ตอนที่ 751
บทที่ 1181 : ฝึกวิชาสุญตาดูดดาว!
October 22, 2026
ทันทีที่หลิงหยุนได้เห็นเคล็ดวิชาสุญญตาดูดดาวเข้าเขาก็รู้ได้ทันทีว่าวิชานี้ผู้ที่จะฝึกฝนได้จะต้องมีร่างกายที่เหมาะสมเท่านั้น และวิชาสุญญตาดูดดาวนี้จะช่วยให้คนผู้นั้นสามารถข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์ต่างๆ ไปได้.. หลังจากที่ท่องเคล็ดวิชาสุญญตาดูดดาวได้อย่างแม่นยำแล้วหลิงหยุนก็ได้ทำการเปรียบเทียบวิชาสุญตาดูดดาวกับวิชาดาราคุ้มกาย และพบว่าทั้งสองวิชานี้ต่างก็ส่งเสริมซึ่งกันและกัน แต่ก็มีบางส่วนที่แตกต่างกัน.. วิชาดาราคุ้มกายนั้นเป็นวิชาที่เน้นปรับสภาพร่างกายจึงไม่ต้องการผู้ที่มีร่างกายเหมาะสม ทุกคนสามารถฝึกฝนได้ เพียงแต่ยิ่งฝึกฝนไปการพัฒนาสู่ขั้นต่อๆไปก็จะยิ่งเป็นไปอย่างยากลำบากมากขึ้น ในขณะที่วิชาสุญญตาดูดดาวนั้นตรงกันข้ามผู้ที่จะฝึกฝนวิชานี้ได้จะต้องเป็นผู้ที่มีร่างกายซึ่งสามารถกระตุ้นพลังดวงดาวได้เท่านั้น ไม่เช่นนั้นก็ยากที่จะฝึกฝนวิชานี้ได้ แต่หากสามารถฝึกฝนได้แล้ว ก็จะสามารถก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว.. ผู้ที่ฝึกวิชาสุญญตาดูดดาวนี้หากฝึกถึงขั้นหนึ่งก็จะสามารถควบคุม และดึงเอาพลังจากดวงดาวนับล้านๆดวงมาใช้ในการต่อสู้ได้ด้วย ซึ่งจะคล้ายๆกับวิชาพลังลับหยิน–หยางหรือวิชาหยางพิสุทธิ์ที่หลิงหยุนฝึก และคล้ายกับวิชาคลื่นคงคาที่สามารถดึงเอาน้ำเข้ามาใช้ในการต่อสู้ได้ หรือคล้ายกับวิชาในคัมภีร์ปีศาจเก้าดวงดาวของไป๋เซียนเอ๋อ ที่ผู้ฝึกจะต้องมีคุณสมบัติที่ค่อนข้างสูงจึงจะสามารถฝึกฝนได้.. และใช่ว่าหลิงหยุนจะไม่ต้องการฝึกวิชาสุญญตาดูดดาวนี้เพียงแต่วิชานี้ต้องการผู้ที่มีคุณสมบัติค่อนข้างสูงมาก และในช่วงเวลาเพียงสั้นๆนี้ เขาเองก็ยังไม่สามารถเข้าถึงคุณสมบัติขั้นนั้นได้ อีกทั้งเวลานี้หลิงหยุนเองก็กำลังฝึกวิชาพลังลับหยิน–หยาง และวิชาหยางพิสุทธิ์อยู่ด้วย.. หลิงหยุนตั้งใจไว้ว่า..เมื่อใดก็ตามที่เข้าเข้าสู่ด่านสุดท้ายของขั้นพลังชี่ และเข้าสู่ดาราคุ้มกายขั้นที่สี่แล้ว เขาจึงจะเริ่มฝึกวิชาสุญญตาดูดดาวนี้ เพราะทั้งสองวิชาต่างก็ส่งเสริมซึ่งกันและกัน ทำให้ผู้ฝึกสามารถก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว.. แต่เพราะร่างกายของหลิงหยุนนั้นไม่ใช่กายดาราดังเช่นเย่ซิงเฉินเขาจึงทำได้เพียงแค่ดูดเอาพลังจากดวงดาวเข้ามาไว้ในร่างกายเท่านั้น และยังไม่สามารถดึงเอาพลังดวงดาวไปใช้ในการต่อสู้ได้.. แต่ครั้งนี้..