ตอนที่ 750
บทที่ 1180 : กายดารา - สุญญตาดูดดาว!
October 22, 2026
หลังจากที่ได้ฟังหลิงหยุนเล่าจนจบเย่ซิงเฉินก็พึมพำกับตัวเอง “คิดไม่ถึงว่าคนพวกนี้จะเริ่มปรากฏตัวแล้ว!” เย่ซิงเฉินนิ่งไปครู่ใหญ่จากนั้นจึงยิ้มใหักับหลิงหยุนพร้อมกับพูดออกมาอย่างชื่นชม “หลิงหยุน.. เจ้าสามารถบีบให้สามองค์กรระดับสูงของประเทศนี้ อย่างตระกูลหลง ตระกูลเย่ และกลุ่มนภาปรากฏตัวได้รวดเร็วเช่นนี้ นับว่าประสบความสำเร็จมากทีเดียว นี่ย่อมหมายความว่าคนเหล่านั้นเห็นเจ้าอยู่ในสายตา..” แววตาของเย่ซิงเฉินที่จ้องมองหลิงหยุนนั้นเป็นประกายและเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างชัดเจน! หลิงหยุนยิ้มขื่น“แต่ข้ายังไม่ต้องการเป็นที่สนใจของกลุ่มคนเหล่านี้เร็วนัก เจ้ารู้หรือไม่ว่าผู้ที่สามารถใช้กระบี่เหินเช่นนั้นได้ ในโลกของผู้บ่มเพาะพลัง นั่นเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าคนผู้นั้นได้เข้าสู่ด่านกลางของขั้นพลังชี่แล้ว และนั่นทำให้ข้ารู้สึกกดดันอย่างมาก..” เย่ซิงเฉินได้แต่ยิ้มออกมาพร้อมกับตอบไปว่า“หึ.. ในที่สุดเจ้าก็รู้จักถูกกดดันเป็นแล้วสินะ! และนี่คือเหตุผลที่ข้าไม่กล้าเข้ามาอยู่ในตัวเมือง และเลือกที่จะซ่อนตัวอยู่ตามป่าเขาแทนเช่นนี้!” แต่แล้วหลิงหยุนก็ถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ“ซิงเฉิน.. เจ้าเองก็เพิ่งจะอยู่ในระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-7 แต่เหตุใดเจ้ายังกล้าที่จะวนเวียนอยู่รอบเมืองหลวงเช่นนี้ เจ้าไม่กลัวว่าจะถูกเหล่ายอดฝีมือขั้นปรมาจารย์ของสองตระกูลใหญ่จับตัวไปหรอกรึ?” เย่ซิงเฉินยิ้มกว้างพร้อมตอบกลับไปว่า“นี่เจ้าลืมฐานะของข้าแล้วงั้นรึ ข้าเป็นถึงธิดาพรรคมาร ต่อให้คนพวกนั้นไม่เกรงกลัวข้า อย่างน้อยก็ต้องเห็นแก่หน้าอาจารย์ของข้า และความแข็งแกร่งของพรรคมาร!” “อีกทั้งตั้งแต่ข้าได้รับตำแหน่งธิดาพรรคมารมาข้าเองก็ยังไม่เคยทำเรื่องที่เป็นปฏิปักษ์ต่อตระกูลหลงกับตระกูลเย่ จึงไม่มีเหตุผลใดที่พวกเขาจะต้องเล่นงานข้า หากพวกเขาทำเช่นนั้นจริง ก็ต้องถามตัวเองก่อนว่าจะสามารถรับมือกับการตอบโต้จากพรรคมารของเราได้หรือไม่” “งั้นเชียวรึ!” ดวงตาของหลิงหยุนเป็นประกายขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนจะพูดออกไปว่า “ในเมื่อท่านแม่ของข้าก็ถูกขังอยู่ในดินแดนต้องห้ามของพรรคมาร ไม่สามารถออกมาช่วยเจ้าได้ หากเกิดเหตุร้ายกับเจ้าขึ้นจริงๆ จะมีคนพรรคมารออกมาช่วยเจ้าได้จริงๆงั้นรึ” เย่ซิงเฉินตอบโดยไม่ต้องคิด“เรื่องนี้เจ้ายังไม่เข้าใจ.. แม้ท่านอาจารย์จะไม่สามารถออกมาจากพรรคมารได้ แต่ตามกฏของพรรคมารแล้ว อาวุโสคนอื่นๆ ย่อมต้องเคลื่อนไหวอย่างแน่นอน!” “ความบาดหมางระหว่างท่านอาจารย์กับเหล่าผู้เฒ่าพรรคมารนั้นก็มีแค่เรื่องที่ท่านอาจารย์ไปรักลุงหลิง และให้กำเนิดเจ้าออกมาเท่านั้น แต่ในเรื่องของความไว้วางใจ และกฏระเบียบของพรรคมาร ทุกคนยังปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด.. เว้นแต่คนชั่วช้าอย่างซือกงถูเท่านั้น!” “หากตระกูลหลงกับตระกูลเย่หรือเหล่าชาวยุทธฝ่ายธรรมะ ขัดขวางการปฏิบัติงานของธิดารพรรคมาร แน่นอนว่าสงครามระหว่างฝ่ายธรรมะกับอธรรมก็จะเริ่มต้นขึ้นในทันที และหลังจากนั้นประเทศจีนคงต้องประสบกับหายนะใหญ่หลวงเป็นแน่..” “เจ้าต้องรู้ไว้ว่า..ในพรรคมารสามารถมีโอรสพรรคมารได้มากมายหลายคน แต่ธิดาพรรคมารจะมีได้เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น และธิดาพรรคมารในตอนนี้ก็คือหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าเจ้า..” เย่ซิงเฉินตอบกลับหลิงหยุนพร้อมกับเชิดคางขึ้นแสดงสีหน้าภูมิอกภูมิใจออกมาอย่างชัดเจน.. “…” หลิงหยุนเห็นท่าทางของเย่ซิงเฉินแล้วก็ได้แต่นิ่งเงียบพูดอะไรไม่ออกไปครู่ใหญ่แต่ในที่สุดก็เอ่ยขึ้นว่า “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง..น่าภูมิใจมากจริงๆ!”“แล้วเรื่องงานชุนนุมชาวยุทธที่ใกล้จะถึงนี่ล่ะข้าได้ข่าวมาว่าจะจัดขึ้นที่หุบเขาหลงเฟยบนเขาหลงหู่ไม่ใช่รึ”และที่หลิงหยุนสนอกสนใจเรื่องงานชุมนุมชาวยุทธที่จะเกิดขึ้นนี้มากก็เพราะเกี่ยวพันไปถึงเรื่องของเฉิงเม่ยเฟิงนั่นเอง..หลิงหยุนพูดต่อโดยจงใจที่จะเน้นเสียงในประโยคนี้เป็นพิเศษ“ข้าได้ยินมาว่างานชุมนุมนี้จัดขึ้นเพื่อหารือกันจัดการกับพรรคมารของเจ้าไม่ใช่รึ!”เย่ซิงเฉินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน..“งานชุมนุมชาวยุทธงั้นรึ เหล่าชาวยุทธอ้างเรื่องการปราบปรามพรรคมารเพื่อจะจัดงานชุมนุมที่น่าเบื่อนี้ขึ้นทุกปีนั่นล่ะ แต่ความจริงแล้วพวกเขาก็แค่ต้องการมารวมตัวกัน เพื่อที่จะได้โอ้อวดสำนักของตนเองให้ดูมีค่ามีราคาขึ้นบ้างเท่านั้นเอง..”หลิงหยุนเพียงแค่ยิ้มไม่ตอบกลับอะไรและได้แต่คิดว่า.. การที่เหล่าชาวยุทธกระตือรือร้นที่จะเข้าร่วมงามชุมนุมในครั้งนี้กันมากนั้น ก็เพราะเกรงว่าหากตนไม่เข้าร่วม ชื่อเสียงของตน และสำนักจะถูกผู้อื่นลืมเลือนไปเท่านั้นเอง..ไม่เพียงเหล่าชาวยุทธเท่านั้นแม้แต่นักบวชจากหลายสำนัก ต่างก็พากันส่งเหล่าลูกศิษย์ลูกหาลงจากเขามาร่วมชุมนุมในครั้งนี้ด้วย และมักจะอ้างเรื่องการปราบปรามพรรคมารบังหน้า แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงนั้น ก็เพื่อต้องการที่จะโอ้อวดศิษย์รุ่นใหม่ที่มีฝีมือของตนเท่านั้นเอง..