ตอนที่ 752
บทที่ 1182 : ระดับสูงสุดขั้นซานฉางชี่!
October 22, 2026
“อืมม..ความรู้สึกเช่นนี้ช่างดีกว่าความรู้สึกหลังฝึกฝนวิชายิ่งนัก!” หลิงหยุนตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกว่าร่างกายสดชื่นจิตใจแจ่มใส่ และเปี่ยมไปด้วยพลัง! เขาลุกขึ้นนั่ง และรับรู้ได้ถึงพลังที่ดูเหมือนจะมีมากมายไม่สิ้นสุดนี้.. หลิงหยุนไม่รีบร้อนที่จะลุกจากเตียงนักเขาจึงนั่งนิ่งเพื่อสำรวจดูภายในร่างกายของตนเองก่อน.. หลิงหยุนพบว่าเวลานี้จุดตันเถียนของตนนั้นกำลังหมุนอย่างรวดเร็วภายในดวงตาของปลาหยิน และปลาหยางมีพลังหยิน และพลังหยางพุ่งออกมาราวกับน้ำพุ แล้วค่อยๆ รวมตัวกันกลายเป็นกระแสวนหยิน-หยางที่กำลังหมุนอย่างรวดเร็วอยู่ในจุดตันเถียนของตน.. ส่วนสมุดจักรพรรดิซึ่งเวลานี้มีขนาดเล็กเท่ากับเข็มเล่มหนึ่งนั้นก็กำลังล่องลอย และหมุนไปตามกระแสวนหยิน-หยางอยู่ในจุดตันเถียนอันน่าอัศจรรย์ของตนเอง.. ส่วนกระบี่กังฉีซึ่งหลิงหยุนใช้พลังจิตสร้างขึ้นจากหยินและหยางที่หลอมรวมจนเป็นเกล็ดนั้น เวลานี้ก็ยังคงอยู่ภายในจุดตันเถียน แต่ดูเหมือนจะขยายใหญ่ขึ้นมาก และเปล่งรังสีที่บ่งบอกถึงความสามารถในการทำลายล้างสูงออกมาให้เห็นแล้ว! ส่วนพลังหยินและพลังหยางในร่างกายของหลิงหยุนเวลานี้..ก็ไม่ได้แยกออกจากกันเป็นขาวและดำเหมือนเช่นเคย แต่ได้หลอมรวมตัวกัน และกลายเป็นสีเทาเข้ม พลังปราณที่ไหลเวียนอยู่ทั่วร่างกายของหลิงหยุนเวลานี้จึงมีทั้งหมดสี่สายซึ่งก็คือ.. พลังปราณสายที่หนึ่ง..คือปราณสีทองจากพู่กันจักรพรรดิที่ไหลออกจากกึ่งกลางหว่างคิ้วของหลิงหยุน ซึ่งเวลานี้ได้กลายเป็นสีทองสุกสว่างคล้ายทองคำบริสุทธิ์ และเป็นเส้นที่เล็กมาก แต่ก็เป็นสีทองสุกสว่างยิ่งนัก! พลังปราณสายที่สอง..คือปราณสีเหลืองของปราณเสวียนหวง ที่หลิงหยุนดูดซับมาจากต้นหลิวเทวะวิญญาณซึ่งเป็นมรดกประจำตระกูลหลิง.. พลังปราณสายที่สาม..คือปราณสีทองระยิบระยับของปราณมังกร สีทองของปราณมังกรนั้นจะไม่สุกสว่างดังเช่นปราณสีทองคำบริสุทธิ์จากพู่กันจักรพรรดิ แต่จะเป็นประกายระยิบระยับมากกว่า.. พลังปราณสายที่สี่นั้น..เป็นพลังปราณที่หลิงหยุนคุ้นเคยเป็นอย่างดี ซึ่งก็คือพลังหยิน และพลังหยางนั่นเอง.. พลังปราณทั้งสี่สายนี้จะไหลเวียนเป็นเส้นคู่ขนานไปตามเส้นลมปราณต่างๆทั่วร่างกายของหลิงหยุนด้วยความรวดเร็วสูง แต่ก็ไม่ยุ่งเกียวกัน คล้ายกับรางรถไฟที่วิ่งคู่ขนานกันไป.. หลังจากที่พลังปราณทั้งสี่เส้นพุ่งออกจากจุดตันเถียนก็จะไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณต่างๆ ทั่วร่างกายก่อนที่จะกระจายเข้าสู่จุดฝังเข็มทั้งสามร้อยหกสิบห้าจุดทั่วร่างต่อไป หลังจากพลังปราณไหลวนอยู่ภายในจุดฝังเข็มต่างๆแล้ว ก็จะไหลขึ้นไปสู่จุดกึ่งกลางหว่างคิ้วของหลิงหยุนต่อ และนั่นทำให้เวลานี้ความเร็วในการกลั่นหยดเสินหยวนกลางหว่างคิ้วของหลิงหยุนนั้นได้เพิ่มอัตราความเร็วขึ้นเป็นนาทีละหนึ่งหยด! ‘ไม่อยากจะเชื่อ..นาทีละหนึ่งหยดงั้นรึ!’ ในช่วงเวลาสั้นๆที่หลิงหยุนสำรวจดูภายในร่างกายของตนเองอยู่นั้น เขาก็ได้คำนวนระยะเวลาในการกลั่นหยดเสินหยวนของตนเองไปด้วย และพบว่าเวลานี้ร่างกายของเขาสามารถกลั่นเสินหยวนได้นาทีละหนึ่งหยด! เมื่อครั้งที่อยู่ในระดับกลางขั้นซานฉางชี่(ขั้นพลังชี่-3) นั้น ร่างกายของหลิงหยุนต้องใช้เวลาถึงสามนาทีในการกลั่นเสินหยวนหนึ่งหยด และหากร่างกายของเขาสามารถกลั่นเสินหยวนได้นาทีละหนึ่งหยดเช่นนี้ ย่อมเป็นการบ่งบอกว่าเขาได้เข้าสู่ระดับสูงสุดของขั้นซานฉางชี่แล้ว! ‘การประลองเมื่อคืนนี้ได้ให้ประโยชน์กับข้าอย่างมากมายถึงเพียงนี้เชียวรึ!’ จู่ๆตื่นนอนมาแล้วพบว่าตนเองสามารถเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นซานฉางชี่ได้เช่นนี้ มีหรือที่หลิงหยุนไม่ดีใจจนต้องยิ้มออกมา.. และหากเป็นเช่นนี้ย่อมหมายความว่า..ภายในหนึ่งวันร่างกายของเขาจะสามารถกลั่นหยดเสินหยวนได้ถึงหนึ่งพันสี่ร้อยสี่สิบหยดเลยทีเดียว นี่เท่ากับว่าเขาจะสามารถใช้หยดเสินหยวนได้ตามใจชอบโดยไม่ต้องคอยระมัดระวังอีก!หากไม่มีอะไรผิดพลาด..เมื่อหลิงหยุนสามารถฝึกฝนจนสามารถเข้าสู่ระดับกลางของขั้นซื่อเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-4) ได้เมื่อใด เขาก็จะสามารถใช้กระบี่เหินพาตัวเองให้เหาะเหินเดินอากาศไปบนท้องฟ้าได้ไกลถึงวันละหนึ่งหมื่นลี้เลยทีเดียว และเมื่อถึงตอนนั้นเขาจะสามารถเดินทางได้ทั้งทางบก และอากาศ..‘วันข้างหน้า..เห็นทีข้าคงจะให้ความสำคัญเพียงแค่เรื่องการฝึกฝน และการต่อสู้เพียงสองอย่างไม่ได้แล้ว แต่คงต้องหันมาพักผ่อน และดูแลใส่ใจสุขภาพร่างกายให้มากขึ้นด้วย..’ในขั้นพลังชี่นั้น..เป็นขั้นที่เน้นฝึกฝนใช้ชี่ชำระใจ เพื่อสร้างจิตหยั่งรู้ และพลังจิตของผู้ฝึกให้แข็งแกร่ง และมีพลังมากขึ้นเรื่อยๆดังนั้นในขั้นตอนนี้..สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือการทำจิตใจให้เข้าสู่ความสงบ และยกระดับจิตวิญญาณของตนเอง!‘แต่ดูเหมือนสายฟ้าภายในร่างของข้าจะลดลงไปมากทีเดียว!’