ตอนที่ 767
บทที่ 1197 : หลิงเสี่ยวพัฒนาขั้น!
October 22, 2026
ผู้ที่ทำให้ความรักระหว่างหลิงเสี่ยวกับหยินชิงเฉวียนกลายเป็นชนวนของโศกนาฏกรรมตระกูลหลิง จนสมาชิกตระกูลหลิงเกือบถูกสังหารตายจนหมดเมื่อสิบแปดปีก่อนนั้น ก็คือซือกงถูกับหลิงเจิ้นนั่นเอง.. หลังจากที่หลิงหยุนจับตัวซือกงถูมาได้เขาได้ให้มันลิ้มรสการถูกทรมานอย่างแสนสาหัส และมีสภาพปางตายนานกว่ายี่สิบวัน และในที่สุดซือกงถูก็ถูกหลิงเสี่ยวตัดศรีษะเป็นการชำระแค้น.. หลิงเสี่ยวลงมือสังหารซือกงถูด้วยจิตใจที่สงบนิ่งแน่วแน่ มือที่เงื้อกระบี่ฟันลงไปบนลำคอของซือกงถูนั้นไม่มีสั่นเทิ้ม หลิงเสี่ยวตัดศรีษะซือกงถูด้วยความรู้สึกราวกับฆ่าไก่ตัวหนึ่งเท่านั้น จากนั้น..หลิงเสี่ยวก็ได้สั่งให้หลิงหยุนออกคำสั่งในฐานะผู้นำตระกูล ขับไล่หลิงเจิ้นออกจากตระกูลหลิง และจับตายเขาเท่านั้น! ทั้งสีหน้าท่าทางและน้ำเสียงของหลิงเสี่ยวนั้น ไม่มีอาการสั่นสะท้านให้เห็นเลยแม้แต่น้อย มีเพียงแค่ความเฉยชา และสงบนิ่งเท่านั้น.. และในที่สุด..หลิงเสี่ยวก็ได้เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ! หลิงเสี่ยวไม่หลงเหลือความอ่อนแอและความลังเลใจอีกเลย เขาตัดขาดจากความเจ็บปวดที่ดึงตนเองให้จมปลักอยู่กับความทุกข์นานถึงสิบแปดปี และกลับมาเป็นตัวของตัวเองได้อีกครั้ง! เวลานี้หลิงเสี่ยวได้กลับมาเป็นคนที่มั่นอกมั่นใจในตัวเองและมีการตัดสินใจที่เด็ดขาด เขายืนหลังตรงอย่างสง่าผ่าเผย และแสดงความแข็งแกร่งออกมาให้ประจักษ์กับสายตาของทุกคนในที่นั้น.. ก่อนจะสังหารซือกงถู..หลิงเสี่ยวยังได้ประกาศต่อหน้าทุกคนว่า เขาและหลิงหยุนจะบุกเข้าไปช่วยหยินชิงเฉวียนออกมาจากพรรคมาร เพื่อที่พ่อแม่ลูกจะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง.. คำพูดทั้งหมดของหลิงเสี่ยวนั้น..ไม่เพียงเป็นการประกาศต่อซือกงถู และทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้น แต่ยังเป็นการย้ำกับตัวเขาเองด้วย! ทุกคนในที่นั้นต่างก็ได้ยินคำพูดหนักแน่นนี้ของหลิงเสี่ยว! การที่หลิงเสี่ยวเลือกที่จะผิดคำพูดว่าจะไม่พบหน้าหยินชิงเฉวียนอีกตลอดชั่วชีวิตนั้นบ่งบอกว่าหลิงเสี่ยวได้กลับมาเป็นผู้เลือกเส้นทางเดินชีวิตด้วยตัวเองแล้ว และบ่งบอกว่าเขาเลือกที่จะเป็นตัวเอง มากกว่าที่จะเป็นคนดีในสายตาของผู้อื่น.. และแน่นอนว่าผู้ที่สัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงของหลิงเสี่ยวได้ชัดเจนกว่าผู้ใดย่อมต้องเป็นหลิงลี่ซึ่งเป็นพ่อ.. ทันทีที่ได้เห็นหลิงเสี่ยวสังหารซือกงถูและเสนอให้หลิงหยุนออกคำสั่งสังหารหลิงเจิ้นนั้น หลิงลี่ก็รู้ได้ทันทีว่าลูกชายคนเดิมที่เคยสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไปเมื่อสิบแปดปีก่อนนั้น ได้กลับมาแล้ว! หลิงเจิ้นเกรงว่าความลับของตนจะถูกเปิดโปงจึงได้หนีไปในขณะที่หลิงเสี่ยวเรียกความเชื่อมั่นทั้งหมดคืนมาได้ และกลับมาเป็นหลิงเสี่ยวที่สง่างามเช่นเดิม! ตั้งแต่หลิงหยุนกลับเข้าตระกูลหลิงอย่างเป็นทางการหลิงห่าวหลานชายคนโตก็ถูกสังหาร ในขณะที่ลูกชายคนโตก็ต้องหนีหัวซุกหัวซุน แต่หลิงลี่ก็ได้ลูกชายคนที่สามกลับคืนมา อีกทั้งยังเข้มแข็งกว่าเดิมมาก.. “ชีวิตก็เป็นเช่นนี้..” หลิงลี่คิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจและพึมพำออกมา.. จู่ๆหลิงเสี่ยวก็คุกเข่าลงตรงหน้าหลิงลี่พร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ท่านพ่อ.. ลูกอ่อนแอจมปลักอยู่กับความโศกเศร้ามานานหลายปี เวลานี้ลูกได้สติแล้ว และขอสาบานว่าจะต้องสังหารหลิงเจิ้นแก้แค้นให้กับดวงวิญญาณของคนตระกูลหลิงบนสรวงสวรรค์ ขอท่านพ่อส่งเสิรมเพื่อให้ความต้องการของลูกเป็นจริงด้วย!” “ลูกสาม..เจ้ากล่าวได้ถูกต้อง หลิงเจิ้นสมควรตายยิ่งนัก!” หลิงลี่ก้าวเท้าไปข้างหน้าพร้อมกับโน้มตัวลงพยุงหลิงเสี่ยวให้ลุกขึ้น“แต่เวลานี้ข้าเองก็ยังไม่พบแม้แต่ร่องรอยของหลิงเจิ้น ไม่รู้ว่าเวลานี้หนีไปซ่อนตัวอยู่ที่ใดกันแน่” หลิงลี่เห็นว่าดึกมากแล้วเขากวาดตามองทุกคนที่ยืนอยู่ในสวนพร้อมกับพูดขึ้นว่า “เอาล่ะ.. ทุกคนแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนได้แล้ว ส่วนศพของซือกงถูนั้น ทิ้งไว้ที่นี่เดี๋ยวจะมีคนมาจัดการเอง..” หลังจากที่ทุกคนกลับไปหมดแล้ว..จึงเหลือเพียงแค่หลิงลี่ หลิงเสี่ยว หลิงเย่ว และหลิงหยุนเท่านั้น.. “พวกเจ้าทั้งสามคนตามไปที่บ้านของข้า..” จากนั้นหลิงลี่ก็เดินนำหน้าทุกคนไปที่บ้านของตนเอง.. “หลิงหยุน..ที่ผ่านมาปู่ลังเลอยู่หลายครั้งหลายคราว่าจะบอกเรื่องหลิงเจิ้นให้เจ้ารู้ดีหรือไม่ แต่ในที่สุดปู่ก็เลือกที่จะไม่พูด ปู่ช่างเป็นคนเห็นแก่ตัวนัก เจ้าอย่าได้ตำหนิปู่เลยนะ!”และทันทีที่ทั้งสี่คนเข้าไปในบ้าน..หลิงลี่ก็ไม่รีรอที่จะเปิดปากพูดเรื่องที่ยังคงค้างคาใจกับหลิงหยุนออกมาทันทีหลิงหยุนนั้นเข้าใจความลำบากใจของชายชราดีจึงได้ตอบไปว่า “ท่านปู่.. ข้าเข้าใจความรู้สึกของท่านดี! พวกเราต่างก็เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน เรื่องเล็กน้อยเพียงแค่นี้ อย่าได้พูดถึงอีกเลย..”แม้แต่เสือมันยังไม่กินลูกของตัวเองแล้วนี่ทุกคนล้วนเป็นมนุษย์ปุถุชนคนหนึ่งเท่านั้น มีหรือที่หลิงหยุนจะไม่เข้าใจความรู้สึกของหลิงลี่แต่ไม่ว่าอย่างไรหลิงหยุนก็ยืนกรานที่จะทำในสิ่งที่ควรทำเขาตัดสินใจที่จะสังหารหลิงเจิ้น เพียงแค่จะช้าหรือเร็วเท่านั้น!และการที่หลิงหยุนไม่กลับบ้านห้าวันก็เพื่อปล่อยให้ทุกคนได้มีเวลาใคร่ครวญจนตกผลึกกับเรื่องราวทั้งหมด และสามารถปรับสภาพจิตใจของเตนเองได้เท่านั้น แต่เขาไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยนใจไม่สังหารหลิงเจิ้นเลย..หลิงหยุนจำเป็นต้องทำให้สมาชิกตระกูลหลิงที่เหลือทุกคนกลับมากลมเกลียวกันดั่งเชือกเชือกฟั่น แทนที่จะคิดขัดแย้งไปคนละทิศละทาง หรือระล้าระรังตัดสินใจอะไรไม่ได้เหมือนที่ผ่านมา ไม่เช่นนั้นความต้องการของเฉินจิ้งเทียนก่อนตายก็จะสมปรารถนา..