ตอนที่ 719
บทที่ 1148 : เตียงมังกร!
October 22, 2026
การที่ผู้นำตระกูลซันและผู้นำตระกูลเฉิน อาศัยเรื่องการสอบถามสถานที่ประลองยุทธมาเป็นข้ออ้างในการเข้ามาสองส่องตระกูลหลิงเช่นนี้ หากเป็นผู้อื่นคงจะเป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาเช่นใด แต่สำหรับหลิงหยุนนั้น เขาสามารถหาวิธีจัดการแก้ไขได้ จนทำให้เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องขี้ประติ๋วได้.. ฐานะของเฉินจิ้งเฉวียนนั้นใครๆย่อมรู้จักและเกรงขาม เพราะนอกจากเขาจะเป็นถึงผู้อาวุโสของตระกูลเฉินแล้ว เขายังเป็นยอดฝีมือที่เก่งกาจของหน่วยนภาอีกด้วย! ส่วนเฉินไห่เผิงนั้นก็เป็นถึงผู้นำตระกูลเฉินคนปัจจุบันซันเจิ้นหวู่เองก็เป็นถึงผู้นำตระกูลซันคนปัจจุบันเช่นกัน และแม้แต่ซันเทียนหลัวก็ยังมีสถานะเป็นว่าที่ผู้นำตระกูลซันอีกด้วย.. ความจริงแล้วเพียงแค่มารับฟังสถานที่สำหรับการประลองนั้นทั้งสองตระกูลสามารถส่งผู้ใดมาแทนก็ได้ แต่ในเมื่อทั้งสี่คนมาด้วยตัวเองเช่นนี้ อย่างน้อยๆตามธรรมเนียมปฏิบัติ ตระกูลหลิงก็ควรจะส่งคนระดับหลิงลี่ หรือว่าหลิงเย่วออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง.. แต่ในเมื่อวันนี้ผู้นำตระกูลหลิงคือหลิงหยุนหน้าที่ในการตัดสินใจเรื่องราวต่างๆภายในตระกูลหลิง จึงตกเป็นของหลิงหยุนผู้ไม่เคยอยู่ภายใต้กฏเกณฑ์ใดๆ! อย่าลืมว่านี่คือการประลองที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน!หากฝ่ายใดพ่ายแพ้ ย่อมหมายถึงว่าตระกูลของตนนั้นต้องสิ้นชื่อ และสาบสูญไปจากประเทศนี้ด้วย! ในเมื่อหลิงหยุนรู้จุดประสงค์ของผู้มาเป็นอย่างดีมีหรือที่จะยอมปล่อยให้คนเหล่านี้เข้ามาภายในคฤหาสน์ตระกูลหลิงได้ แต่ไม่เพียงไม่ยินยอม หลิงหยุนยังแก้เผ็ดทั้งสี่คนด้วยการให้คนเฝ้าประตูต้อนรับแทน และให้ยายขายผักเป็นผู้ส่งแผนที่สนามประลองให้.. และที่หลิงหยุนจงใจฉีกหน้าคนทั้งสี่ก็ด้วยเหตุผลที่ว่า.. ตามกฏกติกานั้น หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งลงมือกับฝ่ายตรงข้ามก่อนถึงวันประลอง ฝ่ายนั้นจะต้องถูกปรับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปโดยปริยาย.. อีกทั้งหลิงหยุนเองก็ไม่ได้หวาดกลัวคนทั้งสี่เลยแม้แต่น้อยหากคนเหล่านั้นบันดาลโทสะจนคิดที่จะลงมือกับคนของตระกูลหลิง ย่อมเท่ากับหลงกลหลิงหยุน และหลิงหยุนเองก็คงไม่รีรอที่จะออกไปสังหารพวกมันทันทีเช่นกัน! ในเมื่อพวกเจ้ามาที่นี่เพราะต้องการสอบถามเรื่องสถานที่ประลอง..