จากการสำรวจดูภายในร่างกายในครั้งนี้หลิงหยุนพบว่าสายฟ้าต่างๆ ที่อยู่ในร่างกายของตนนั้น หลังจากที่ได้ถูกนำไปใช้ในการประลองเมื่อคืนนี้ ได้ลดปริมาณลงไปมาก และเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย นั่นเพราะร่างกายของเขาไม่สามารถสร้างสายฟ้าเหล่านี้ขึ้นมาได้เอง..‘น่าแปลกนัก!เหตุใดพลังสีขาวกลับดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นอย่างไม่รู้สาเหตุ’ หลิงหยุนพบว่าพลังสีขาวที่เคยปรากฏขึ้นและช่วยเขาซ่อมแซมจุดฝังเข็มในครั้งโน้น ได้เริ่มเปล่งประกายสีขาวเจิดจ้ามากยิ่งขึ้น และเวลานี้แสงสีขาวเหล่านั้นก็ได้กลายเป็นรัศมีวงกลมสีขาวส่องสว่างอยู่ตามจุดฝังเข็มต่างๆของตน..‘น่าแปลก..พลังสีขาวนี้มาจากใหนกัน!’จนกระทั่งถึงตอนนี้..หลิงหยุนเองก็ยังไม่รู้ และไม่สามารถบอกได้ว่าพลังที่มีรัศมีสีขาวสุกสว่างนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร และเป็นสิ่งที่ดีหรือว่าไม่ดีกันแน่?แต่จนถึงตอนนี้พลังรัศมีสีขาวนั้นก็ไม่ได้เป็นอันตรายต่อร่างกายของหลิงหยุนเขาจึงไม่คิดที่จะขับมันออกไป แต่ก็ไม่สามารถที่จะนำมาใช้ประโยชน์อะไรได้เช่นกัน หลิงหยุนจึงได้แต่ต้องรอดูต่อไปเท่านั้น..“จะเป็นอะไรก็ตาม..แต่อย่ามาเปล่งรัศมีอยู่ด้านหลังศรีษะของข้าในเวลานี้ก็พอ ไม่เช่นนั้นข้าคงต้องกลายเป็นตัวตลกแต่!”หลิงหยุนแอบพึมพำกับตัวเองก่อนที่จะลุกออกไปจากเตียง..…..“กา..กา..”ระหว่างที่หลิงหยุนครุ่นคิดเรื่องต่างๆอยู่นั้นเขาก็ได้ยินเสียงร้องของอีกาดังขึ้น จึงรีบเปิดจิตหยั่งรู้ออกสำรวจดู และพบว่าภายในป่าห่างจากบ้านหลังนี้ไปราวหนึ่งกิโลเมตรนั้น มีอีกาตัวใหญ่สีดำกำลังเกาะอยู่บนกิ่งไม้ และส่งเสียงร้องดังไปทั่วทั้งป่าใหญ่..และมันก็คืออีกาลายทองซึ่งติดตามหลิงหยุนมานั่นเอง..หลิงหยุนเห็นเจ้าอีกาลายทองก็ถึงกับนึกประหลาดใจว่า‘เหตุใดวันนี้อีกาตัวนี้จึงดูเศร้าสร้อยนัก’“หลิงหยุน..เจ้าตื่นแล้วรึ”ในเวลานั้น..ร่างบอบบางงดงามของเย่ซิงเฉินก็เดินเข้ามาในห้องพอดี นางยิ้มให้หลิงหยุนพร้อมกับเอ่ยถามออกไป แต่สีหน้ากลับมีแววขุ่นเคืองใจเล็กน้อย.. นี่เป็นครั้งแรกที่หลิงหยุนได้เห็นสีหน้าแสดงความไม่พอใจของเย่ซิงเฉิน!และยังไม่ทันที่หลิงหยุนจะได้อ้าปากพูดอะไรเย่ซิงเฉินก็ชิงพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ และคิ้วทั้งสองข้างก็ขมวดเข้าหากันแน่น..“น่าโมโหจริงๆ!ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด.. จู่ๆ ก็มีอีกาบินมากรีดร้องอยู่แถวนี้ เสียงดังหนวกหูน่ารำคาญยิ่งนัก!”