วิชาสุญญตาดูดดาวได้พบกับผู้ที่มีคุณสมบัติเช่นเย่ซิงเฉินแล้ว! ผู้ที่มีกายดารานั้น..หากฝึกวิชาดาราคุ้มกายควบคู่ไปกับวิชสุญญาตาดูดดาวแล้ว ผลจะออกมาเป็นเช่นใดนั้น แม้แต่หลิงหยุนเองก็อยากจะเห็นยิ่งนัก! ….. “วิชาสุญญตาดูดดาวงั้นรึ!” “ถูกต้อง!” หลิงหยุนตอบเย่ซิงเฉินพร้อมกับดึงมือนางพาวิ่งออกไปทางด้านทิศตะวันออกของภูเขาทันที.. “นี่..เจ้าต่อสู้มาทั้งคืนแล้ว ไม่เหน็ดเหนื่อยบ้างหรือยังไง!” “ไม่เลย!” ในเวลาเช่นนี้..แม้หลิงหยุนจะเหนื่อยล้ามาก แต่ก็ยากที่จะข่มตาให้หลับลงได้ เขาจึงพาเย่ซิงเฉินไปในที่ที่เขาเคยสอนวิชาดาราคุ้มกายให้กับนางครั้งก่อน คืนนี้ท้องฟ้างดูเหมือนจะเป็นใจยิ่งนัก..เพราะแสงจันทร์เบาบาง ท้องฟ้าจึงค่อนข้างมืดมิด เผยให้เห็นดวงดาวมากมายนับไม่ถ้วนกำลังทอประกายแสงระยิบระยับ ราวกับไข่มุกมากมายที่ส่องประกายงดงามอยู่หน้าม่านสีดำขนาดใหญ่ “ซิงเฉิน..เจ้านั่งลงขัดสมาธิ และทำจิตใจให้ว่างเปล่า หรือไม่ก็จินตนาการว่าตัวเจ้าเองเป็นหนึ่งในกลุ่มดาวนับล้านๆดวงบนท้องฟ้านั่น จากนั้นลองพยายามบังคับควบคุมพลังดวงดาวที่อยู่บนฟากฟ้าดู..” เย่ซิงเฉินนั่งลงขัดสมาธิตามที่หลิงหยุนบอกแต่ก่อนที่จะเริ่มทำสมาธิ นางก็อดที่จะเอ่ยถามหลิงหยุนขึ้นมาไม่ได้ “นี่เจ้าจะให้ข้าฝึกวิชาดาราคุ้มกายงั้นรึ!” หลิงหยุนส่ายหน้าพร้อมตอบกลับไปว่า“ไม่ใช่.. ข้ากำลังจะสอนวิชาสุญญตาดูดดาวให้เจ้าต่างหากเล่า..” เวลานี้เย่ซิงเฉินอยู่ในระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-8แล้ว และอีกเพียงแค่หนึ่งขั้นใหญ่ก็จะเข้าสู่ขั้นพลังเหนือธรรมชาติได้แล้ว การฝึกวิชาสุญญตาดูดดาวในเวลานี้จึงนับว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมยิ่งนัก! เพราะหากฝึกก่อนหน้านี้..เย่ซิงเฉินก็คงจะฝึกวิชาสุญญตาดูดดาวได้ค่อนข้างลำบาก เย่ซิงเฉินพยักหน้าและหยุดการเจรจา แล้วเริ่มหลับตาลงเข้าสู่การทำสมาธิเพื่อสงบจิตใจทันที ในขณะที่หลิงหยุนเองก็ยืนอยู่ข้างๆ คอยคุ้มครอง และเริ่มถ่ายทอดวิชาสุญญตาดูดดาวให้กับเย่ซิงเฉิน..