Novelones
  • หน้าแรก
  • มาใหม่
  • มาแรง
  • แนะนำ
  • หน้าแรก
  • มาใหม่
  • มาแรง
  • แนะนำ
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก

Novelones

Narraverse คือแพลตฟอร์มอ่านออนไลน์ที่คุณสามารถค้นพบ อ่าน และสนับสนุนเรื่องราวต้นฉบับได้ในทุกหมวดหมู่

สำรวจ

  • เรื่องใหม่
  • มาแรง
  • แนะนำ

บริษัท

    ข้อกฎหมาย

      © 2026 Narraverse – อ่าน ค้นพบ และสนับสนุนเรื่องราวต้นฉบับ

      ธุรกิจจดทะเบียน

      1. หน้าแรก
      2. Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร
      3. ตอนที่ 764

      ตอนที่ 764

      บทที่ 1194 : กลับมาพร้อมหน้ากันอีกครั้ง!

      October 22, 2026

      สนามบินนานาชาติปักกิ่ง.. หลังจากที่หลิงหยุนและทุกคนไปถึงสนามบินปักกิ่งนั้น ก็ได้นำรถคันใหญ่ทั้งสองคันไปจอดที่ลานจอดรถ แล้วจึงพาทุกคนเข้าไปที่อาคารผู้โดยสาร.. “หลิงหยุนทางนี้!” ทันทีที่เข้าไปในอาคารผู้โดยสารฉินตงเฉวี่ยก็ร้องตะโกนเรียกหลิงหยุน “น้าหญิง..” หลิงหยุนรีบตรงเข้าไปทักทายฉินตงเฉี่วยทันทีเกาเฉินเฉิน และคนอื่นๆ ต่างก็ทักทายฉินตงเฉี่วยด้วยเช่นกัน “เจ้าเด็กดื้อ..คิดไม่ถึงว่าเจ้าผู้เดียวจะสามารถสังหารยอดฝีมือตระกูลซันกับตระกูลเฉินได้หมด!” หลังจากที่ฉินตงเฉวี่ยพยักหน้ารับคำทักทายจากทุกคนแล้วนางก็หันไปชื่นชมหลิงหยุนทันที “ฮ่า..ฮ่า..” “น้าหญิง..ข้าเคยบอกท่านแล้วว่าจะจัดการสังหารพวกมันให้หมดยังไงเล่า” หลิงหยุนทำสีหน้าภูมิอกภูมิใจจนทุกคนถึงกับหัวเราะออกมาจากนั้นต่างคนต่างก็แยกย้ายกันจับกลุ่มคุยกัน.. ระหว่างนั้นหลิงหยุนเองก็ได้เปิดจิตหยั่งรู้ออกครอบคลุมทั่วอาคารผู้โดยสารไว้และคอยจับตามองกระดานที่แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับไฟลท์ต่างๆ รวมถึงผู้โดยสารทั้งหมดที่เดินออกมาจากสนามบิน.. ‘เทคโนโลยีของมนุษย์ในโลกนี้ช่างน่าทึ่งนัก!’ จิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนครอบคลุมไปถึงลานบินซึ่งมีเครื่องบินลำใหญ่ร่อนขึ้นร่อนลงมากมายทำให้หลิงหยุนอดที่จะนึกชื่นชมอยู่ในใจเงียบๆไม่ได้ เวลานี้หลิงหยุนสามารถยอมรับและปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ของโลกใบนี้ได้มากขึ้นกว่าก่อน แต่ก็แอบคิดว่า.. หากไม่ใช้หยดเสินหยวนช่วย เขาก็สามารถบังคับกระบี่เหินเงาธนูให้พาบินไปได้ไกลถึงห้าสิบกิโลเมตร.. แต่ด้วยเครื่องบิน..