เหตุผลที่เหล่าชาวยุทธอ้างว่าจัดชุมนุมมาเพื่อหารือในเรื่องการปราบปรามพรรคมารนั้นจึงเป็นเรื่องหลอกลวงทั้งเพ ความจริงแล้วก็คืองานที่ต่างฝ่ายต่างจะมาโอ้อวดคุณสมบัติ และความแข็งแกร่งของสำนักตนเองเสียมากกว่า.. เย่ซิงเฉินคร้านที่จะพูดเรื่องงานชุมนุมชาวยุทธต่อจึงร้องถามหลิงหยุนขึ้นว่า “เวลานี้ตระกูลซันกับตระกูลเฉินก็ถูกเจ้าทำลายจนสิ้นชื่อไปแล้ว แม้ตอนนี้ภายในตระกูลหลิงจะมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ข้าเชื่อว่าเจ้าจะสามารถจัดการทุกอย่างได้ จากนี้ไปตระกูลหลิงคงต้องผงาดขึ้นอย่างยากที่จะหลีกเลี่ยงได้สินะ!”“การที่ตระกูลหลงกับตระกูลเย่ไม่ปรากฏตัวออกมาขัดขวางการประลองครั้งนี้ย่อมแสดงให้เห็นว่าทั้งสองตระกูลยอมรับที่ตระกูลหลิงจะผงาดขึ้นมาอีกครั้งได้ และนับจากนี้ไปปักกิ่งก็จะมีสามตระกูลคานกันอยู่ และตราบใดที่เจ้าไม่ไปสร้างปัญหาให้กับพวกเขาทั้งสองตระกูล พวกเขาก็จะไม่ยุ่งกับตระกูลหลิงเช่นกัน..”“ในเมื่อเป็นเช่นนี้..ข้าเองก็จะสามารถไปจากปักกิ่งได้อย่างสบายใจ!”“นี่ข้าก็จากพรรคมารมาร่วมสี่เดือนแล้วและในงานชุมนุมชาวยุทธครั้งนี้ เห็นทีข้าจะไม่ไปปรากฏตัวคงจะไม่ได้..”หลิงหยุนรู้ดีว่า..ในเวลาสี่เดือนนั้น ธิดาพรรคมารเย่ซิงเฉินได้ใช้เวลาทั้งหมดในการตามหาตนเอง นางพบเจอเขาตั้งแต่เมื่อครั้งที่อยู่ในเมืองจิงฉู เพียงแต่ครั้งนั้นต่างฝ่ายต่างก็ยังไม่รู้ฐานะที่แท้จริงของกันและกัน เย่ซิงเฉินจึงไม่สนใจที่จะช่วยตระกูลหลิงเหมือนในตอนนี้หลิงหยุนรีบพูดขึ้นทันที“ซิงเฉิน.. เจ้าไม่ต้องห่วง! งานชุมนุมชาวยุทธครั้งนี้ ข้าจะไปกับเจ้าด้วย เจ้าอยู่ในที่แจ้ง ส่วนข้าจะอยู่ในที่มืด..”ทันทีที่หลิงหยุนพูดออกไปเช่นนั้นเย่ซิงเฉฺนก็หันไปมองหลิงหยุนด้วยสายตาเย็นชา พร้อมกับถามขึ้นว่า..“นี่เจ้าจะไปกับข้าเพราะเป็นห่วงข้าหรือเพราะมีจุดประสงค์อื่นกันแน่ ไม่ใช่ว่าเจ้าต้องการไปที่นั่นเพราะใครบางคนหรอกงั้นรึ?!”“…” หลิงหยุนถึงกับเหงื่อตก..เมื่อเย่ซิงเฉินดูเหมือนจะรู้ทันตนเองไปเสียทุกเรื่องเช่นนี้!เย่ซิงเฉินก็ยังคงเป็นเย่ซิงเฉินคนเดิมที่สามารถล่วงรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับหลิงหยุนและเรื่องระหว่างหลิงหยุนกับเฉิงเม่ยเฟิงนั้น นางเองก็รู้กระจ่างแจ่มแจ้งดี..“หึ..เอาล่ะๆ ไม่ต้องทำหน้ารู้สึกผิดเช่นนั้นก็ได้! เจ้าไม่จำเป็นต้องตอบคำถามของข้า ข้าเองก็ไม่ได้อยากจะรู้นัก..”หลิงหยุนคิดไม่ถึงว่าเย่ซิงเฉินจะยอมยุติง่ายๆเช่นนี้ และเป็นฝ่ายบอกกับเขาว่า “เวลานี้ข้าเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-8 แล้ว! และหากข้าสามารถเข้าสู่ขั้นพลังเหนือธรรมชาติได้ก่อนที่จะงานชุมนุมชาวยุทธจะเริ่มต้นขึ้นแล้วล่ะก็ พวกมันทั้งหมดจะต้องตายด้วยน้ำมือของข้าแน่..”