไม่แพ้กัน และเวลานี้ภายในคฤหาสน์ตระกูลเฉิน ก็มีนักรบตระกูลเฉินเดินเวรยามอยู่มากมาย เรียกได้ว่าแม้แต่แมลงวันสักตัวก็ยากที่จะเล็ดลอดเข้าไปได้.. ภายในห้องรับแขกที่ใหญ่โตและเปิดไฟสว่างไสวนั้น.. มีผู้คนมากมาย และต่างคนต่างก็แต่งกายแปลกตาหลายรูปแบบ ทั้งหมดกำลังพูดคุยเรื่องสำคัญกันอยู่ ภายในห้องมีเฉินจิ้งเฉวียนซึ่งเป็นคนของหน่วยนภาและด้านหลังของเขาก็คือผู้นำตระกูลเฉินคนปัจจุบัน – เฉินไห่เผิง แต่กลับไม่มีแม้แต่เงาของเฉินจิ้งเทียน.. นั่นเพราะเมื่อครั้งที่ประมือกับหลิงหยุนที่หน้าสุสานนั้นเฉินจิ้งเทียนได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกข้อศอกแตก และกระดูกซี่โครงหักถึงแปดซี่ จนคนตระกูลเฉินต้องช่วยกันหามกลับไป และอาการบาดเจ็บขนาดนี้ หากไม่มียันต์บำบัดของหลิงหยุนแล้ว ก็ยากที่จะรักษาให้หายภายในเวลาอันสั้นได้ ต่อให้เป็นเฉินจิ้งเฉวียนก็ตาม.. แต่อาการบาดเจ็บภายในของเฉินจิ้งเทียนนั้นเฉินจิ้งเฉวียนได้ทำการรักษาให้จนอาการดีขึ้นมากแล้ว.. และผู้ที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับเฉินจิ้งเฉวียนก็คือซันเจิ้นหวู่และลูกชายกับหลานชายของเขา – ซันเทียนหลัว และซันเจี๋วย ต่อหน้าเฉินจิ้งเฉวียน..ซันเจี๋วยค่อนข้างระมัดระวังกิริยามารยาทอย่างมาก แม้แต่ผู้นำตระกูลซันอย่างซันเจิ้นหวู่ยังต้องระมัดระวังมากเช่นกัน นั่นเพราะเฉินจิ้งเฉวียนเป็นคนของหน่วยนภา ช่องว่างระหว่างสองตระกูลจึงค่อนข้างห่างไกลกันมาก นอกเหนือจากสมาชิกตระกูลซันกับตระกูลเฉินแล้วก็ยังมียอดฝีมือของทั้งสองตระกูลนั่งอยู่ด้วย.. ด้านตระกูลเฉินมีชายชุดดำพร้อมผ้าปิดบังใบหน้าสีดำห้าคนและทั้งห้าก็คือนินจาขั้นเงาจากตระกูลโทคุงาวะนั่นเอง! หนึ่งในห้านินจานั้นนั่งอยู่ข้างเฉินจิ้งเฉวียนเป็นหัวหน้านินจากลุ่มนี้ และเป็นนินจาขั้นเงาระดับสามนามว่า.. โทคุงาวะ ฮิโรชิ!นินจาขั้นเงาอีกสี่คนที่ยืนอยู่ด้านหลังนั้นส่วนใหญ่มีรูปร่างผอมบาง แต่กลับดูแข็งแกร่งยิ่งนัก และนินจาทั้งสี่ก็คือโทคุงาวะ ทาเคชิ, โทคุงาวะ ทาเคกิ, โทคุงาวะ ทาเคชิ และโทคุงาวะ ทาเคฮิโกะ!และนี่คือเหล่านินจาที่ตระกูลโทคุงาวะส่งมาร่วมประลองกับหลิงหยุนในครั้งนี้..ส่วนยอดฝีมือที่มากับตระกูลซันนั้นมีทั้งหมดเก้าคน..เป็นระดับผู้เฒ่าสองคน รุ่นกลางสี่คน และรุ่นเล็กอีกสองคน! และยอดฝีมือทั้งเก้าคนนี้..หลิงหยุนก็ได้เคยพบเจอที่สนามบินนานาชาติปักกิ่ง เมื่อครั้งที่เขาเดินทางมาปักกิ่งครั้งแรก ในครั้งนั้นทั้งเก้าคนล้วนแล้วแต่แต่งตัวประหลาดจนเป็นที่ดึงดูดสายตาของผู้คนในสนามบินอย่างมาก..และทั้งหมดก็คือยอดฝีมือจากตระกูลเก่าแก่ที่อยู่ในแถบทะเลจีนตะวันออกซึ่งก็คือตระกูลไป๋หลี่..ผู้เฒ่าทั้งสองนั้นอยู่ในขั้นเหนือธรรมชาติและมีนามว่าไป๋หลี่เทียนจั่ว กับไป๋หลี่เทียนโย่ว ทั้งคู่นั่งสงบนิ่งอยู่ข้างซันเจิ้นหวู่แม้หน่วยนภาจะมีหน้าที่ดูแลยุทธภพในประเทศนี้แต่ก็ครอบคลุมเพียงแค่ยุทธภพภาคพื้นดินเท่านั้น ส่วนชาวยุทธในกลุ่มทะเลจีนตะวันออกนั้น พวกเขาต่างก็มีกฏเกณฑ์ของตนเอง เฉินจิ้งเฉวียนจึงไม่ได้เชิญชาวยุทธกลุ่มนี้ให้เข้าร่วมประลองกับตระกูลเฉิน..