ตอนที่ 762
บทที่ 1192 : ฮวงจุ้ยล้ำเลิศ!
October 22, 2026
“หมดแก้ว!” โม่วู๋เตาที่นั่งยิ้มกริ่มอยู่ตรงข้ามหลิงหยุนพร้อมกับยกแก้วเหล้าในมือขึ้น หลังจากที่จัดการชนแก้วกับหลิงหยุนแล้ว โม่วู๋เตาก็กระดกเหล้าในแก้วเข้าปากจนหมด และเวลานี้ทั้งคู่ก็ดื่มเหล้าเหมาไถหมดไปเป็นขวดที่สี่แล้ว.. “หลิงหยุน..นี่เจ้าจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยจริงๆรึ!” โม่วู๋เตาเอ่ยถามหลิงหยุนด้วยความอยากรู้ หลิงหยุนวางแก้วเหล้าในมือลงพร้อมตอบกลับไปว่า“เรื่องนี้ข้าเคยบอกเจ้าไปแล้วนี่!” “ข้าก็แค่จะไปมอบตัวตามขั้นตอนของทางมหาวิทยาลัยเท่านั้นแต่ไม่คิดที่จะเข้าไปนั่งเรียนจริงๆ!” เมื่อพูดถึงเรื่องนี้..ทำให้หลิงหยุนอดที่จะนึกถึงฉินจิวยื่อไม่ได้ แม้นางจะอยู่ในขั้นเซียงเทียน แต่กลับปิดบังฐานะของตนเองตลอดเวลาที่อยู่ในเมืองจิงฉู และยอมตรากตรำทำงานหนักเพื่อหาเงินมาส่งเสียให้เขากับหนิงหลิงยู่ได้เรียนหนังสือ.. สิบแปดปีเลยทีเดียว! สำหรับตัวหลิงหยุนเองแล้วเขาไม่สนใจเรื่องการเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยหยานจิงเลยแม้แต่น้อย แต่เขาทำเพื่อนางฉินจิวยื่อที่ต้องอดทนทำงานหนักมากว่าสิบแปดปี เพื่อให้เขาสามารถสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยได้.. หลิงหยุนตั้งใจไว้ว่า..เขาจะพาหนิงหลิงยู่ไปพบฉินจิวยื่อที่สำนักกระบี่เทียนซานในฐานะนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยหยานจิง เพื่อที่จะได้บอกกับนางด้วยตัวเองว่า เขาและน้องสาวสามารถทำตามความต้องการของนางได้แล้ว และจะพานางกลับมาพร้อมกันด้วย.. เมื่อได้ยินหลิงหยุนยืนยันอีกครั้งว่าจะไม่ไปเรียนเช่นนี้โม่วู๋เตาก็ถึงกับโล่งใจ และถามขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น.. “แล้วเจ้าจะไปมอบตัวเข้ามหาวิทยาลัยเมื่อไหร่งั้นรึ” “วันที่10…” หลิงหยุนตอบยิ้มๆพร้อมกับพูดต่อว่า “แต่ก่อนจะถึงวันนั้น.. เจ้ากับข้ามีเรื่องสำคัญที่จะต้องไปทำ!” “ไปสำรวจสุสานงั้นรึ!” โม่วู๋เตายกมือขึ้นชี้ไปทางทิศที่ตั้งของพระราชวังต้องห้ามพร้อมกับร้องถามออกมาด้วยความตื่นเต้น ดวงตาทั้งสองข้างเป็นประกายอย่างที่ไม่อาจเก็บซ่อนไว้ได้ สีหน้าและน้ำเสียงของเขานั้นบ่งบอกว่าแทบอดรนทนรอต่อไปไม่ได้อีกแล้ว.. “วันๆเจ้าคงคิดถึงแต่เรื่องสุสานสินะ!” หลิงหยุนจ้องหน้าโม่วู๋เตาพร้อมกับพูดต่อทันที“สถานที่เช่นนั้นใช่ว่าคิดจะไปก็สามารถไปได้ในทันที! ต่อให้เจ้าตัดสินใจที่จะไป ก็ยังต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปมากที่สุด!” จากนั้นหลิงหยุนก็พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์“ก่อนการประลอง.. ข้าได้เดิมพันกับเย่เทียนสุ่ยแห่งตระกูลเย่ไว้ ตอนนี้ก็ได้เวลาที่ข้าต้องไปรับเงินแล้ว!” “หนึ่งหมื่นห้าพันล้านหยวน..ฮ่า.. ฮ่า..” “อ่อ..อีกไม่กี่วันข้ายังจะพาเจ้าไปสถานที่แห่งหนึ่ง รับรองว่าเจ้าต้องไม่เคยพบเห็นมาก่อนแน่ และจะต้องชื่นชอบมากด้วย!” “ที่ใดรึ!”โม่วู๋เตาได้ร้องถามออกมาด้วยความตื่นเต้น “ฮ่า..ฮ่า.. ไว้ถึงวันนั้นเจ้าก็จะรู้เอง!” หลิงหยุนไม่ตอบ.. ….. หลังจากนั้นทั้งหลิงหยุนและโม่วู๋เตาก็เดินออกจากบ้านไปยังสวนชั้นที่หกของคฤหาสน์ตระกูลหลิง หลิงหยุนจัดการเรียกต้นหลิวเทวะวิญญาณออกมาจากแหวนจักรวาลและทำการปลูกลงดินดังเดิม แล้วหลิวเทวะวิญญาณก็จัดการปลดปล่อยพลังชีวิตธาตุไม้ออกมาอย่างมากมาย.. “กา..กา..” เวลานี้บนท้องฟ้าเหนือคฤหาสน์ตระกูลหลิงนั้นมีอีกาทองคำตัวใหญ่กำลังบินวนเวียนอยู่กลางอากาศ ดวงตาสีทองของมันนั้นจ้องมองต้นหลิวเทวะวิญญาณ พร้อมกับบินวนเวียนไปมา และร้องกาๆ ไม่หยุด โม่วู๋เตาเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับร้องอุทานออกมาอย่างตกใจ“โอ้โห! ตัวใหญ่ถึงเพียงนี้เชียวรึ! นี่คงจะเป็นอีกาที่เจ้าพูดถึงเมื่อครู่สินะ!”หลิงหยุนพยักหน้ายิ้มๆและใช้มังกรคำรามประกาศให้ทุกคนในตระกูลหลิงได้รับรู้“ทุกคนในตระกูลหลิงจงฟังคำสั่งข้า..อีกาที่บินอยู่เหนือคฤหาสน์ตระกูลหลิงนี้ เป็นอีกาที่ข้าเลี้ยงไว้ ห้ามผู้ใดทำร้ายมันโดยเด็ดขาด!”หลังจากที่หลิงหยุนใช้มังกรคำรามประกาศบอกทุกคนในตระกูลหลิงแล้วอีกาลายทองก็กระพือปีก และบินร่อนลงมากเกาะที่กิ่งของต้นหลิวเทวะวิญญาณ โดยที่ไม่ต้องให้หลิงหยุนเรียกเลย..“หึ..เจ้านี่ช่างหาที่เกาะได้ดีนักนะ!”หลิงหยุนเห็นอีกาทองคำบินร่อนลงมาเกาะที่กิ่งไม้หนาของต้นหลิวเทวะวิญญาณก็อดที่จะประชดประชันไม่ได้..เวลานี้ต้นหลิวเทวะวิญญาณได้สูงกว่าสามเมตรแล้วและลำต้นของมันนั้นก็มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึงยี่สิบเซ็นติเมตรเลยทีเดียว อีกทั้งกิ่งก้านของของมันนั้น ก็เริ่มมีใบสีเขียวขึ้นดกหนาจนย้อยลงมาไม่ต่างจากเส้นไหมขนาดใหญ่..ลำต้นของหลิวเทวะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองจางๆในขณะที่ใบของมันนั้นเป็นประกายสีเขียวมันวาวสุกใสมาจากด้านในหลิงหยุนรู้ดีว่าสีเหลืองจางของลำต้นนั้นแท้จริงแล้วก็คือปราณเสวียนหวงของต้นหลิวเทวะวิญญาณนั่นเอง ส่วนใบสีเขียวของมันนั้นเวลานี้ก็เป็นมันวาวสว่างเจิดจ้าราวกับไฟนีออนสีเขียวเลยทีเดียว!“เอาล่ะ..ถ้าเจ้าชอบไม้ต้นนี้นัก ข้าก็จะอนุญาตให้เจ้าทำรังอยู่บนต้นหลิวของข้าได้!”