ตอนที่ 717
บทที่ 1146 : ตระกูลเกาประกาศเคียงข้าง!
October 22, 2026
–ไห่เผิง..แต่เจ้ามั่นใจได้ว่าตระกูลเย่จะไม่ทำอะไรตระกูลเฉินแน่!- –คืนนี้ข้าจะเขียนจดหมายหนึ่งฉบับ..หากในวันประลองตระกูลเฉินดูเหมือนจะเสียท่าพ่ายแพ้ให้กับตระกูลหลิง เจ้าก็รีบให้คนส่งจดหมายฉบับนี้ไปให้กับตระกูลเย่ทันที!- –ที่ข้าเขียนจดหมายฉบับนี้ขึ้นก็ด้วยวัตถุประสงค์สองเรื่องเท่านั้น..- –เรื่องแรก..หลังจากนี้ไปสามวันหากตระกูลเฉินเป็นฝ่ายชนะการประลอง ขอให้ตระกูลเย่ช่วยเจรจากับตระกูลหลง ไม่ให้พวกเขาเล่นงานตระกูลเฉินของเรา!- –ส่วนเรื่องที่สอง..หากตระกูลเฉินของเราเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ขอให้ตระกูลเย่ช่วยปกป้องทายาทตระกูลเฉินที่ไม่ได้เข้าร่วมประลองในครั้งนี้ด้วย อย่าให้หลิงหยุนสังหารคนตระกูลเฉินตายจนหมด เพื่อตระกูลเฉินจะได้ไม่สูญสิ้น และอย่างน้อยก็ยังมีทายาทเหลืออยู่!- เมื่อพูดมาถึงตรงนี้..เฉินจิ้งเฉวียนก็นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นว่า –แต่ถึงอย่างไรข้าก็ยังมีวิธีที่จะทำให้ตระกูลหลงอยู่ในกำมือข้าได้เช่นกัน!- –ไห่เผิง..ที่ตระกูลเฉินจำเป็นต้องจัดการกับตระกูลหลงให้ได้นั้น เพราะตระกูลหลงมีโลหิตมังกร ส่วนตระกูลเฉินของเราก็มีประคำโลหิต หากใช้ของวิเศษสองสิ่งนี้ร่วมกัน จะทำให้ตระกูลเฉินของเราเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันตาเห็น และจะสามารถขึ้นมาผงาดเคียงคู่กับตระกูลหลงได้ไม่ยาก..- –แต่ตอนนี้ประคำโลหิตของตระกูลเฉินได้ถูกหลิงหยุนแย่งชิงไปแล้วตระกูลหลงเองก็คงระแคะระคายเรื่องนี้ และต้องการที่จะได้ประคำโลหิตมาครองครองเช่นกัน!- –แต่ด้วยอุปนิสัยของหลิงหยุนข้าเชื่อว่ามันเองก็คงจะไม่ยอมมอบประคำโลหิตให้กับตระกูลหลงเช่นกัน! เพราะหลังจากที่รู้ว่าหลิงหยุนครอบครองน้ำลายมังกรอยู่ ตระกูลหลงก็ได้ส่งคนไปขอน้ำลายมังกรจากหลิงหยุนหลายครั้งหลายครา แต่จนถึงบัดนี้หลิงหยุนก็ยังไม่ยอมมอบให้แม้แต่หยดเดียว..- –ด้วยเหตุนี้..หลังจากที่มีการท้าประลองในครั้งนี้เกิดขึ้น ข้าจึงค่อนข้างมั่นใจว่าตระกูลหลงจะต้องเตรียมการอะไรบางอย่าง ที่แม้แต่ข้าเองก็ยากจะคาดเดาได้!- –และหากข้าเดาไม่ผิด..ครั้งนี้ตระกูลหลงคงต้องรอจนกระทั่งสองฝ่ายต่อสู้เสร็จสิ้นจนรู้ผลแพ้ชนะ และต่างฝ่ายต่างสูญเสียไปมากแล้ว ตระกูลหลงจึงค่อยปรากฏตัวออกมาเพื่อเก็บเกี่ยวผลประโยชน์!- เฉินไห่เผิงนั่งฟังเฉินจิ้งเฉวียนวิเคราะห์ท่าทีของตระกูลหลงนิ่งเงียบแต่ถึงกระนั้นก็อดที่จะถามออกมาด้วยความตกใจไม่ได้ “ลุงใหญ่..