ตอนที่ 715
บทที่ 1144 : ไม่ลงรอย!
October 22, 2026
เหตุการณ์ภายในห้องรับแขกตระกูลเฉินเวลานี้ไม่ต่างจากเรื่องเล่าที่ว่า.. สามีภรรยาสองคนที่ซื้อลอตเตอรี่มา และภรรยาก็ถามสามีว่าถ้าได้รางวัลห้าล้านจะเอาเงินไปทำอะไร สามีตอบกลับโดยแทบไม่ต้องคิด.. ซื้อรถ ซื้ออะไรอื่นๆอีกมากมาย ภรรยาได้ยินเช่นนั้นก็โมโหสามีที่ไม่แบ่งให้ตนเองเลยแล้วทั้งคู่จึงได้ทะเลาะตบตีกันจนกระทั่งตำรวจต้องมาแยก.. การทะเลาะกันระหว่างโทคุงาวะฮิโรชิกับไป๋หลี่เทียนจั่วในเวลานี้ ก็มีลักษณะเช่นเดียวกันกับเรื่องเล่าตลกขบขันนั่น.. การประลองระหว่างตระกูลหลิงกับตระกูลเฉินและตระกูลซันยังไม่ทันจะเริ่มต้นขึ้นด้วยซ้ำไป แต่ทั้งคู่กลับเริ่มทะเลาะเบาะแว้งกันเองแล้วว่า ผู้ใดจะได้เป็นฝ่ายครอบครองสิ่งของบนร่างกายหลิงหยุน! หากหลิงหยุนได้มาเห็นเหตุการณ์นี้ด้วยตนเองเขาคงต้องหัวเราะจนท้องคัดท้องแข็งเป็นแน่! แล้วก็เป็นอย่างที่ซันเจิ้นหวู่กังวลใจ..ไป๋หลี่เทียนจั่วมั่นใจอย่างยิ่งว่าการประลองที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันนี้ เขาจะต้องสามารถสังหารหลิงหยุนได้อย่างง่ายดาย.. แม้ไป๋หลี่เทียนจั่วจะมั่นอกมั่นใจอย่างมากว่าจะสามารถสังหารหลิงหยุนได้แต่โทคุงาวะ ฮิโรชิดูเหมือนจะมั่นใจยิ่งกว่า ท่าทางของเขาจึงดูยะโสโอหัง และหยิ่งผยองยิ่งนัก! และการที่โทคุงาวะฮิโรชิมั่นอกมั่นใจเช่นนั้น ก็เพราะว่าเขาเป็นถึงนินจาขั้นเงาระดับสามแล้วนั่นเอง! นินจาขั้นเงาของชาวญี่ปุ่นนั้นเทียบเท่ากับยอดฝีมือขั้นพลังเหนือธรรมชาติของจีนซึ่งในขั้นนี้ก็จะแบ่งออกเป็นเก้าระดับเหมือนกัน ดังนั้นนินจาขั้นเงาระดับสาม จึงเทียบเท่ากับขั้นพลังเหนือธรรมชาติระดับสามนั่นเอง.. ยิ่งไปกว่านั้น..นินจาทั้งห้าที่โทคุงาวะ ฮิโรชิพามาด้วยนั้น ทั้งโทคุงาวะ ทาเคชิ และโทคุงาวะทาเคกิ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นนินจาขั้นเงาระดับสองทั้งคู่ ส่วนอีกสองคนเป็นนินจาขั้นเงาระดับหนึ่ง! ด้วยเหตุนี้..การที่โทคุงาวะ ฮิโรชิสามารถจองหองได้เช่นนี้ ก็เพราะว่ามีนินจาที่แข็งแกร่งติดตามมาด้วยถึงสี่คน อาจพูดได้ว่าภายในห้องรับแขกตระกูลเฉินเวลานี้ เหล่านินจาญี่ปุ่นนับว่าเป็นฝ่ายที่แข็งแกร่งที่สุดก็ไม่เห็นจะผิดนัก! เมื่อเห็นว่าคำพูดที่จงใจยั่วยุให้เหล่านินจากับตระกูลไป๋หลี่ให้ฮึกเหิมขึ้นมาได้แล้วนั้นเฉินจิ้วเฉวียนก็ได้แต่ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์.. เมื่อครู่เฉินจิ้งเฉวียนจงใจบอกเล่าถึงความแข็งแกร่งของหลิงหยุนให้ทุกคนได้รับรู้แต่กลับคิดไม่ถึงว่าตระกูลไป๋หลี่จะไม่มีท่าทีหวาดกลัวหลิงหยุนเลยแม้แต่น้อย