หลิงหยุนร้องบอกอีกาทองคำด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม“กา..กา..”ดูเหมือนอีกาลายทองตัวนี้จะสามารถเข้าใจภาษามนุษย์ได้จริงๆทันทีที่หลิงหยุนเอ่ยปากอนุญาต มันก็กระพือปีกพร้อมกับร้องออกมาเสียงดังด้วยความตื่นเต้นดีใจ“น่าเสียดายที่ข้าไม่สามารถสื่อสารกับหลิวเทวะวิญญาณได้ไม่เช่นนั้นแล้วก็คงจะบอกให้มันแตกกิ่งไวๆ เพื่อให้ข้านำมาใช้สร้างเป็นวัตถุวิเศษล้ำค่าต่อไปได้!”หลิงหยุนได้แต่พึมพำกับตัวเองอย่างนึกเสียดาย..การที่หลิงหยุนนำหลิวเทวะวิญญาณต้นนี้ไปที่สนามประลองด้วยนั้นก็เพื่อเตรียมการหากเกิดความจำเป็นจะต้องใช้อย่างเร่งด่วนเท่านั้น แต่ท้ายที่สุดเขาก็ไม่ได้ใช้มันหลังจากที่หลิงหยุนพึมพำออกไปนั้นหลิวเทวะวิญญาณก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆกลับมา หลิงหยุนจึงได้แต่ถอนหายใจพร้อมกับคิดว่า“คงต้องรอดูต่อไปเรื่อยๆว่าหลังจากนี้ไปหลิวเทวะวิญญาณจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง”และในระหว่างนั้นเอง..หลิงหยุนก็สัมผัสได้ถึงกระแสจิตสามสายที่ส่งออกมา ซึ่งมีทั้งกระแสที่แข็งแกร่ง และกระแสที่ยังอ่อนกำลัง..กระแสจิตที่แข็งแกร่งทั้งสองนั้นคือกระแสจิตของจินเหยียวกับหลิงลี่ส่วนกระแสจิตที่ยังอ่อนกำลังอยู่นั้นคือของเกาเฉินเฉิน..“เกาเฉินเฉินสามารถควบคุมกระแสจิตของตนได้รวดเร็วถึงเพียงนี้เชียวรึ!”หลิงหยุนยิ้มออกมาพร้อมกับแอบคิดในใจว่าเกาเฉินเฉินนับเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์อย่างน่าอัศจรรย์ทีเดียว ทันทีที่สามารถเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นปฐมชี่ได้แล้ว แม้จะยังไม่ได้ฝึกฝนวิชาอย่างจริงจัง แต่นางกลับสามารถควบคุมพลังจิตของตนได้เช่นนี้ นับไม่เลวเลยทีเดียว!“ดูท่าข้าคงต้องถ่ายทอดวิชาให้กับนางแล้วไม่เช่นนั้นจะเป็นการปล่อยเวลาให้ล่วงไปโดยไร้ประโยชน์!”นับตั้งแต่กลับมาถึงบ้าน..หลิงหยุนก็สังเกตเห็นว่าจิตใจของเกาเฉินเฉินนั้นเปลี่ยนไปมาก และนี่คือผลจากการที่ร่างกายได้พัฒนาขึ้นจนส่งผลต่อสภาพจิตใจของคนผู้นั้นด้วย..สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คือการพูดจาของเกาเฉินเฉิน..หากเป็นเมื่อก่อนนี้ หลังจากที่หลิงหยุนกลับมาถึงบ้าน นางก็คงจะต้องลากหลิงหยุนเข้าไปสอบถามเรื่องนั้นเรื่องนี้ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเป็นแน่..แต่ครั้งนี้..เกาเฉินเฉินกลับสงบนิ่ง และใคร่ครวญด้วยตนเองอย่างเงียบๆ และนี่คือสภาพจิตใจของเกาเฉินเฉินที่ได้เข้าสู่เส้นทางบ่มเพาะ“ว่าแต่ข้าจะถ่ายทอดวิชาอะไรให้กับนางดีนะ!”