เวลานี้ทั้งหลิงเสี่ยวกับหลิงลี่นั้นได้ตัดสินใจแน่วแน่แล้วจะเหลือก็เพียงแค่หลิงหย่งเท่านั้น..หลิงลี่เห็นหลิงหยุนเข้าใจได้อย่างง่ายดายเช่นนี้จึงอดที่จะถามย้ำไม่ได้ “หลิงหยุน.. นี่เจ้าไม่ต้องการฟังคำอธิบายจากปู่จริงๆงั้นรึ”หลิงหยุนตอบกลับยิ้มๆ“ท่านปู่.. ท่านจะอธิบายให้ข้าฟังว่าในเวลานั้นเป็นเพราะท่านได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนท่านพ่อก็ถูกทำลายวรยุทธ ท่านจึงต้องมอบตำแหน่งผู้นำตระกูลให้หลิงเจิ้นงั้นรึ”“หรือต้องการที่จะอธิบายว่า..หลังจากที่ท่านเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-8 แล้ว แต่กลับเลือกที่จะนิ่งเฉยไม่จัดการกับหลิงเจิ้น เพราะไม่ต้องการให้เกิดความโกลาหลวุ่นวายในตระกูหลิงขึ้น หรือไม่ก็ทนที่จะยอมรับความจริงข้อนี้ไม่ได้งั้นรึ”“ท่านปู่..สิ่งที่ท่านตัดสินใจทำไปก่อนหน้านี้ทั้งหมด ล้วนแล้วแต่เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้วในฐานะที่เป็นมนุษย์ปุถุชนคนหนึ่ง เหตุใดยังต้องอธิบายอะไรอีกเล่า”“….”หลิงลี่ถึงกับพูดอะไรไม่ออก…“ท่านปู่..ท่านพ่อ.. เรื่องของหลิงเจิ้นได้สร้างความทุกข์ใจให้กับพวกท่านมานานเกินพอแล้ว! ในเมื่อความจริงปรากฏขึ้นเช่นนี้ สิ่งเดียวที่ต้องทำคือสังหารหลิงเจิ้น!”“หากจะพูดไปพวกเราคงต้องขอบคุณเฉินจิ้งเทียน..หากมันไม่พูดเรื่องนี้ออกมา ตระกูลหลิงของเราก็คงจะไม่ได้กำจัดแผลในใจของทุกคน และนับจากนี้ไปตระกูลหลิงของเราก็จะไม่มีเรื่องที่ให้ผู้อื่นใช้บีบได้อีกแล้ว ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดีมากทีเดียว..”หลิงเย่วที่นิ่งเงียบมานานจึงพูดเสริมขึ้นว่า“ความหมายของหลิงหยุนก็คือว่า.. หลังจากที่ตระกูลซันกับตระกูลเฉินสิ้นชื่อไปแล้ว และปัญหาเรื่องหลิงเจิ้นก็ได้ถูกแก้ไขแล้ว ย่อมหมายความว่าตระกูลหลิงของเราได้ขจัดปัญหาทั้งภายใน และภายนอกได้แล้วนั่นเอง!”“เอาล่ะ..ในเมื่อเป็นเช่นนี้พวกเราสี่คนมาปรึกษาหารือกันดีกว่าว่า จากนี้ไปตระกูลหลิงของเราจะเดินหน้าต่อไปเช่นใด”หลิงลี่หยุดพูดเรื่องของหลิงเจิ้นและกลับมาปรึกษาเรื่องอนาคตของตระกูลหลิงต่อไปแทน..หลิงหยุนจึงพูดขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า“ท่านปู่.. เรื่องนี้ท่านกับลุงสองปรึกษาหารือกันได้เลย ข้ายังมีเรื่องสำคัญต้องไปจัดการ!” “เรื่องสำคัญอะไรงั้นรึ!”หลิงลี่ถามขึ้นด้วยความสงสัย..หลิงหยุนหันไปทางหลิงเสี่ยวพร้อมกับตอบไปว่า“ท่านพ่อสามารถเข้าสู่ขั้นต่อไปได้ตลอดเวลา ข้าคงรอไม่ได้อีกแล้ว และจะช่วยให้ท่านพ่อพัฒนาขั้นในคืนนี้เลย!”เวลานี้สภาพจิตใจของหลิงเสี่ยวกลับมามั่นคงแน่วแน่อย่างมากแล้วจึงถึงเวลาที่หลิงหยุนจะต้องช่วยให้เขาพัฒนาเข้าสู่ขั้นต่อไปได้แล้ว!หลิงลี่พยักหน้าอย่างเข้าใจจากนั้นหลิงหยุนกับหลิงเสี่ยวก็ออกจากบ้านของหลิงลี่ และมุ่งหน้าไปยังห้องฝึกวิชาตระกูลหลิงทันที……