ตอนที่ 765
บทที่ 1195 : ทลายกำแพง!
October 22, 2026
การที่หลิงหยุนตั้งใจมาพบหลิงเสี่ยวที่บ้านเช่นนี้ไม่ใช่เพื่อมารับประทานอาหารร่วมกับพ่อของเขาเพียงลำพัง และปล่อยให้ต่งยั่วหลานต้องวุ่นอยู่ในครัวเช่นนี้ และถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องปกติธรรมดาของครอบครัวนี้ซึ่งหลิงซวี่เองก็ทำเช่นนี้อยู่บ่อยๆ แต่หลิงหยุนไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ และไม่ต้องการที่จะทำเช่นนั้นด้วย! “ถ้าเช่นนั้น..ก็รอให้ป้าต่งทำอาหารให้เสร็จ แล้วพวกเราค่อยนั่งทานพร้อมหน้ากัน!” หลิงเสี่ยวเห็นหลิงหยุนยืนกรานที่จะรอรับประทานอาหารพร้อมกับต่งยั่วหลานเช่นนี้ก็ถึงกับชะงักไปเล็กน้อย แต่หลังจากนิ่งเงียบไป ก็เพียงแค่พยักหน้า.. ในเวลาเดียวกันนั้นหลิงหยุนก็เป็นฝ่ายลุกขึ้นเดินไปที่ครัว เพื่อที่จะไปเรียกต่งยั่วหลานให้มารับประทานอาหารร่วมกัน “หลิงหยุน..เธอกับพ่อทานกันก่อนได้เลย! ไม่ต้องรอป้าหรอก.. เดี๋ยวอาหารจะเย็นซะหมด!” ต่งยั่วหลานที่ทำอาหารอยู่ในครัวนั้นได้ยินคำพูดของหลิงหยุนทั้งหมด และรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก จึงบอกกับหลิงหยุนไปเช่นนั้น.. การที่หลิงหยุนแสดงออกว่าเคารพและให้เกียรติต่งยั่วหลานเช่นนี้ ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ต่งยั่วหลานซาบซึ้ง และประทับใจในตัวหลิงหยุนอย่างมาก.. “ป้าต่ง..ข้าไม่ได้รีบร้อน จะรอท่านป้าไปนั่งร่วมโต๊ะกับข้าและท่านพ่อ ตอนนี้กับข้าวก็เต็มโต๊ะแล้ว ท่านป้าไม่ต้องทำเพิ่มอีกแล้ว เดี๋ยวจะกินกันไม่หมด..” หลิงหยุนร้องบอกต่งยั่วหลานด้วยน้ำเสียงและท่าทีสบายๆ ไม่มีอาการอึดอัดใจออกมาให้เห็นเลยแม้แต่น้อย และที่เขามาพบกับหลิงเสี่ยวในวันนี้ ก็เพื่อที่จะมาแก้ปัญหาซึ่งสะสมมานานหลายปี.. หลิงหยุนเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามหลิงเสี่ยวพ่อลูกต่างก็นั่งจ้องหน้ากันนิ่งเงียบไม่พูดไม่จาอยู่ครู่ใหญ่ และในที่สุดหลิงเสี่ยวก็เป็นฝ่ายพูดทำลายความเงียบขึ้นมา “หลิงหยุน..เราสองคนต่างก็เป็นพ่อลูกกัน! เจ้ามีอะไรอยากจะพูดกับข้า ก็พูดออกมาเถิด ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรให้มากมายนัก!” หลิงหยุนพยักหน้าให้หลิงเสี่ยวแล้วจึงพูดขึ้นว่า “ที่ผ่านมาข้าคิดเสมอว่าความคับแค้นในใจของท่านมีเพียงแค่ซือกงถูเท่านั้น ข้าจึงได้จับตัวมันมาให้ท่านพ่อได้ลงมือสังหารมันด้วยตัวเอง เพื่อที่ความคับแค้นในใจของท่านพ่อจะได้มลายหายไป!” หลิงเสี่ยวได้ฟังคำพูดของหลิงหยุนสีหน้าถึงกับเปลี่ยนไปทันที เพราะหลิงเสี่ยวคิดไม่ถึงว่าหลิงหยุนจะพูดเรื่องนี้ และเขาเองก็ยังไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจ.. หลิงหยุนพูดต่อทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้หลิงเสี่ยวได้บ่ายเบี่ยง“แต่ข้าเพิ่งจะรู้ว่า.. แท้จริงแล้วความคับแค้นในใจของท่านพ่อ ไม่ได้มีเพียงซือกงถูคนเดียวเท่านั้น แต่ยังมีหลิงเจิ้นพี่ชายของท่านอีกด้วย!” และเมื่อหลิงหยุนยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดหลิงเสี่ยวก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตา นิ่งเงียบไม่พูดไม่จาอยู่นาน และดวงตาทั้งสองข้างของเขาก็เริ่มแดงก่ำ.. และการที่หลิงหยุนเรียกชื่อหลิงเจิ้นแทนการเรียกว่าลุงใหญ่ย่อมเป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนแล้วว่า เขาไม่เห็นหลิงเจิ้นเป็นลุงของตัวเองอีกต่อไป! และคำพูดที่ว่า‘หลิงเจิ้นพี่ชายของท่าน’ นั้น ก็เป็นเสมือนมีดคมกริบที่กรีดลึกลงไปในใจของหลิงเสี่ยว ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดใจอย่างที่สุด! หลิงเสี่ยวได้เก็บงำความลับที่เจ็บปวดสาหัสนี้ไว้กับตนเองและฝังมันไว้ในก้นบึ้งของหัวใจมานานถึงสิบแปดปี แต่กลับถูกเฉินจิ้งเทียนขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้เขาต้องอยู่อย่างกล้ำกลืนมานานถึงหกวันเต็มๆ กว่าที่จะสามารถกลับมาสงบนิ่งได้อีกครั้ง.. “ท่านพ่อ..จิตใจที่อ่อนโยนเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่อพี่น้องของท่านนั้น ข้าซึ่งเป็นลูกยังอดที่จะชื่นชมไม่ได้!” “แต่ถึงอย่างนั้น..ท่านก็ไม่ควรที่จะถือเอาความผิดของผู้อื่น มาลงโทษตัวเองเช่นนี้!” หลิงหยุนจ้องมองหลิงเสี่ยวด้วยสีหน้าจริงจังและพูดกับหลิงเสี่ยวไปตามตรง ชี้ให้หลิงเสี่ยวเห็นถึงข้อผิดพลาดซึ่งทำให้ตนเองต้องจมอยู่กับความทุกข์สาหัสมานานตลอดกลายปี.. และคำพูดเพียงประโยคสั้นๆของหลิงหยุนก็สามารถอธิบายข้อผิดพลาดของหลิงเสี่ยวได้แหลมคม และชัดเจน! ไม่จำเป็นต้องลงโทษตัวเองเพราะความผิดของผู้อื่น! ต่อให้เป็นพี่ชายที่รักใคร่กันมากเพียงใดก็ตามพี่ชายก็ไม่ใช่ตัวเรา จึงเสมือนเป็นคนอื่นเช่นกัน!หลังจากพูดออกไป..หลิงหยุนก็นั่งนิ่งและจ้องมองหลิงเสี่ยวที่ยังคงไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว!เวลานี้ดวงตาทั้งสองข้างของหลิงเสี่ยวแดงก่ำยิ่งกว่าเดิมเขากำมือทั้งสองข้างแน่น จนเล็บทั้งสิบจิกเข้าไปในฝ่ามือเป็นแผล แต่หลิงเสี่ยวกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดแม้แต่น้อย และร่างกายก็เริ่มสั่นสะท้าน..เสียงพูดของหลิงหยุนนั้นไม่ได้เบาเลยทำให้ต่งยั่วหลานซึ่งอยู่ในครัวพลอยได้ยินทุกอย่างไปด้วย นางหยุดนิ่งและกำลังรอฟังว่าหลิงเสี่ยวจะพูดอะไรออกมา..