ข้าก็ได้มอบให้เจ้าแล้วยังไงเล่า! และแน่นอนว่าถึงแม้ทั้งสี่คนจะเดือดดาลอย่างมากจนถึงกับยืนร่างกายสั่นเทิ้มอยู่ที่หน้าประตูแต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะลงมือกับคนของตระกูลหลิง และได้แต่ยืนข่มความโมโหด้วยใบหน้าที่แดงก่ำอยู่เช่นนั้น! และการที่หลิงหยุนเลือกวิธีบอกสถานที่ประลองกับทั้งสองตระกูลเช่นนี้ก็เพื่อเป็นการประกาศว่าตระกูลเฉิน และตระกูลซันไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาเลยแม้แต่น้อย! “หึ..” เฉินจิ้นเฉวียนทำเสียงขึ้นจมูกด้วยความไม่พอใจและหลังจากที่ข่มความโกรธในใจลงได้แล้ว เขาจึงร้องบอกเฉินไห่เผิงว่า “ไห่เผิง..ส่งแผนที่นั่นมาให้ข้า!” เฉินจิ้งเฉวียนคลี่แผนที่ในมือออกดูก็พบสัญลักษณ์สีแดงเด่นชัดอยู่บนแผนที่ และสัญลักษณ์สีแดงนั้นก็ระบุตำแหน่งของหุบเขาแห่งหนึ่ง ซึ่งล้อมรอบด้วยเขาสูงห้าลูกในบริเวณรอยตัดของเขาหยุนเหมิง กับเขาหลงหยุนนั่นเอง.. แต่ถึงแม้ว่าสัญลักษณ์สีแดงจะระบุสถานที่ประลองไว้อย่างเด่นชัดแล้วแต่ตัวหนังสือที่เขียนอยู่บนแผ่นกระดาษนั้นกลับเด่นชัดเสียยิ่งกว่า.. –สามวันให้หลัง..ที่นี่จะเป็นหลุมฝังศพคนตระกูลซัน และคนตระกูลเฉิน!- “หึ!หลิงหยุน.. เจ้าจะจองหอง และโอหังมากเกินไปแล้ว!” ทันทีที่ได้เห็นตัวอักษรสีแดงประโยคนั้นเฉินจิ้งเฉวียนก็ถึงกับร้องคำรามออกมาด้วยความโมโหโทโสอีกครั้ง! เมื่อเฉินไห่เผิงซันเจิ้นหวู่ และซันเทียนหลัวเห็นอาการของเฉินจิ้งเฉวียน จึงรีบชะโงกหน้าเข้าไปอ่านข้อความในแผ่นกระดาษ และทุกคนต่างก็กัดฟันกรอดด้วยความโกรธเช่นกัน! และจู่ๆเฉินจิ้งเฉวียนก็สูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะร้องตะโกนถามออกไปเสียงดัง “หลิงหยุน.. เจ้าเด็กเมื่อวานซืน! ตระกูลเฉินของข้าอุตส่าห์ให้หน้าตระกูลหลิงด้วยการเดินทางมาที่นี่ด้วยตัวเอง แต่คิดไม่ถึงว่าเจ้ากลับหดหัว และหลบเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับข้า เจ้าทำเช่นนี้ด้วยเหตุผลใดกัน!” แต่ยังไม่ทันที่เฉินจิ้งเฉวียนจะพูดจบประโยคดีเสียงร้องตะโกนก็ดังสวนกลับออกมาทันที “ตระกูลหลิงไม่ได้ต้องการให้เจ้าให้หน้า.. ในเมื่อพวกเจ้าได้แผนที่แล้ว ก็รีบๆกลับไปได้! อ่อ.. ทันทีที่พวกเจ้ากลับไปถึงบ้าน ก็อย่าลืมไปจัดเตรียมโลงศพให้พร้อมด้วยล่ะ ประเดี๋ยวจะไม่ทันการ!” และแน่นอนว่าคำพูดที่คมกริบและสามารถเชือดเฉือนใจคนได้นี้ จะเป็นของผู้ใดไปไม่ได้ นอกจากหลิงหยุนเท่านั้น! “นี่เจ้า!!” ระหว่างที่เฉินจิ้งเฉวียนกำลังจะอ้าปากโต้เถียงกับหลิงหยุนต่อนั้นเขาก็ได้ยินเสียงคนพูดดังขึ้นจากด้านหลังตนเอง.. “อ้าว..