เวลานี้หลิงหยุนสอนเพียงแค่วิธีฝึกฝนเพื่อเพิ่มพูนพลังดวงดาวสำหรับใช้ในการพัฒนาขั้นเท่านั้นส่วนเรื่องวิธีการดึงเอาพลังดวงดาวมาใช้ในการต่อสู้นั้น ต้องรอให้เย่ซิงเฉินสามารถบังคับควบคุมพลังดวงดาวให้ได้เสียก่อน..หลิงหยุนท่องเคล็ดวิชาสุญญตาดูดดาวให้เย่ซิงเฉินฟังอย่างช้าๆเพราะเนื้อหาของวิชานี้ค่อนข้างลึกลับซับซ้อน และกว่าที่หลิงหยุนจะท่องให้เย่ซิงเฉินฟังอย่างช้าๆจนจบนั้น ก็กินเวลาไปถึงหนึ่งชั่วโมงเต็ม‘เคล็ดวิชากว่าหนึ่งหมื่นแปดร้อยตัวอักษรเช่นนี้ไม่รู้ว่าซิงเฉินจะสามารถจดจำได้หมดในคราวเดียวหรือไม่!’เวลานี้หลิงหยุนใกล้ที่จะเข้าสู่ระดับสุดท้ายชั้นซานฉางชี่แล้วจิตหยั่งรู้ของเขาจึงค่อนข้างทรงพลังยิ่งนัก เขาจึงใช้จิตหยั่งรู้ประกอบกับมังกรคำรามท่องเคล็ดวิชานี้ให้เย่ซิงเฉินได้ยินเพียงผู้เดียว เพื่อช่วยให้นางสามารถจดจำได้อย่างแม่นยำแต่หากหลิงหยุนเข้าสู่ด่านสุดท้ายของขั้นพลังชี่คือตั้งแต่ขั้นชีเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-7) ขึ้นไปได้แล้ว ก็ไม่จำเป็นที่เขาจะต้องมานั่งท่องเคล็ดวิชาเช่นนี้อีก เมื่อถึงตอนนั้นหลิงหยุนจะสามารถใช้พลังจิตที่แข็งแกร่งของตนเอง ถ่ายทอดเคล็ดวิชาเหล่านี้เข้าไปในจิตใจของคนผู้นั้นได้ในทันที!แต่เย่ซิงเฉินเองก็ทำให้หลิงหยุนประหลาดใจไม่น้อยทีเดียว!เพราะเพียงแค่เขาท่องเคล็ดวิชาทั้งหมดจบเท่านั้น เย่ซิงเฉินก็สามารถจดจำได้ทุกตัวอักษร และความอัศจรรย์ก็กำลังปรากฏขึ้นต่อหน้าหลิงหยุนอย่างเหลือเชื่อ!หลิงหยุนเห็นดวงดาวนับล้านๆดวงบนท้องฟ้าเริ่มรวมตัวร้อยเเรียงกันเป็นเส้นไหมนับร้อยล้านเส้น และเส้นไหมดาราเหล่านั้นก็กำลังพุ่งเข้าสู่ร่างของเย่ซิงเฉินอย่างน่าตกตะลึง!ภาพที่หลิงหยุนเห็นเวลานี้ไม่ต่างจากภาพที่เวลาหลิงหยุนฝึกวิชาดาราคุ้มกาย และมีแสงจันทร์และแสงดาวพุ่งทอดตรงเข้าสู่ร่างกายเลยแม้แต่น้อย..‘นี่มันอะไรกัน!ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ!’หลิงหยุนตกใจสุดขีดเพราะเขารู้ดีว่าเส้นไหมดวงดาวหลายล้านเส้นที่ทอดลงมาจากท้องฟ้าเข้าสู่ร่างของเย่ซิงเฉินนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นพลังของเหล่าดวงดาราทั้งสิ้น!ยิ่งไปกว่านั้น..