คนธรรมดาสามัญก็สามารถบินจากจิงฉูมาปักกิ่งได้ อีกทั้งยังบินได้นานร่วมสามชั่วโมงเลยทีเดียว! การบินของหลิงหยุนต้องอาศัยการฝึกฝนที่จริงจังและต่อเนื่อง ในขณะที่คนธรรมดาบนโลกใบนี้ไม่ต้องฝึกฝนก็บินได้ เพียงแค่ต้องมีตั๋วเครื่องบินเท่านั้น! การสื่อสารก็เช่นกัน..สำหรับผู้บ่มเพาะพลังนั้น หากแข็งแกร่งมากพอก็จะสามารถสื่อสารได้ไกลเป็นพันๆไมล์เลยทีเดียว แต่มนุษย์โลกก็มีโทรศัพท์! ความแตกต่างระหว่างการบ่มเพาะพลังกับเทคโนโลยีบนโลกนี้ก็คือ..ผู้บ่มเพาะพลังไม่จำเป็นต้องอาศัยปัจจัยภายนอก แต่คนธรรมดาที่ทำได้เช่นเดียวกับผู้บ่มเพาะพลังนั้นต้องอาศัยเครื่องมือ และอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีที่ผ่านการพัฒนาแล้ว.. ‘จะเป็นอย่างไร..หากเทคโนโลยีบนโลกใบนี้ พัฒนาไปไกลถึงขั้นที่มนุษย์โลกสามารถเพิ่มขีดจำกัดในศักยภาพ และความสามารถของตนได้ด้วยเครื่องมือบางชนิด’ หลิงหยุนนั่งครุ่นคิดไปเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งฉินตงเฉี่วยเข้ามาสะกิดไหล่ และร้องเรียก “นี่.. เครื่องของหนิงหลิงยู่มาถึงแล้ว พวกเราไปรับนางที่ช่องวีไอพีกันได้แล้ว!” หลิงหยุนไม่ได้พบหน้าหนิงหลิงยู่มานานเป็นเดือนเขาเองเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นซานฉางชี่แล้ว จึงอยากจะรู้ว่าหนิงหลิงยู่ก้าวหน้าไปมากเพียงใดเช่นกัน จากนั้นทั้งหมดก็ย้ายไปรอรับหนิงหลิงยู่ที่ช่องวีไอพี..หลิงหยุนเองก็เปิดจิตหยั่งรู้สำรวจเครื่องบินทุกลำที่บินลงมา เพื่อที่จะได้เห็นหนิงหลิงยู่ก่อนใคร ราวห้าถึงหกนาที..เครื่องบินลำหนึ่งที่เพิ่งจะร่อนลง ก็เข้ามาอยู่ในรัศมีจิตหยั่งรู้ของหลิงหยุน และหนิงหลิงยู่ก็อยู่ในห้องโดยสารของเครื่องบินลำนั้น หนิงหลิงยู่นั่งอยู่ในห้องโดยสารชั้นเฟริสท์คลาสและกำลังจ้องมองออกไปทางหน้าต่าง นี่เป็นครั้งแรกที่หนิงหลิงยู่เดินทางมาปักกิ่ง.. แสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่างมากระทบกับใบหน้างดงามของหนิงหลิงยู่นั้นทำให้ใบหน้างดงามชวนฝันของนางดูราวกับนางฟ้า.. ‘ระดับสูงสุดขั้นซานฉางชี่งั้นรึ!’ หลิงหยุนถึงกับร้องอุทานด้วยความตื่นเต้นอยู่ในใจหากไม่ใช่ผู้ที่มีกายอัปสรเช่นหนิงหลิงยู่ สูงสุดก็น่าจะขั้นเอ้อเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-2) –หลิงยู่..