อาวุโสเฉิน ผู้ใดทำให้ท่านโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเช่นนี้” เฉินจิ้งเฉวียนถูกหลิงหยุนยั่วยุให้โกรธจนแม้กระทั่งมีคนเข้าใกล้ตัวในระยะสองฟุต เขากลับยังไม่รู้ตัว!“หลงฮ่าวเฉียงงั้นรึนี่ท่านมาทำอะไรที่นี่งั้นรึ?”เมื่อหันหลังไปมอง..เฉินจิ้งเฉวียนก็เห็นชายร่างผอมบางอายุราวสี่สิบปี คิ้วทั้งสองข้างบนใบหน้าหนาเข้ม สวมชุดในแบบจีนโบราณเดินส่ายอาดๆเข้ามา พร้อมกับเอ่ยทักทายตนเองด้วยน้ำเสียงขบขัน..และคนผู้นี้ก็คือลูกพี่ลูกน้องของหลงฮ่าวหลานผู้นำตระกูลหลงคนปัจจุบันนั่นเองและเวลานี้หลงฮ่าวเฉียงก็เหลืออีกเพียงแค่ครึ่งระดับก็จะสามารถขึ้นสู่ขั้นเซียงเทียน-9 ได้แล้ว..หลังจากทักทายเฉินจิ้งเฉวียนแล้วหลงฮ่าวเฉียงก็เหลือบมองไปทางซันเจิ้นหวู่ กับซันเทียนหลัวพร้อมกับเอ่ยทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ตระกูลซันกับตระกูลเฉินตัดสินใจประลองกับตระกูลหลิงในครั้งนี้นับว่าสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับปักกิ่งอย่างมากเลยทีเดียว!”“วันนี้ข้ามาเป็นตัวแทนตระกูลหลงเพื่อเจรจา และพยายามทำให้เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็ก และทำให้เรื่องเล็กมลายหายไป..”หลงฮ่าวเฉียงตอบเฉินจิ้งเฉวียนไปตามตรงและในเมื่ออยู่ต่อหน้าคนสำคัญของทั้งสองตระกูลเช่นนี้ เหตุใดหลงฮ่าวเฉียงจะไม่พูดจายกตนให้มีความสำคัญเล่า..เฉินจิ้งเฉวียนได้ฟังคำพูดของหลงฮ่าวเฉียงก็ถึงกับหันไปมองหน้าซันเจิ้นหวู่ทันที!ทั้งสองคนได้แต่แอบคิดอยู่ในใจว่า..ตระกูลหลงคิดจะยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้จริงๆอย่างนั้นหรือหลังจากหายแปลกใจแล้วเฉินจิ้งเฉวียนก็หันไปมองซันเจิ้นหวู่พร้อมกับยิ้มหยัน ก่อนจะยื่นแผนที่ในมือให้กับหลงฮ่าวเฉียง และพูดขึ้นว่า..“หึ..ในเมื่อท่านบอกว่าป็นตัวแทนจากตระกูลหลงมายุติการประลอง ก็จงดูกระดาษแผ่นนี้ให้เห็นด้วยตาตัวเอง!”เฉินจิ้งเฉวียนพยายามที่จะเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลหลิงแต่ก็ไม่สามารถเข้าไปได้ ในเมื่อเวลานี้หลงฮ่าวเฉียงมาได้จังหวะเช่นนี้ เขาจึงอยากจะรู้ว่าหลงฮ่าวเฉียงจะมีปัญญาทำให้คนตระกูลหลิงปรากฏตัวได้หรือไม่ หลังจากหลงฮ่าวเฉียงเปิดแผนที่ออกดูสีหน้าของเขาก็ถึงกับเปลี่ยนไปทันที!