ทำให้เฉินจิ้งเฉวียนรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก และมั่นใจอย่างมากว่าตระกูลไป๋หลี่จะต้องมีไพ่ตายอยู่ในมือเช่นกัน! มีทั้งยอดฝีมือจากตระกูลไป๋หลี่และนินจาที่แข็งแกร่งทั้งห้าของตระกูลเฉิน ทำให้ช่องว่างของการประลองของทั้งสองฝ่ายยิ่งห่างไกลกันมากขึ้น! แม้ว่าหลิงหยุนจะเป็นผู้บ่มเพาะตนที่แข็งแกร่งมากแต่ก็ยังอยู่เพียงแค่ขั้นเริ่มต้นของการฝึกตนเท่านั้น และหากต้องเผชิญกับยอดฝีมือที่แข็งแกร่งพร้อมๆกันเช่นนี้ ก็คงยากที่จะต้านทาน และถูกสังหารตายได้ไม่ยากนัก.. เฉินจิ้งเฉวียนที่เจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าจิ้งจอกนั้นหลังจากดีดลูกคิดคำนวนอยู่ในใจแล้ว ก็ได้แต่แอบกรีดร้องอยู่ในใจเงียบๆ แต่นี่เป็นช่วงเวลาของการร่วมมือระหว่างสองตระกูลก่อนถึงวันประลอง.. เฉินจิ้งเฉวียนจะไม่ยอมให้ทั้งสองฝ่ายถกเถียงกันจนถึงขั้นต้องต่อสู้กันเองอย่างแน่นอน เขาจึงเอ่ยปากพูดออกไปว่า “คุณโทคุงาวะ..ท่านไป๋หลี่.. ข้าเชื่อว่าพวกท่านทั้งสองล้วนแล้วแต่แข็งแกร่งมากพอที่จะสังหารหลิงหยุนได้ทั้งคู่ แต่ถึงอย่างไร.. การประลองในอีกสามวันข้างหน้าก็เป็นเรื่องที่สามารถพลิกผันได้ตลอดเวลา พวกเราทั้งสองฝ่ายอย่าด่วนผิดใจกัน และทะเลาะกันเองจะดีกว่า เพราะจะเป็นการทำลายบรรยากาศดีๆของทั้งสองฝ่ายเสียเปล่าๆ ท่านทั้งสองว่าข้ากล่าวได้ถูกต้องหรือไม่” เฉินจิ้งเฉวียนไม่รอฟังคำตอบแต่รีบพูดต่อทันที “เอาเป็นว่าพวกเรารอให้การประลองสิ้นสุดก่อน และสามารถสังหารหลิงหยุนได้แล้ว พวกเราค่อยมาเจรจาตกลงแบ่งกันว่าใครจะได้อะไรไปบ้าง”และเมื่อพูดมาถึงตรงนี้เฉินจิ้งเฉวียนก็ยิ้มออกมาพร้อมกับผายมือ และแสดงความใจกว้างด้วยการประกาศไปว่า“ตระกูลเฉินของข้าขอประกาศไว้ตรงนี้..หลังจากสิ้นสุดการประลองและได้รับชัยชนะ ตระกูลเฉินไม่สนใจ และไม่ต้องการร่างของหลิงหยุน!” จากนั้นเฉินจิ้งเฉวียนก็หันไปมองซันเจิ้นหวู่เป็นการส่งสัญญาณให้ซันเจิ้นหวู่พูดบ้าง..การที่ซันเจิ้นหวู่ขอให้ตระกูลไป๋หลี่มาช่วยในครั้งนี้จุดประสงค์ก็เพื่อปกป้องตระกูลซันไม่ให้ถูกหลิงหยุนทำลายเท่านั้น เขาจึงเข้าใจและรับรู้อยู่ก่อนแล้วว่า ตนเองไม่มีคุณสมบัติพอที่จะไปแก่งแย่งใดๆกับตระกูลไป๋หลี่..ด้วยเหตุนี้ซันเจิ้นหวู่จึงรีบพยักหน้าและประกาศว่า “ตราบใดที่สามารถสังหารหลิงหยุนได้ และถล่มตระกูลหลิงจนไม่เหลืออะไร สามารถกู้หน้าให้กับตระกูลซันได้แล้ว ตระกูลซันของเราก็พอใจเพียงแค่นั้น สิ่งของใดๆของหลิงหยุน ตระกูลซันจะไม่ขอแตะต้องเช่นกัน!”