- หลิงหยุนไม่รอให้หนิงหลิงยู่ลงจากเครื่องเขาร้องเรียกนางผ่านทางกระแสจิตทันที หนิงหลิงยู่ถึงกับตกใจ และรีบเปิดจิตหยั่งรู้ของตนออกสำรวจดูเช่นกัน และพบว่าหลิงหยุน ฉินตงเฉวี่ยและคนอื่นๆ ได้มายืนรอรับอยู่ที่ช่องวีไอพีแล้ว –พี่ใหญ่..นี่พี่จริงๆด้วย!- สำหรับผู้บ่มเพาะตนนั้นหากมีกระแสจิตที่ทรงพลัง และแข็งแกร่ง ก็จะสามารถสื่อสารกันได้ไกลเป็นกิโลเมตรเลยทีเดียว และความชัดเจนนั้นก็ไม่ต่างจากการพูดคุยกันตรงหน้า.. –ฮ่า..ฮ่า.. หลิงยู่ อีกไม่นานคงจะก้าวหน้าไปไกลกว่าพี่เป็นแน่!- หลิงหยุนบอกหนิงหลิงยู่ที่เวลานี้กำลังลุกขึ้นยืน..–พี่ใหญ่..รอฉันก่อนนะ! ฉันกับป้าเม่ยกำลังจะลงเครื่องแล้ว!-ครั้งนี้นอกเหนือจากหนิงหลิงยู่กับป้าเม่ยแล้วก็ยังมีนักรบตระกูลฉินซึ่งอยู่ในชุดสีดำอีกนับสิบคนตามมาด้วย..หลิงหยุนถอนจิตหยั่งรู้ของตนเองกลับพร้อมกับหันไปบอกทุกคนว่า “เครื่องของหลิงยี่ลงจอดแล้ว อีกไม่นานนางก็จะออกมาแล้ว!” “นี่เจ้าเด็กดื้อ..เจ้าอยู่ขั้นใดกันแน่ เหตุใดจิตหยั่งรู้จึงแข็งแกร่งถึงเพียงนี้?”ฉินตงเฉี่วยรู้ว่าหลิงหยุนคงจะเปิดจิตหยั่งรู้สำรวจทั่วทั้งสนามบินจึงอดที่จะถามออกไปไม่ได้..“ระดับสูงสุดขั้นซานฉางชี่..”“น้าหญิง..แต่ข้าสามารถบังคับกระบี่เหินพาเหาะขึ้นฟ้าได้แล้วนะ!” หลิงหยุนพูดด้วยความภูมิอกภูมิใจ“…”ฉินตงเฉี่วยถึงกับอึ้งไป..เพราะเมื่อครั้งที่นางพบกับหลิงหยุนครั้งแรกที่บ้านตระกูลเฉิงนั้น นางยังต้องคอยปกป้องหลิงหยุนอยู่เลย แต่ตอนนี้หลิงหยุนกลับสามารถใช้กระบี่เหินได้แล้วเพียงแค่ห้าเดือนเท่านั้น..“พี่ใหญ่..น้าหญิง..”สิบนาทีต่อมา..หนิงหลิงยู่ก็เดินออกมาจากช่องทางวีไอพี และวิ่งตรงเข้าหาหลิงหยุนทันที หนิงหลิงยู่โอบแขนหลิงหยุนไว้แน่น ส่วนหลิงหยุนก็ตบหลังของเธอเบาๆ“พี่ใหญ่..พี่เป็นยังไงบ้าง”หนิงหลิงยู่ร้องถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและดวงตาแดงก่ำ..หลิงหยุนลูบไล้ฝ่ามือหนิงหลิงยู่เป็นการปลอบประโลมและพาไปพบกับทุกคน“หลิงยู่..นี่พี่หลิงเฟิง ส่วนนี่ก็น้องหลิงเลี่วย ทั้งคู่ล้วนเป็นน้องของพี่หลิงซิ่ว..”“โอ้โห..พี่หลิงยู่งดงามมากจริงๆ!”หลิงเลี่วยร้องอุทานออกมาทันทีที่เห็นหนิงหลิงยู่จากนั้นจึงหันไปทักทายป้าเม่ยที่เดินตามมา..