“ใครเป็นเขียนแผนที่ฉบับนี้ขึ้นกันเหตุใดจึงกล้ายะโสโอหังเช่นนี้?!”และเช่นเดียวกัน..ยังไม่ทันที่หลงฮ่าวเฉียงจะพูดจบดี เสียงร้องตะโกนก็ดังขึ้นทั่วทั้งคฤหาสน์ตระกูลหลิง..“ข้าเป็นผู้เขียนเองล่ะเจ้าหนู..มีอะไรงั้นรึ”“ว่าแต่สุนัขขี้เรื้อนที่ใหนกันที่กล้ามาวิ่งผ่านหน้าประตูบ้านตระกูลหลิงของข้าเช่นนี้”หลิงหยุนเห็นหลงฮ่าวเฉียงปรากกฏตัวเช่นนี้จึงได้ชวนหลิงเย่ว และเหล่ากุ่ยออกไปดูด้วยตัวเอง เพราะนอกเหนือจากหลงเทียนเจียว และหลงเทียนยู่แล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะได้พบคนตระกูลหลงในปักกิ่ง หลิงหยุนจึงต้องการออกไปดูหน้าหลงฮ่าวเฉียงสักหน่อย!“ฮ่า..ฮ่า.. ฮ่า..”เฉินจิ้งเฉวียนถึงกับหัวเราะออกมาพร้อมกับร้องตะโกนบอกหลงฮ่าวเฉียง “หลงฮ่าวเฉียง.. ท่านได้ยินหรือไม่ ดูเหมือนตระกูลหลิงจะไม่ต้อนรับท่าน และยังเรียกท่านว่าสุนัขขี้เรื้อนด้วย.. นี่ย่อมแสดงให้เห็นว่าตระกูลหลิงไม่ได้เห็นตระกูลหลงของท่านอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย!”เฉินจิ้งเฉวียนสบโอกาสที่จะลากตระกูลหลงให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องในครั้งนี้จึงรีบฉวยไว้ทันที และตราบใดที่ตระกูลหลงโกรธจนต้องลงมือด้วยตัวเอง การประลองในครั้งนี้ตระกูลหลิงย่อมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย!“ผู้ใดกันที่บังอาจพูดจากับข้าซึ่งเป็นคนตระกูลหลงเช่นนี้เจ้าอยากตายมากนักรึ?”และแน่นอนว่าหลงฮ่าวเฉียงย่อมต้องกำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเลยทีเดียว!เพียะ!เพียะ!แต่ยังไม่ทันไร..เสียงคล้ายคนถูกตบหน้าก็ดังขึ้นถึงสองครั้ง ด้วยสัญชาติญาณหลงฮ่าวเฉียงยกมือขึ้นปัดป้อง แต่ทุกอย่างก็เกิดขึ้นรวดเร็วจนเกินไป!“เจ้ากล้ามาสามหาวถึงบ้านตระกูลหลิงเช่นนี้เจ้าต่างหากที่มารนหาที่ตาย!”หลังจากที่หลิงหยุนจัดการตบหน้าหลงฮ่าวเฉียงแล้วเขาก็ใช้มังกรคำรามเย้ยหยันอย่างไม่นึกเกรงกลัว จากนั้นจึงใช้เท้าเตะเข้าไปที่หัวเข่าข้างซ้ายของหลงฮ่าวเฉียงอย่างรุนแรง..หลังจากที่รอคอยการมาถึงของหลงฮ่าวเฉียงอีกครั้งยังไม่ทันที่จะได้พบหน้าคร่าตากัน หลิงหยุนก็จัดการตบหน้าเขาถึงสองครั้ง และหักขาไปหนึ่งข้าง!จากนั้นหลิงหยุนก็เตะเข้าที่เข่าและขาของหลงฮ่าวเฉียงอย่างแรง..