ตอนที่ 761
บทที่ 1191 : ดาวล้อมเดือน!
October 22, 2026
หลิงเย่วได้ฟังคำพูดของหลิงหยุนก็ถึงกับร้องถามออกมาเสียงดัง“อะไรนะ! นี่เจ้าจะไปโรงประมูลชาวยุทธที่ตระกูลเย่จัดขึ้นงั้นรึ?!” หลิงหยุนตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ใช่แล้ว!” “นอกจากจะไปดูวิธีการและขั้นตอนต่างๆของโรงประมูลที่ตระกูลเย่จัดขึ้นแล้ว ข้ายังต้องการไปประมูลสิ่งของบางอย่างอีกด้วย อย่างเช่น.. ผ้าแพรไหมดำ!” จากนั้นหลิงหยุนก็หัวเราะออกมาและพูดต่ออย่างสบายอกสบายใจ “อีกอย่าง.. รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งย่อมชนะร้อยครั้งไม่ใช่รึ!” หลังจากที่ได้ฟังคำพูดของหลิงหยุนหลิงเย่วก็ยิ่งมั่นใจว่าหลิงหยุนคงจะก่อตั้งโรงประมูลชาวยุทธขึ้นอย่างที่พูดเป็นแน่ และคงยากที่จะทำให้หลิงหยุนเปลี่ยนใจได้! แววตาของหลิงเย่วเป็นประกายขึ้นมาทันทีและหลังจากที่นั่งนิ่งเงียบอยู่นาน ในที่สุดจึงเอ่ยปากพูดออกไปว่า “หลิงหยุน..เรื่องก่อตั้งโรงประมูลชาวยุทธนี้.. ดูท่าเจ้าคงจะตัดสินใจแน่วแน่แล้วสินะ” หลิงหยุนพยักหน้าพร้อมตอบกลับไปด้วยสีหน้าจริงจัง..“ถูกต้อง!” “ลุงสอง..ข้าขอบอกท่านลุงตามตรง การสร้างโรงประมูลชาวยุทธนี้ก็คือหนึ่งในแผนการของข้า ที่จะนำพาตระกูลหลิงให้ขึ้นมาผงาดได้อย่างมั่นคง และก็เป็นก้าวที่สำคัญอย่างมากด้วย!” หลิงเย่วได้ฟังคำพูดหนักแน่นของหลิงหยุนจึงลุกขึ้นยืนพร้อมกับประกาศเสียงดังทันที “ดี! ในเมื่อเจ้าตัดสินใจแน่วแน่เช่นนี้ ข้าก็จะสนับสนุนเจ้าอย่างแต็มที่!” และนี่คือคำมั่นสัญญาของหลิงเย่ว.. หลิงเย่วนั้นเป็นคนเฉลียวฉลาดอย่างที่หาผู้ใดเทียบได้ยากหลังจากที่พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตัดสินใจแน่วแน่เช่นนี้ จึงไม่ต้องการรบเร้าหลิงหยุนอีก และได้เปลี่ยนท่าทีมาเป็นการสนับสนุนแทน! แต่ถึงกระนั้น..การที่ตระกูลหลิงจะก่อตั้งโรงประมูลชาวยุทธขึ้นมา ก็นับว่าเป็นเรื่องใหญ่ และเป็นเรื่องสำคัญกับตระกูลหลิงอย่างมากเลยทีเดียว! “เพียงแต่..” หลิงเย่วบอกกับหลิงหยุนด้วยความรู้สึกจากใจของตนจริงๆ“หลิงหยุน.. เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ลุงเองก็ต้องการเวลาเตรียมการอย่างละเอียดเช่นกัน หลังจากที่ลุงพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว พวกเราค่อยปรึกษาหารือในรายละเอียดของเรื่องนี้อีกครั้ง เจ้าคิดเห็นเช่นใด” “ข้าเห็นพ้องกับข้อเสนอของท่านลุง!”