ทั้งคู่อยู่กินกันมานานถึงสิบแปดปีแม้ต่งยั่วหลานจะไม่เคยเอ่ยปากถาม แต่มีหรือที่นางจะไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดที่อยู่ในจิตใจของสามีมานานหลายปี!ภายในห้องรับประทานอาหาร..พ่อและลูกชายยังคงนั่งเงียบ บาดแผลในใจของหลิงเสี่ยวซึ่งตัวเขาเองได้ซุกซ่อนไว้นานถึงสิบแปดปีนั้น ในที่สุดก็ถูกลูกชายของตนล่วงรู้เช่นนี้ จึงยากที่จะอธิบายความรู้สึกของหลิงเสี่ยวออกมาเป็นคำพูดได้..หลิงหยุนกำลังรอคอยให้หลิงเสี่ยวพูด..ต่งยั่วหลานเองก็กำลังรอฟังเช่นกัน.. เวลานี้บ้านทั้งบ้านจึงมีเพียงความเงียบสงัด“เฮ้อ…”ในที่สุดหลิงเสี่ยวก็ถอนหายใจออกมาเสียงดังหลังจากที่สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อให้ร่างกายที่สั่นเทิ้มอยู่นั้นค่อยๆสงบนิ่งลง และให้ฝ่ามือทั้งสองข้างค่อยๆผ่อนคลายลง แม้จะยังมีเลือดไหลอยู่บ้างก็ตาม..หลิงเสี่ยวเงยหน้าขึ้นมองหลิงหยุนพร้อมกับพูดขึ้นว่า..“หลิงหยุน..ที่ผ่านมาล้วนเป็นความผิดของข้าเอง! ข้ารู้สึกผิดต่อเจ้า และแม่ของเจ้านัก!”หลังจากพูดออกมาแล้วหลิงเสี่ยวก็ก้มหน้าลงอีกครั้ง..“ท่านพ่อ..ท่านผิดแล้ว!”“ท่านไม่ควรต้องรู้สึกผิดต่อข้ากับท่านแม่และไม่ควรต้องรู้สึกผิดต่อผู้ใดเลย! เพราะความจริงแล้ว.. ท่านคือเหยื่อของเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อสิบแปดปีก่อน..”หลิงหยุนไม่ปล่อยให้หลิงเสี่ยวพูดต่อและรีบแสดงความเห็นของตนแทรกขึ้นมาทันที แม้ท่าทางของหลิงหยุนจะยังคงสงบนิ่ง แต่คำพูดของเขานั้นทั้งหนักแน่น และจริงจัง!หลิงหยุนรู้ว่า..ความคิดเช่นนี้ของหลิงเสี่ยวเป็นความคิดที่ผิด และเป็นความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงของเขา!การที่คนคนหนึ่งต้องเผชิญกับเรื่องเลวร้ายที่ผู้อื่นเป็นคนก่อขึ้นแต่กลับเฝ้าตอกย้ำว่าเป็นความผิดของตนเอง และรู้สึกผิดต่อผู้อื่นอยู่เช่นนี้ สำหรับหลิงหยุนแล้ว.. นี่คือความคิดที่ไม่ถูกต้องอย่างมาก!หลิงเสี่ยวเป็นคนใจกว้างและรักพี่น้อง.. แต่ความดีของเขากลับถูกคนในครอบครัวใช้เป็นเครื่องมือเช่นนี้ หากยังไม่สามารถกำจัดความรู้สึกผิดนี้ออกจากใจของหลิงเสี่ยวได้ ก็ยากที่จะทำให้หลิงเสี่ยวหลุดพ้นจากความทุกข์ที่สะสมมานานได้..และพี่น้องก็ใช่ว่าจะดีไปเสียทั้งหมดทุกคน!หากเปลี่ยนจากหลิงเสี่ยวเป็นหลิงหยุน..ต่อให้เป็นพี่น้องคลานตามกันมา หลิงหยุนก็จะไม่มีทางคิดเช่นเดียวกับหลิงเสี่ยวแน่“ท่านพ่อ..ท่านกับท่านแม่รักกัน จะเป็นความผิดได้อย่างไร!”“ท่านกับท่านแม่ให้กำเนิดข้าอะไรคือความผิด!”“หลิงเจิ้นต่างหากที่ผิด!เพียงแค่ต้องการจะได้ขึ้นเป็นผู้นำตระกูลหลิง ถึงกับกล้าทำร้ายท่าน..”