ส่วนที่ตามมาหลังสุดก็คือนักรบตระกูลฉินที่เดินถือกระเป๋าเดินทางตามออกมา และหลิงหยุนก็พยักหน้าให้กับพวกเขาเป็นการทักทายครึ่งชั่วโมงต่อมา..เครื่องของถังเมิ่งก็ลงจอด และทันทีที่เดินออกมาก็มีเสียงร้องตะโกนเรียกหลิงหยุนเสียงดัง“พี่หยุน..”“พี่หยุน..”ตี้เสี่ยวอู๋กับถังเมิ่งวิ่งตรงเข้าไปหาหลิงหยุนทันทีหลิงหยุนเองก็หัวเราะเสียงดังด้วยความดีอกดีใจ“ฉันไม่อยู่แค่สามอาทิตย์พวกนายคิดถึงฉันมากขนาดนี้เลยรึ!”“หลิงหยุน..หลิงยู่.. เฉินเฉิน.. ว้าว! ทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันหมดเลย!”และหญิงสาวอีกสองคนที่ตามออกมาก็คือฉางหลิงกับฉีเสี่ยวชิงนั่นเอง..“ฉางหลิง..ฉีเสี่ยวชิง.. ฉันคิดถึงพวกเธอสองคนแทบแย่!”เกาเฉินเฉินกรีดร้องออกมาด้วยความตื่นเต้นดีใจ..หลังจากนั้นหลิงหยุนก็ทักทายฉางหลิงและฉีเสี่ยวชิงพร้อมกับพาแนะนำหญิงสาวทั้งสองให้กับพี่ๆน้องๆของตนเอง ส่วนเด็กหนุ่มวัยรุ่นทั้งเจ็ดสิบสองคนที่ตี้เสี่ยวอู๋พามาด้วยนั้นต่างก็เดินลากกระเป๋าเดินทางออกมาด้วยสีหน้าตื่นเต้น เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ออกมาพบกับโลกภายนอกที่กว้างใหญ่กว่าเดิมและนี่คือผู้ที่หลิงหยุนได้เลือกให้เป็น72 ศิษย์เอกแห่งสำนักหมดสวรรค์!เพียงแค่มองผ่านๆหลิงหยุนก็รู้แล้วว่าทั้งเจ็ดสิบสองคนนั้น เวลานี้อยู่ในขั้นโฮ่วเทียน-4 ขึ้นไปแล้วทั้งสิ้น เวลานี้ก็เพียงแค่รอคอยให้หลิงหยุนชำระล้างไขกระดูกเท่านั้น จากนั้นจึงถ่ายทอดวิชาให้ เพื่อที่พวกเขาจะได้เข้าสู่โลกยุทธภพจริงๆเสียที!ส่วนลูกศิษย์สองคนสุดท้ายของเขานั้นไม่ได้ลากกระเป๋าเดินทาง แต่จูงสุนัขสีดำตัวใหญ่สองตัวออกมาแทน และมันก็คือสุนัขที่หลิงหยุนเลี้ยงไว้ในบ้านเลขที่-1 นั่นเองหลิงหยุนเห็นพวกมันสองตัวก็รู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกเวลานี้สุนัขสีดำสองตัวโตมากแล้ว และเมื่อมันเห็นหลิงหยุนก็ส่ายหน้าไปมาด้วยความดีอกดีใจ..“ถังเมิ่ง..นายพาเจ้าสองตัวนี่มาด้วยทำไมกัน!”สุนัขทั้งสองตัวนั้นอาบพลังชีวิตภายในบ้านเลขที่-1มานานมากแล้ว สภาพของจิตใจ และไอคิวของมันนั้น จึงเทียบเท่ากับเด็กอายุห้าขวบทีเดียว..
      ก่อนหน้าตอนถัดไป
      ตอนก่อนหน้าบทที่ 1193 : ถ่ายทอดวิชาหงส์เล่นไฟ!
      ภาพรวม
      ตอนถัดไปบทที่ 1195 : ทลายกำแพง!

      ความคิดเห็น

      เข้าสู่ระบบ เพื่อร่วมพูดคุย