การที่เย่ซิงเฉินฝึกวิชาสุญญตาดูดดาวนั้น ไม่เพียงพลังจากเหล่าดวงดาราที่เข้าสู่ร่างกายของนางนั้น จะช่วยปรับสภาพร่างกายของนางให้แข็งแกร่งขึ้นแล้ว แต่พลังเหล่านี้จะยังสามารถช่วยให้เย่ซิงเฉินใช้พลังเหนือธรรมชาติได้อีกด้วย..กายดาราเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก! ……‘คิดไม่ถึงว่าซิงเฉินจะมีความจำที่น่าทึ่งเช่นนี้!อีกทั้งยังมีความเข้าใจที่หาผู้ใดเทียบได้ยากอีกด้วย..’สิ่งที่ทำให้หลิงหยุนนึกทึ่งในตัวของเย่ซิงเฉินนั้นไม่เพียงกายดาราของนาง แต่ยังเป็นความจำและความเข้าใจของนางด้วย..นั่นเพราะวิชาสุญญตาดูดดวงดาวนั้นไม่เพียงมีอักษรถึงหนึ่งหมื่นแปดร้อยตัว แต่ยังเป็นเคล็ดวิชาที่เขียนด้วยคำโบราณ จึงยากที่ผู้คนในยุคสมัยนี้จะสามารถพูด และท่องได้คล่องปากโดยไม่ติดขัด..และต่อให้หลิงหยุนใช้มังกรและจิตหยั่งรู้ช่วยแต่เพียงแค่หนึ่งหมื่นตัวอักษรก็น่าจะเกินกว่าที่ความทรงจำของเย่ซิงเฉินจะจดจำได้แล้ว..ไม่เพียงเย่ซิงเฉินจะสามารถจดจำเคล็ดวิชาทั้งหมดได้แต่นางยังสามารถเข้าใจเคล็ดวิชาที่ซับซ้อนนี้ได้อย่างรวดเร็ว และยังสามารถเริ่มลงมือฝึกฝนได้ในทันทีอีกด้วย! ‘คุณสมบัติเช่นนางนั้นหาได้ยากยิ่งนัก!’หลิงหยุนจ้องมองพลังดวงดาวที่ไหลเข้าสู่ร่างของเย่ซิงเฉินอย่างต่อเนื่องและได้แต่ถอนหายใจออกมาพร้อมกับคิดอยู่ในใจว่า คุณสมบัติและพรสวรรค์เช่นนี้ มีเพียงหนิงหลิงยู่ผู้เดียวเท่านั้นที่จะสามารถทัดเทียมกับนางได้!แต่สำหรับตัวหลิงหยุนเองนั้นแทบไม่ต้องพูดถึง..คุณสมบัติและพรสวรรค์ของเขาย่อมเหนือกว่าหญิงสาวทั้งสองเป็นแน่!หลิงหยุนยังคงยืนคุ้มครองเย่ซิงเฉินอยู่เช่นนั้นจนกระทั่งเวลาล่วงเข้าสู่สามนาฬิกา..ตูม!หลังจากที่ร่างของเย่ซิงเฉินดูดเอาพลังดวงดาวเข้าไปมากขึ้นเรื่อยๆร่างของนางก็เริ่มล่องลอยอยู่กลางอากาศโดยที่นางเองก็ไม่รู้ตัว ร่างกายของเย่ซิงเฉินดูเหมือนจะเบาลงเรื่อยๆ และล่องลอยราวกับเป็นหนึ่งเดียวกับท้องนภาในยามค่ำคืน จากนั้นร่างงดงามของเย่ซิงเฉินก็ค่อยๆ เปล่งประกายสว่างไสวเช่นเดียวกับดวงดาวบนท้องฟ้า..“รวดเร็วถึงเพียงนี้เชียวรึ!นี่นางเริ่มที่จะควบคุมพลังดวงดาวได้แล้วหรือนี่?!”หลิงหยุนจ้องมองภาพที่เห็นด้วยความรู้สึกตื่นเต้นตกใจเขารู้ดีว่าที่เย่ซิงเฉินสามารถทำเช่นนี้ได้ เป็นเพราะว่านางเริ่มที่จะควบคุมพลังดวงดาวได้แล้วนั่นเอง..