ไม่เช่นนั้น..หากชาวยุทธกลุ่มทะเลจีนใต้กับนินจาญี่ปุ่นเกิดผิดใจกันเข้าจนมีเรื่องกัน แม้แต่เฉินจิ้งเฉวียนเองก็คงจากที่จะหยุดยั้งทั้งสองฝ่ายได้!และเมื่อถึงตอนนั้นเฉินจิ้งเฉวียนไม่เท่ากับสะดุดก้อนหินล้มเองก่อนที่จะถึงวันประลองหรอกหรือเวลานี้ก็เกือบจะสี่ทุ่มตรงแล้ว..แต่ตระกูลซันกับตระกูลเฉินยังคงนั่งคุยกันเรื่องรายละเอียดในวันประลอง และดูเหมือนการพูดคุยคงจะดำเนินไปอีกนาน..……….ห้องรับแขกของคฤหาสน์ตระกูลเฉินนับว่าใหญ่โตยิ่งนักแม้จะมีผู้คนนั่งอยู่มากมายร่วมยี่สิบคน แต่กลับไม่รู้สึกคับแคบ และยังมีพื้นที่เหลืออยู่อย่างกว้างขวาง..“เอาล่ะ..หลังจากที่ได้พูดคุยกันมาร่วมสองชั่วโมง ทุกท่านคงจะรับรู้ และเข้าใจแล้วว่าหลิงหยุนแข็งแกร่ง และมีพละกำลังมากเพียงใด” “ถ้าเช่นนั้น..พวกเราจะได้ปรึกษา และตกลงเรื่องการรับมือกับหลิงหยุนต่อไป!”เฉินจิ้งเฉวียนพูดออกไปพร้อมกับดวงตาที่คมราวนกอินทรีย์นั้นก็จับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของซันเจิ้นหวู่..ตลอดเวลาร่วมสองชั่วโมงที่ทั้งคู่ได้คุยกันก่อนหน้านี้นั้น..ทั้งสองตระกูลต่างก็ผลัดกันแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับหลิงหยุน และตระกูลหลิงเท่าที่ตนเองได้รับรู้มา!ในเมื่อทั้งสองตระกูลได้ประกาศเป็นพันธมิตรอย่างออกหน้าออกตาเช่นนี้แล้วยังจำเป็นต้องปิดบังข้อมูลที่ล่วงรู้มาอีกทำไมกันเล่าและข้อมูลที่ทั้งสองตระกูลแลกเปลี่ยนกันก็คือ..หลิงหยุนเป็นผู้บ่มเพาะตนที่ดูเหมือนจะรวมเอาทั้งพุทธเต๋า และมาร รวมไว้อยู่ในตัวคนเดียว!หลิงหยุนไม่เพียงแข็งแกร่งแต่ยังมีพละกำลังมหาศาลอีกด้วย และดูเหมือนจะหายตัวได้จากที่หนึ่งไปโผล่อีกที่หนึ่งได้ด้วย นอกเหนือจากนั้นหลิงหยุนยังมีกระบี่วิเศษ และมีวัตถุวิเศษอีกมากมาย..ไม่ว่าจะเป็นยันต์ชนิดต่างๆน้ำลายมังกร อีกทั้งยังเก่งกาจในเรื่องการวางค่ายกลด้วย!ทั้งสองตระกูลต่างก็แลกเปลี่ยนประสบการณ์การต่อสู้ที่่พวกเขาเคยประมือกับหลิงหยุนในที่ต่างๆอีกมากมายแม้กระทั่งเรื่องที่หลิงหยุนบุกเข้าไปช่วยหลิงเสี่ยวออกมา รวมถึงเรื่องแวมไพร์ห้าตนที่เป็นบริวารของหลิงหยุนด้วย..แม้กระทั่งเรื่องที่หลิงลี่สามารถเข้าสู่ขั้นเหนือธรรมชาติได้แล้วก็ยังถูกพูดถึงและเรื่องสาวงามของหลิงหยุนในเมืองจิงฉู โดยเฉพาะอย่างยิ่งไป๋เซียนเอ๋อที่แข็งแกร่ง ทั้งสองตระกูลต่างก็ไม่รู้ว่านางจะเข้าร่วมประลองในครั้งนี้ด้วยหรือไม่และเรื่องที่หลิงหยุนเป็นบุตรของหยินชิงเฉวียนธิดาพรรคมารคนก่อนพวกเขาจึงไม่มั่นใจว่าเย่ซิงเฉินธิดาพรรคมารคนปัจจุบันนั้น จะเข้าร่วมประลองในฝ่ายของตระกูลหลิงด้วยหรือไม่ทั้งสองตระกูลต่างก็เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับหลิงหยุนและตระกูลหลิงเท่าที่ตนรู้ออกมาทั้งหมด เพื่อจะได้สามารถประเมินความแข็งแกร่งของหลิงหยุน และหาทางรับมือกับเขาได้ ดังคำโบราณว่ารู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งย่อมชนะร้อยครั้ง!……