ตอนที่ 766
บทที่ 1196 : สังหารซือกงถู!
October 22, 2026
หลิงเสี่ยวจัดการปิดยันต์ทั้งสองแผ่นลงไปบนฝ่ามือของตนเองหลังจากร้องสั่งให้ยันต์ออกฤทธิ์ด้วยเสียงอันเบา บาดแผลบนฝ่ามือของเขาก็จางหายไป และไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้อีกเลย.. จากนั้นต่งยั่วหลานก็เดินถือแก้วน้ำสำหรับบ้วนปากมาให้หลิงเสี่ยวแล้วจึงเดินไปหยิบอ่างใส่น้ำมาให้หลิงเสี่ยวล้างไม้ล้างมือ.. หลิงหยุนเห็นเช่นนั้นก็อดที่จะกระเซ้าเย้าแหย่พ่อของตนไม่ได้“อะแฮ่ม.. น่าอิจฉาท่านพอจริงๆ มีท่านป้าต่งคอยดูแลเอาใจใส่ดีถึงเพียงนี้!” ต่งยั่วหลานได้ยินคำพูดหยอกเย้าของหลิงหยุนก็ถึงกับหน้าร้อนผ่าวและพยายามเมินหน้าไปทางอื่นเพื่อไม่ให้หลิงหยุนได้เห็นใบหน้าแดงก่ำของตน หลิงเสี่ยวชะงักไปเล็กน้อยกับคำพูดหยอกเย้าของหลิงหยุนจากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมองต่งยั่วหลาน และพบว่าที่หางตาของนางนั้นเริ่มมีริ้วรอยเหี่ยวย่น หลิงเสี่ยวรู้สึกสะท้อนใจขึ้นมาเล็กน้อย จากนั้นจึงแสร้งทำเป็นหันไปดุหลิงหยุนต่อหน้าต่งยั่วหลาน “เป็นเด็กเป็นเล็ก..เจ้าล้อเลียนผู้ใหญ่เช่นนี้ได้อย่างไรกัน” “ท่านพ่อ..หากท่านเป็นข้าก็คงอดที่จะพูดไม่ได้เช่นกัน!” หลิงหยุนแสร้งทำเป็นตอบโต้พร้อมกับยักไหล่.. แม้ต่งยั่วหลานจะรู้สึกเขินอายที่พ่อลูกหยอกเย้าเรื่องของตนเองแต่ในใจนั้นกลับมีความสุขยิ่งนัก และรู้ว่าหลิงหยุนนั้นตั้งใจที่จะย้ำความดีของตนให้หลิงเสี่ยวได้รับรู้ จึงได้แต่นึกซาบซึ้งใจในตัวหลิงหยุนมากยิ่งขึ้น “ท่านพี่..หลิงหยุนใช่ว่าจะมาทานอาหารร่วมกับพวกเราบ่อยๆ ท่านอย่าเพิ่งอบรมเขาในตอนนี้เลย!” “เอ่อ..”หลิงเสี่ยวถึงกับอ้ำอึ้ง.. จากนั้นต่งยั่วหลานก็ยกน้ำในอ่างล้างมือออกไปเททิ้งปล่อยให้พ่อลูกได้สนทนากันตามลำพัง.. “พวกท่านพ่อลูกคุยกันไปก่อนเดี๋ยวฉันจะเข้าไปในครัวทำอาหารมาให้ใหม่!” หลิงหยุนรีบห้ามไว้ทันที“ท่านป้าต่ง.. ท่านไม่จำเป็นต้องไปทำอาหารมาใหม่ อาหารบนโต๊ะนี้ไม่โดนละอองเลือดแน่ เพราะข้าได้ป้องกันไว้แล้ว!” ก่อนที่หลิงเสี่ยวจะกระอักเลือดออกมานั้นหลิงหยุนได้จัดการปลดปล่อยพลังปราณในร่างกายออกมาครอบโต๊ะอาหารไว้ก่อนแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่เลือดจะกระเด็นลงในจานอาหารได้.. ต่งยั่วหลานถึงกับงุนงง.. หลิงหยุนเห็นเช่นนั้นจึงได้ใช้พลังหยินและหยางในร่างกายสร้างกำแพงล่องหนขึ้นจากนั้นจึงใช้กระแสจิตของตนเองเคลื่อนกำแพงนี้เข้าใส่ร่างของต่งยั่วหลานเบาๆ ต่งยั่วหลานสัมผัสได้ถึงแรงผลักอ่อนโยนขึ้นที่ร่างจนเธอต้องถอยหลังไปถึงสามก้าว แล้วก็ได้แต่ทำสีหน้าตกอกตกใจ พร้อมกับร้องอุทานออกมา “เหลือเชื่อจริงๆ!” จากนั้นจึงหันไปบอกกับหลิงเสี่ยวว่า“ท่านพี่.. ท่านกับหลิงหยุนทานอาหารกันไปก่อนได้เลย!” “หลิงหยุน..