จิ้งจอกเฒ่าทั้งสองนับว่าเข้าใจสถานการณ์ได้ดีทีเดียวทั้งคู่รู้ว่าในเมื่อบังคับเสือสองตัวให้ทำการสังหารเหยื่อให้ หากยังต้องการแย่งชิ้นเนื้อกับเสือ ก็นับว่าโลภมากจนเกินไป!หลังจากที่ได้ฟังคำพูดของเฉินจิ้งเฉวียนและซันเจิ้นหวู่ไป๋หลี่เทียนจั่วจึงได้ยอมนิ่งเงียบไป และคร้านที่จะทะเลาะกับโทคุงาวะ ฮิโรชิต่อ..ชายฝั่งของประเทศญี่ปุ่นติดกับทะเลจีนตะวันออกซึ่งเป็นบริเวณที่กลุ่มพันธมิตรทะเลจีนตะวันออกดูแลอยู่ จึงเป็นธรรมดาที่ทั้งสองฝ่ายจะไม่ลงรอยกันนัก..เฉินจิ้งเฉวียนจึงต้องพยายามสงบศึกก่อนที่เรื่องราวจะบานปลายกันใหญ่หลังจากที่ทำสำเร็จแล้ว เขาก็มองไปทางซันเจิ้นหวู่พร้อมกับพูดขึ้นว่า“เจินหวู่..ถ้าเช่นนั้นในการประลองก็ตกลงตามนี้”“พวกเราทั้งสองตระกูลจะประลองกับตระกูลหลิงทั้งหมดห้ายกหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถชนะสามในห้ายกได้ ก็จะเป็นฝ่ายชนะ! ตระกูลซันของเจ้ารับประลองสองยก ส่วนตระกูลเฉินมีคนมากกว่า จะรับประลองสามยก..”“ครั้งนี้ต่อให้หลิงหยุนติดปีก..ก็ยากที่จะรอดชีวิตไปได้!”แววตาของเฉินจิ้งเฉวียนนั้นบ่งบอกถึงชัยชนะที่กำลังจะได้รับ..และในเมื่อไป๋หลี่เทียนรับปากที่จะประลองไปแล้วซันเจิ้นหวู่ยังจะพูดอะไรได้อีกเล่า เขาจึงได้แต่ตอบรับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ทุกอย่างแล้วแต่อาวุโสเฉินจะจัดการ!”เฉินจิ้งเฉวียนได้ฟังก็เงยหน้าขึ้นหัวเราะออกมาเสียงดังอย่างพอใจจากนั้นจึงลุกขึ้นยืน และร้องตะโกนออกไปว่า“หลิงหยุน..เจ้ามันไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ บังอาจลองดีกับตระกูลเฉินและตระกูลซัน อีกสามวันตระกูลหลิงของเจ้าต้องถูกทำลายจนสิ้นซากเป็นแน่!”จากนั้นเฉินจิ้งเฉวียนก็หันไปยิ้มให้กับซันเจิ้นหวู่พร้อมกับพูดขึ้นว่า“เจิ้นหวู่.. ตามกฏแล้วพรุ่งนี้ตระกูลหลิงจะต้องแจ้งสถานที่ประลองให้พวกเรารู้ เจ้ากับข้าควรจะไปดูสนามประลองด้วยตัวเอง เจ้าคิดเห็นเช่นใด”ซันเจิ้นหวุ่ลุกขึ้นยืนพร้อมกับตอบยิ้มๆ“เรื่องนี้แล้วแต่อาวุโสเฉิน!”หลังจากที่ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลความแข็งแกร่งของหลิงหยุนและตระกูลไป๋หลี่เองก็ดูมั่นอกมั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะหลิงหยุนได้ ทำให้ซันเจิ้นหวู่รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง จึงได้แต่หัวเราะออกไปอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับพูดขึ้นว่า