หลิงหยุนตอบหลิงเย่วพร้อมกับยิ้มกว้าง.. หลิงหยุนรู้ดีว่าลุงสองของเขานั้นเป็นผู้ที่มักจะครุ่นคิด และใคร่ครวญอย่างละเอียดก่อนที่จะลงมือทำสิ่งใดเสมอ หากไม่มั่นใจจริงๆ คนอย่างหลิงเย่วก็จะไม่ลงมือทำโดยเด็ดขาด! หลังจากหาข้อยุติในเรื่องนี้ได้ทั้งลุงและหลานชายก็พูดคุยเรื่องสำคัญอื่นๆ ที่จะต้องทำในอนาคตอันใกล้นี้ ทั้งคู่พูดคุยปรึกษากันต่ออีกร่วมหนึ่งชั่วโมง จนกระทั่งดื่มชาจนหมดกาแล้ว จึงได้เวลาที่หลิงหยุนจะต้องขอตัวกลับ.. “ลุงสอง..ตอนนี้พี่หลิงหย่งอยู่ที่ใด” แต่ก่อนที่จะขอตัวกลับหลิงหยุนก็ไม่ลืมที่จะถามถึงเรื่องของหลิงหย่ง.. เมื่อพูดถึงเรื่องหลิงหย่งขึ้นมา..สีหน้าของหลิงเย่วก็เปลี่ยนเป็นกระวนกระวาย และหนักอกหนักใจขึ้นมาทันที! “เฮ้อ..หลายวันมานี้หลิงหย่งได้ออกไปอยู่ข้างนอก หากเจ้าอยากจะพบกับเขา ก็ให้หลิงเฟิงกับหลิงเลี่วยพาเจ้าไปได้!” “หลิงหยุน..ข้าว่าพวกเราควรให้เวลาหลิงหย่งได้อยู่กับตัวเองสักระยะ ให้เขาได้มีเวลาใคร่ครวญเรื่องราวต่างๆจนตกผลึก และพร้อมที่จะเปิดใจรับฟัง การที่พวกเราไปเร่งรัดหลิงหย่งคงจะไม่เกิดประโยชน์อะไรนัก!” หลิงหยุนพยักน้าพร้อมตอบกลับไปด้วยสีหน้าจริงจัง“เรื่องนั้นข้าเข้าใจดี!” “เช่นนั้นแล้วข้าก็จะให้เวลาพี่หลิงหย่งอีกสักระยะแล้วค่อยหาโอกาสไปพบหน้าเขา..” ……“เจ้าเด็กแสบ..ข้าอุตส่าห์ไปหาเจ้าที่บ้าน แต่เจ้ากลับมาอยู่ที่บ้านของท่านพ่อ!”ทันทีที่หลิงหยุนออกมาถึงหน้าประตูบ้านของหลิงเย่วพี่สาวคนโตของเขาหลิงซิ่วก็เดินเข้ามาพอดี..“พี่หลิงซิ่ว!”หลิงหยุนรีบเอ่ยทักทายหลิงซิ่วพร้อมกับยิ้มให้และตอบไปว่า “ข้าเพิ่งจะกลับมาถึงบ้าน จึงมีเรื่องต้องคุยกับลุงสองมากมาย..”ร่างบอบบางของหลิงซิ่วพุ่งไปยืนข้างหลิงหยุนพร้อมกับเอื้อมมือออกไปจับแขนหลิงหยุนไว้อย่างสนิทสนม และลากออกไปนอกบ้านทันทีหลิงหยุนจึงร้องถามออกมาด้วยความสงสัย“พี่หลิงซิ่ว.. นี่เจ้าจะพาข้าไปใหนกัน”“จะไปใหนงั้นรึ!”“ก็ไปที่ห้องของข้าน่ะสิ!ตอนนี้หลิงเฟิงกับหลิงเลี่วยก็กำลังรอเจ้าอยู่ที่นั่นด้วย ทุกคนกำลังรอให้เจ้าไปเล่าเหตุการณ์ในคืนวันประลองให้ฟัง!”หลิงหยุนหมดหนทางจึงต้องตามหลิงซิ่วไปที่ห้องอย่างช่วยไม่ได้..“โอ้โห..นี่ทุกคนมารอข้าอยู่ที่นี่กันหมดเลยงั้นรึ!”ทันทีที่เข้าไปในบ้าน..