ท่านเชิญยอดฝีมือมามากมายถึงเพียงนี้ ยังเกรงว่าจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้อีกงั้นรึ!” เฉินจิ้งเฉวียนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด–เจ้าอย่าลืมว่าหลิงหยุนเป็นผู้บ่มเพาะตน แม้แต่ซันเจิ้นหวู่ยังกังวลว่าหลิงหยุนจะมีลูกเล่นใดเก็บซ่อนไว้อีกบ้าง- จากนั้นจึงจ้องหน้าเฉินไห่เผิงพร้อมกับพูดต่อว่า–ผู้ที่สามารถรวมเอาพุทธ เต๋า และมารไว้ในตัวคนเดียวได้เช่นนั้น จะต้องไม่ใช่คนธรรมดา และคนเช่นนี้ยากนักที่จะพบเจอ หลิงหยุนจึงนับว่าเป็นยอดฝีมือที่ล้ำเลิศ และหาได้ยากยิ่งนัก!- –อีกอย่าง..เจ้าลืมแล้วรึว่าหลิงหยุนมาจากที่ใด เขามาจากเมืองจิงฉู..- –และคำโบราณที่เล่าขานกันต่อๆมาว่า‘เมื่อใดก็ตามที่จักรพรรดิแห่งมนุษย์ และจักรพรรดิแห่งพิภพถือกำเนิดขึ้นที่จิงฉู เมื่อนั้นใต้หล้าจะมีเพียงผู้เดียวที่ได้ครอบครอง’ คำเล่าขานนี้เจ้าลืมแล้วงั้นรึ- เฉินไห่เผิงถึงกับตกใจจนอ้าปากค้างเขาคิดไม่ถึงว่าในความคิดของเฉินจิ้งเฉวียนนั้น หลิงหยุนจะเป็นผู้ที่น่าหวาดกลัวถึงเพียงนี้ จึงได้แต่ร้องถามออกมาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด “ลุงใหญ่..หลิงหยุนคือคนผู้นั้นจริงๆงั้นรึ” เฉินจิ้งเฉวียนได้แต่ถอนหายใจและตอบไปว่า –เจ้าก็รู้ว่าตระกูลเฉินของเรานั้นแข็งแกร่งมากเพียงใด! หากไม่ใช่.. เหตุใดข้ายังต้องลงทุนลงแรงไปเชิญเหล่ายอดฝีมือมากมายให้มาช่วยด้วยเล่า- เฉินไห่เผิงพยักหน้าด้วยความรู้สึกอึดอัดเมื่อรับรู้ได้ถึงความหนักใจของเฉินจิ้งเฉวียนและตัวเขาเองก็ถึงกับผิดหวังจนพูดอะไรไม่ออกเช่นกัน.. –แต่พวกเราต้องรอคอยความช่วยเหลือจากตระกูลเย่และต้องสืบให้ได้ว่าหลิงเจิ้นพัวพันกับเรื่องนี้อย่างไร- เฉินไห่เผิงเองก็รู้สึกสงสัยในเรื่องนี้เช่นกัน.. เฉินจิ้งเฉวียนมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นว่า–ไห่เผิง.. ข้าว่าเรื่องราวในวันนี้น่าจะเกี่ยวพันถึงเหตุการณ์ใหญ่สองครั้งในอดีต!-–เรื่องแรกเกิดขึ้นเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน..และครั้งนั้นทำให้สมาชิกตระกูลหลิงเกือบถูกเหล่าชาวยุทธสังหารตายทั้งหมด!”–ข้าไม่รู้ว่าพ่อของเจ้าได้เล่าให้เจ้าฟังหรือไม่ว่า..ผู้ที่จุดชนวนการต่อสู้อย่างดุเดือดในครั้งนั้นก็คือหลิงเจิ้น ตระกูลเย่ และตระกูลหลง!-–ส่วนอีกเรื่องก็คือเหตุการณ์เมื่อสี่สิบกว่าปีก่อน..ครั้งนั้นข้ายังเป็นหนุ่ม และนับว่าเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ในการฝึกฝนวิชาเป็นเลิศคนหนึ่ง แม้กระทั่งตระกูลหลง ตระกูลหลิง และตระกูลฉินยังไม่สามารถหายอดฝีมือที่เป็นเลิศเช่นข้าได้!-–และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสี่สิบกว่าปีก่อนนั้นก็คือ..ยอดฝีมือล้ำเลิศจากตระกูลหลง ตระกูลหลิง และตระกูลฉิน ล้วนต้องออกจากตระกูลไป และไม่เคยได้กลับเข้ามาอีกเลย จนกระทั่งถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าทั้งหมดนั้นเป็นตายร้ายดีเช่นใด-–และผู้ที่จุดชนวนให้เกิดเหตุการณ์ในครั้งนั้นก็คือตระกูลเย่!-เรื่องเมื่อยี่สิบปีก่อนนั้น..