เธอทานก่อนได้เลย ไม่ต้องรอทานพร้อมป้า บ้านเราเป็นแบบนี้ เธอไม่ต้องกังวลไป” หลิงเสี่ยวพยักหน้าและหันไปบอกกับหลิงหยุนว่า “เอาล่ะ.. พวกเราพ่อลูกก็ลงมือได้เลย” “หลิงหยุน..ทำตัวตามสบายให้เหมือนกับหลิงซวี่เถอะนะ.. ไม่ต้องมีพิธีรีตรองกับป้า!” จากนั้นต่งยั่วหลานก็เดินกลับเข้าไปในครัว.. หลิงหยุนเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดประโยคนี้ของต่งยั่วหลานดีนางกำลังจะบอกหลิงหยุนว่า ในสายตาของนางนั้น หลิงหยุนกับหลิงซวี่ลูกสาวของนางนั้น ไม่ได้แตกต่างกันเลย แม้หลิงหยุนจะไม่ใช่ลูกของนาง แต่ในเมื่อเป็นลูกของหลิงเสี่ยว ก็เสมือนเป็นลูกของนางด้วยเช่นกัน! การที่หลิงหยุนมาที่บ้านของหลิงเสี่ยวในครั้งนี้..ในเวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วโมง ไม่เพียงหลิงหยุนจะสามารถทลายกำแพงน้ำแข็งที่กั้นระหว่างเขากับหลิงเสี่ยวอออกได้ แต่ยังสามารถทลายกำแพงน้ำแข็งระหว่างหลิงเสี่ยวกับต่งยั่วหลานได้ด้วยเช่นกัน! และภารกิจในครั้งนี้ของหลิงหยุนนับได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ! คนในตระกูลหลิงนั้น..ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีจิตใจนึกถึงคนในครอบครัวอยู่เสมอง ตลอดเวลามาจึงเลือกที่จะปกปิดความรู้สึก และความต้องการที่แท้จริงของตนเอง จนยอมที่จะเก็บงำความเจ็บปวดไว้ฝ่ายเดียว เพื่อให้อีกฝ่ายได้มีความสุข ทุกคนจึงต่างมีบาดแผลในใจกันไปหมด.. หลิงเสี่ยวเป็นเช่นนั้นต่งยั่วหลานเองก็เช่นกัน.. และหากกำแพงบางๆในใจของทุกคนถูกทำลายลง ความสงบสุขอย่างแท้จริงภายในครอบครัวก็จะปรากฏขึ้น.. “หลิงหยุน..ลงมือกินข้าวได้แล้ว!” หลิงเสี่ยวร้องเตือนหลิงหยุนอีกครั้ง “ท่านพ่อ..จะไม่รอท่านป้าต่งก่อนจริงรึ” หลิงหยุนยังคงถามย้ำอีกครั้ง “เจ้าไม่เห็นรึว่าป้าต่งต้องการทำอาหารให้กับเจ้าเป็นพิเศษ..” หลิงเสี่ยวหยิบตะเกียบออกมาคีบอาหารเข้าปากพร้อมกับตอบหลิงหยุนเวลานี้กำแพงน้ำแข็งได้ทลายลงแล้ว สองคนพ่อลูกจึงพูดคุยกันด้วยความสบายอกสบายใจมากขึ้น “วันนี้ลุงสองของเจ้ามาหาข้าที่บ้านและเปิดเสียงสนทนาระหว่างเขากับเจ้าให้ข้าฟังด้วย! การต่อสู้ในคืนนั้นค่อนข้างดุเดือดมากทีเดียว!” จากนั้นหลิงเสี่ยวก็นิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะยิ้มให้หลิงหยุนอย่างรักใคร่ แล้วพูดขึ้นว่า “ลุงสองของเจ้าดูเหมือนจะเข้าใจผู้คนทั้งโลก เจ้าเองก็เช่นกัน..” “เรื่องที่เจ้าคิดอ่านนั้นข้าจะสนับสนุนเจ้าอย่างเต็มที่! เพียงแต่..” “ในวันข้างหน้าเจ้าจะต้องรู้จักดูแลตัวเองจะไปไหนมาไหนก็ต้องระมัดระวังตัวให้มาก อย่าให้ข้ากับลุงสองต้องเป็นห่วงอีก..” ครั้งนี้หลิงหยุนเป็นฝ่ายตื้นตันใจจนพูดไม่ออกเขาคิดไม่ถึงว่าหลิงเสี่ยวจะเปิดอกเปิดใจมากถึงเพียงนี้ เมื่อได้ยินหลิงเสี่ยวพูดต่อว่า..“ความจริงเรื่องที่ควรจะต้องสังหารหลิงเจิ้นนั้น..ท่านปู่ของเจ้าตัดสินใจได้ก่อนข้าเสียอีก!”“ท่านพ่อ..”ก่อนหน้านี้หลิงเสี่ยวแทบไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ด้วยซ้ำไปแต่ตอนนี้เขากลับสามารถพูดว่าหลิงเจิ้นควรต้องถูกสังหารได้ด้วยท่าทีสงบนิ่ง ไม่มีทั้งความโกรธ และไม่มีทั้งความเสียใจ..“ส่วนเรื่องของหลิงหย่งนั้นเจ้าไม่ต้องกังวลใจ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง..”“หลิงหย่งเป็นเด็กดีเสมอมา..หากข้าพูด เขาย่อมต้องเข้าใจเป็นแน่!”“….”หลิงหยุนถึงกับอึ้งไปอีกครั้ง..“อ่อ..ส่วนเรื่องคฤหาสน์หลังใหม่ของตระกูลหลิงนั้น หลังจากซื้อที่ดินแล้ว ข้าจะจัดการสร้างให้เอง..”หลิงหยุนถึงกับตกใจไม่น้อย..แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกไม่ใช่หรือที่พ่อจะสร้างบ้านให้กับลูกชาย!“หลายปีมานี้..เพราะความสัมพันธ์ของข้ากับยั่วหลาน ทำให้น้องสาวของเจ้ากลายเป็นเด็กต่อต้าน เจ้าเองก็คงจะสัมผัสได้เช่นกัน แต่จะตำหนินางก็ไม่ถูกนัก นางเองก็ยังเด็ก จึงมีอารมณ์ฉุนเฉียวง่ายเช่นนี้!” หลิงหยุนยกมือขึ้นเกาศรีษะพร้อมกับพูดขึ้นว่า“ท่านพ่อ.. ข้าจะตำหนินางได้อย่างไรกัน หลิงซวี่เป็นน้องสาวของข้านะ!”ต่งยั่วหลานที่อยู่ในครัวนั้นได้ยินคำสนทนาของสองพ่อลูกมาโดยตลอด และคำพูดประโยคนี้ของหลิงหยุน ก็ทำให้นางถึงกับน้ำตาไหลพรากออกมาทันที แต่ริมฝีปากกลับแย้มยิ้มออกมาอย่างมีความสุข..“ส่วนเพื่อนๆของเจ้าที่มาจากจิงฉูนั้น ทุกคนต่างก็เป็นเด็กน่ารัก ตระกูลหลิงต้องต้อนรับเพื่อนๆของเจ้าอย่างดีแน่!”“หนิงหลิงยู่น้องสาวของเจ้าเองก็เช่นกันข้ากับทุกคนในตระกูลหลิงต่างก็เอ็นดูนางไม่น้อย หากนางอยากจะอยู่ที่นี่ต่อไป พวกเราก็ยินดีอย่างมาก!”หลิงเสี่ยวพูดมายืดยาวส่วนหลิงหยุนก็เพียงแค่พยักหน้าหงึกๆเท่านั้น และนี่เป็นครั้งแรกที่หลิงหยุนรู้สึกว่าหลิงเสี่ยวซึ่งเป็นพ่อผู้ให้กำเนิดตนนั้น เป็นห่วงเป็นใยตนอย่างมากหลิงหยุนได้แต่คิดว่า..