หลิงหยุนก็พบว่าทั้งหลิงเฟิง หลิงเลี่วย เกาเฉินเฉิน โม่วู๋เตา และแม้กระทั่งหลิงซวี่ ต่างก็มานั่งรอเขาอยู่ที่ห้องกันหมดแล้ว..“ฮ่า..ฮ่า.. ทุกคน.. วีรุบุรุษของพวกเรามาแล้ว!” “มาเร็วน้องสี่..เจ้ามานั่งนี่เร็วเข้า!”ทันทีที่เห็นหลิงหยุนเดินเข้ามาในห้องเหล่าทายาทรุ่นเล็กของตระกูลหลิงต่างก็พากันลุกขึ้นยืนต้อนรับทันที และหลิงเฟิงเป็นฝ่ายร้องตะโกนบอกหลิงหยุนเสียงดังและเวลานี้หลิงหยุนก็ไม่ต่างจากดวงเดือนที่กำลังถูกรายล้อมไว้ด้วยดวงดาวมากมาย..“พี่หลิงเฟิง..เจ้าอย่าล้อข้าเช่นนี้สิ!”หลิงหยุนเดินเข้าไปนั่งบนโซฟาและยิ้มให้กับทุกคนก่อนจะพูดขึ้นว่า “เอาล่ะๆ.. พวกเจ้าทุกคนนั่งลงก่อน แล้วข้าจะเล่าให้ฟังอย่างละเอียดทีเดียว!”หลิงหยุนจัดการเล่าเรื่องทุกอย่างให้ทุกคนที่อยู่ในห้องฟังอย่างละเอียดโดยมีหลิงเลี่วยทำหน้าที่จดบันทึกขั้นตอน และกฏระเบียบของการประลอง..หนุ่มสาวเหล่านี้คือทายาทตระกูลหลิงและจะต้องเป็นตัวแทนของตระกูลหลิงในวันข้างหน้า หลิงหยุนจำเป็นต้องเปิดหูเปิดตาของทุกคนให้กว้างไกล จะได้ไม่ไปทำเรื่องผิดพลาดใหญ่หลวงข้างนอก..ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือตระกูลซัน..ที่ตระกูลซันต้องถึงคราวล่มสลายในครั้งนี้ก็เพราะเด็กหนุ่มเพลย์บอยอย่างซันจิ้งเพียงคนเดียว หากซันจิ้งไม่ไปหาเรื่องหลิงหยุนถึงจิงฉู จนนำไปสู่ความบาดหมางระหว่างหลิงหยุนกับตระกูลซัน ถึงขั้นที่ยากจะแก้ไขได้เช่นนี้ ตระกูลซันก็คงไม่ถูกหลิงหยุนทำลายจนสิ้นชื่อ..“หากพวกเจ้าบังเอิญเผชิญหน้ากับยอดฝีมือขั้นเพลังเหนือธรรมชาติพวกเจ้าทุกคนสามารถถูกสังหารตายได้ง่ายๆ เพียงแค่พริบตา..”หลังจากที่หลิงหยุนเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดพร้อมกับตักเตือนเหล่าทายาทตระกูลหลิงแล้วเขาก็หันไปบอกกับหลิงซิ่ว และหลิงซวี่ว่า“ถึงเวลาที่ต้องทำการชำระล้างไขกระดูกให้พวกเจ้าสองคนแล้วข้าจะมอบหมายเรื่องนี้ให้ท่านน้าจินเหยียวทำหน้าที่แทนข้า!ก่อนการประลองนั้น..มีเพียงหลิงซิ่วกับหลิงซวี่เท่านั้นที่หลิงหยุนยังไม่ได้ทำการชำระล้างไขกระดูกให้ และเวลานี้จินเหยียวก็ได้เข้าสู่ขั้นพลังเหนือธรรมชาติแล้ว นางจึงสามารถที่จะจัดการเรื่องนี้แทนหลิงหยุนได้อย่างไม่มีปัญหาทุกคนนั่งพูดคุยกันต่ออีกสักครู่จึงแยกย้ายกันกลับห้องของตนเอง ส่วนหลิงหยุนก็พาโม่วู๋เตากับเกาเฉินเฉินไปที่บ้านของตนเอง…..“ในที่สุดเจ้าก็กลับมาได้แล้วสินะ”