เฉินไห่เผิงฟังแล้วก็ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่เรื่องเมื่อสี่สิบกว่าปีก่อนนั้น เขาฟังแล้วถึงกับอ้าปากค้างตาโตด้วยความตกใจ!–เมื่อสี่สิบกว่าปีก่อนนั้น..เรื่องที่เกี่ยวกับประเทศชาติล้วนเป็นความลับสุดยอด แต่ครั้งนั้นข้าเองก็ยังไม่ได้เข้าร่วมกับกลุ่มนภา แต่เมื่อสามารถพัฒนาขั้นกำลังภายในของตนเองจนสามารถเข้าร่วมกับกลุ่มนภาได้ ข้าจึงค่อยๆสอบถามจากหลายๆฝ่าย และค่อยๆปะติดปะต่อเรื่องเอา ทำให้ได้รู้ความลับที่ยิ่งใหญ่ระดับชาติที่น่าตกใจ..-–ไห่เผิง..มีเรื่องหนึ่งที่ข้าอยากจะบอกให้เจ้ารู้ไว้ แท้จริงแล้วตระกูลเย่ก็คือตัวแทนจากเขาฉู่ซาน!-แม้ว่าเฉินจิ้งเฉวียนจะยังคงพูดคุยกับเฉินไห่เผิงผ่านกระแสจิตแต่เขาก็ยังคงระมัดระวังอย่างที่สุด และคอยระแวดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา ราวกับว่าจะมีผู้ใดมาแอบฟังสิ่งที่ทั้งคู่กำลังพูดคุยกัน..เรื่องราวเมื่อสี่สิบกว่าปีก่อนนั้นได้สร้างความตกอกตกใจให้กับเฉินไห่เผิงมากแล้วแต่เมื่อเทียบกับความลับที่น่าตกใจของตระกูลเย่นั้น เรื่องเมื่อสี่สิบกว่าปีก่อนนั้นกลายเป็นเรื่องเล็กไปเลยทีเดียว..เวลานี้เฉินไห่เผิงถึงกับนั่งอ้าปากค้างและดวงตาเบิกโพลงจนลูกตาแทบถลนออกมาจากเบ้า..……–เรื่องเมื่อสี่สิบกว่าปีก่อนนั้นช่างเถิด!แต่เรื่องของตระกูลหลิงเมื่อยี่สิบปีนั้น หลังจากที่ข้าได้ใคร่ครวญเป็นอย่างดีแล้ว น่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์เมื่อสี่สิบปีก่อนอย่างแน่นอน..-–เพราะในครั้งนั้น..ธิดาพรรคมารหยิงชิงเฉวียนได้เข้าไปตีสนิทกับหลิงเสี่ยว เพื่อหลอกสืบข่าวคราวเรื่องราวเมื่อสี่สิบกว่าปีก่อนจากเขา แต่กลับกลายเป็นว่านางได้หลงรักหลิงเสี่ยวเข้าจริงๆ จนในที่สุดก็ตั้งท้องและให้กำเนิดลูกชายขึ้นมา แต่กลับคิดไม่ถึงว่า..-–วันนี้หลิงหยุนลูกชายของนางกลับต้องกลายมาเป็นศัตรูกับตระกูลเฉินเช่นนี้!-ในที่สุด..เฉินจิ้งเฉวียนก็แสดงความเสียใจออกมา เขาขบฟันแน่น และหากเป็นไปได้เขาก็แทบอยากจะตีอกชกหัวตัวเองด้วยความเคียดแค้นเช่นกัน!เฉินไห่เผิงได้แต่นั่งมองหน้าของเฉินจิ้งเฉวียนเวลานี้ซึ่งเป็นสีหน้าที่เขาไม่เคยได้เห็นจากเฉินจิ้งเฉวียนมาก่อนเลย..เฉินไห่เผิงนั่งมองหน้าเฉินจิ้งเฉวียนที่พร่างพรูคำพูดออกมามากมายราวกับว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ลุงกับหลานจะได้พูดคุยกันอีก..จากนั้นเฉินจิ้งเฉวียนก็ร้องตะโกนออกมาอย่างที่ไม่อาจจะควบคุมอารมณ์ไว้ได้อีกแล้ว..“หลิงหยุน!เจ้าสามารถรวมเอาพุทธ เต๋า และมารเข้าด้วยกันได้แล้วยังไง เจ้าเก่งกาจเหนือฟ้าแล้วยังไง? ต่อให้ตระกูลเฉินของข้าต้องล้มลุกคลุกคลาน ตระกูลเฉินของข้าก็จะเป็นผู้ตัดสินชะตาวชีวิตของเจ้าเอง!” “อีกสามวันข้างหน้า..ข้าจะเด็ดศรีษะของเจ้า และโลกทั้งโลกก็จะตกอยู่ในมือของตระกูลเฉิน!”จู่ๆเฉินจิ้งเฉวียนก็ร้องตะโกนออกมาราวกับอสูรที่กำลังคลุ้มคลั่ง!……