เขาน่าจะทลายกำแพงน้ำแข็งนี้ตั้งนานแล้ว!….“หลิงหยุน..ข้าภูมิใจในตัวเจ้านัก!”หลิงเสี่ยววางตะเกียบในมือลงแล้วลุกขึ้นยืนจากนั้นจึงโน้มตัวไปด้านหน้าพร้อมกับเอื้อมมือไปตบบ่าหลิงหยุนที่นั่งอยู่ตรงข้ามด้วยความภูมิอกภูมิใจ ก่อนจะนั่งกลับลงไปตามเดิม..คำพูดของหลิงเสี่ยวก่อนหน้านี้ได้ทำให้หลิงหยุนรู้สึกซาบซึ้ง และอบอุ่นใจมากแล้ว แต่ตอนนี้เขายังได้รับการยอมรับ และคำชื่นชมจากหลิงเสี่ยวอีกด้วย!และระหว่างพ่อลูกก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากไปกว่านี้เพราะการกระทำเพียงแค่นี้ก็บ่งบอกอะไรได้มากมายแล้ว!หลังจากนั้นทั้งหลิงหยุนและหลิงเสี่ยวต่างก็นั่งรับประทานอาหารกันด้วยจิตใจที่สงบสุข..“มาลองทานปลานึ่งกันดีกว่าป้าเพิ่งจะไปซื้อมาสดๆวันนี้เอง..”ต่งยั่วหลานร้องตะโกนออกมาพร้อมกับถือจานใส่ปลานึ่งเดินออกมาอย่างระมัดระวังแม้ดวงตาทั้งคู่ของต่งยั่วหลานจะแดงก่ำ แต่น้ำเสียงของนางกลับเต็มไปด้วยความสดใส“หลิงหยุน..ป้าไม่รู้ว่าเธอทานอาหารรสชาดแบบใหน ก็เลยทำรสชาดเดียวกับที่พ่อของเธอชอบมาให้!”“ขอบคุณท่านป้าต่ง..ข้าทานได้หมด!”หลิงหยุนตอบกลับไปพร้อมกับยกตะเกียบในมือคีบเนื้อปลานึ่งเข้าปาก“อื้ม.. เนื้อปลาสดมากจริงๆ แล้วก็อร่อยมากด้วย!”หลิงหยุนไม่ได้พูดจาประจบประแจงต่งยั่วหลานเพราะอาหารฝีมือของนางนั้น ขึ้นชื่อว่ามีรสชาดดีมากจริงๆต่งยั่วหลานขอตัวเข้าไปทำสตูวไก่ในครัวเพิ่มแต่หลิงหยุนเห็นต่งยั่วหลานเอาแต่วุ่นวายทำครัวอยู่เช่นนี้ จึงได้ร้องตะโกนบอกไปว่า“ท่านป้าต่ง..อาหารเต็มโต๊ะแล้ว ท่านป้ามานั่งกินกับพวกเราจะดีกว่า..”“วันนี้ป้าต่งมีความสุขมากจึงอยากทำอาหารอร่อยๆ เลี้ยงเธอ!”หลังจากพูดจบต่งยั่วหลานก็รีบวิ่งกลับไปในห้องครัวทันทีจากนั้นสองคนพ่อลูกก็นั่งรับประทานอาหารกันต่อเงียบๆ–ท่านพ่อ..ท่านป้าต่งเป็นคนดีมากทีเดียว!-หลังจากที่กลืนอาหารในปากลงลำคอไปแล้วจู่ๆ หลิงหยุนก็บอกกับหลิงเสี่ยวผ่านทางกระแสจิต..หลิงเสี่ยวนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าและตอบกลับไปว่า –ใช้แล้ว! นางเป็นคนดีมาก แต่น่าเสียดายที่..-–ท่านพ่อ..ท่านแม่ไม่ตำหนิท่านแน่!-จากนั้น..หลิงหยุนก็พูดกับหลิงเสี่ยวไปตามตรง เขาพูดทุกอย่างที่ต้องการจะพูด –ท่านพ่อ.. อย่าลืมว่าท่านยังเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดา ท่านไม่ใช่หลวงจีน!- หลิงเสี่ยวได้แต่นิ่งเงียบไปนานอีกครั้ง..